พระเอกแสนดีผู้นี้คือสามีของข้า - ตอนที่ 53 : บทที่ 21 ขนมหวานสื่อรัก 1/2
“เจ้าค่ะ ห้องนอนของท่านอ๋อง ส่วนท่านอ๋องตอนนี้อยู่
ที่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ” อาเฟยตอบคุณหนูของตนให้หายแคลง
ใจ
“อย่างนั้นหรือ” จ้าวเยว่ชิงตอบรับอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
แต่กลับนึกไปถึงว่าเหตุใดเขาถึงไม่ไปส่งนางที่บ้านแต่กลับพา
มาที่นี่แทน…
ผ่านไปไม่นานก็ถึงเวลาอาหารเช้า เหล่านางกำนัลต่าง
จัดเตรียมโต๊ะอาหารกันอย่างพร้อมเพรียง เรียกได้ว่าบนโต๊ะ
อาหารในตอนนี้แน่นเอี๊ยดไปพร้อมกับจานอาหารหลากหลาย
ชนิดราวกับว่านั่งทานกันเป็นสิบคนก็มิปาน จะมากมายเกินไป
แล้ว…
แต่จนถึงตอนนี้จ้าวเยว่ชิงก็ยังคงไม่เห็นหลี่เฉิงอวี้มานั่ง
ร่วมโต๊ะ หรือว่าเขาจะสะสางราชกิจจนลืมเวลาอาหารอีกแล้ว
กัน คิดได้ดังนั้นนางจึงบอกกับอาเฟยว่าปิดจานอาหารพวกนี้
ก่อนเพราะนางจะไปตามหลี่เฉิงอวี้ให้มานั่งทานด้วย
หน้าห้องหนังสือมีจิ้งเทียนและเฟยเทียนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อ
เห็นจ้าวเยว่ชิงปรากฏแก่สายตาองครักษ์ทั้งคู่ก็โค้งกายคำนับ
อย่างนอบน้อม สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับจ้าวเยว่ชิงไม่
น้อย เพราะปกติแล้วทั้งสองจะไม่ได้คำนับนางเช่นนี้ แต่วันนี้
เป็นอันใดกัน…ช่างน่าแปลกเสียจริง
จ้าวเยว่ชิงเดินเข้ามาภายในห้องหนังสือได้อย่างง่ายดาย
เพราะจิ้งเทียนและเฟยเทียนปล่อยให้เข้ามา แทบที่จะไม่ต้อง
เข้าไปขออนุญาตเจ้าของห้องก่อนเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันต่างจาก
ปกติเป็นอย่างมากเพราะห้องหนังสือนี้ผู้ที่จะเข้าไปได้จะต้อง
ได้รับอนุญาตจากหลี่เฉิงอวี้ก่อนเท่านั้น
เดินมาไม่ไกลนักก็เห็นหลี่เฉิงอวี้กำลังนั่งอ่านฎีกาอยู่บน
โต๊ะ ดูท่าแล้วเขาคงจะลืมมื้ออาหารแล้วจริงๆ จ้าวเยว่ชิงจึง
เดินเข้าไปหาอย่างถือวิสาสะ
“ท่านอาเพคะ” จ้าวเยว่ชิงเอ่ยเรียก
“ตื่นแล้วหรือ” หลี่เฉิงอวี้เงยหน้าจากฎีกาในมือขึ้นมา
ถามผู้มาใหม่
“เพคะ ว่าแต่พระองค์ทรงลืมมื้ออาหารอีกแล้วใช่
หรือไม่” จ้าวเยว่ชิงคุกเข่าลงข้างโต๊ะทำงานของเขาพลาง
เหลือบมองกองฎีกาบนโต๊ะ
“นั่นสิ ข้าลืมจริงๆ” หลี่เฉิงอวี้วางฎีกาฉบับที่ถืออยู่ลง
บนโต๊ะแล้วยกมือหนาขึ้นมานวดขมับเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลาย
“นางกำนัลจัดเตรียมโต๊ะอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วเพคะ
พระองค์ทรงทานก่อนเถิดเดี๋ยวอาหารจะเย็นชืดเสียหมด”
จ้าวเยว่ชิงหยัดกายลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยชวนคนตรงหน้า
“ไปสิ” สิ้นเสียงของหลี่เฉิงอวี้ทั้งคู่ก็เดินไปยัง
ห้องอาหารพร้อมกัน
มื้ออาหารเช้าเป็นหลี่เฉิงอวี้ที่เป็นคนสั่งให้เตรียม นี่เขา
กะจะขุนนางให้อ้วนพีเป็นหมูตอนเลยหรืออย่างไรกัน อาหาร
เต็มโต๊ะถึงเพียงนี้ผู้ใดจะกินหมด แต่ก็เท่านั้นแหละนางก็ไม่
สามารถว่าอะไรเขาได้ ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารเช้าไปทั้ง
อย่างนั้น
จบจากมื้ออาหารเช้าหลี่เฉิงอวี้ก็ยังไม่ได้ออกคำสั่งให้คน
ไปส่งจ้าวเยว่ชิงที่บ้าน อีกทั้งยังไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่จะไปส่งนาง
ที่บ้านเลยด้วยซ้ำ เขาลืมหรืออย่างไรกัน…ในตอนนี้กลับบอก
ให้นางไปรอในสวนตรงศาลาริมน้ำภายในตำหนักก่อน นี่เขา
ชวนนางจิบชาอีกแล้วหรือ…
จ้าวเยว่ชิงเป็นคนจากยุคปัจจุบันจึงไม่ได้ชื่นชอบในการ
ดื่มชามากถึงเพียงนั้น ตั้งแต่ข้ามภพมาความคิดที่จะดื่มชา
แทบไม่มี แต่หลังจากพบกับหลี่เฉิงอวี้เขาก็ชวนนางดื่มชาแทบ
จะทุกครั้งที่พบกัน มันจึงทำให้นางเคยชินไปเสียแล้ว
จ้าวเยว่ชิงอุ้มเสี่ยวป๋ายเดินไปถึงศาลาริมน้ำพลางย่อตัว
ลงนั่งบนม้านั่งแล้ววางเสี่ยวป๋ายลงบนโต๊ะ ในตอนนี้ดอกบัวใน
สระบานสะพรั่งแล้ว ส่งผลให้ทั่วทั้งสระกลายเป็นสีชมพูดู
งดงามตา บรรยากาศที่นี่ดีไม่น้อยแต่ว่าก็สู้บนภูเขาหลุนซีไม่ได้
อยู่ดี อา…คิดถึงบรรยากาศบนภูเขาหลุนซีเสียจริง
เมื่อนึกไปถึงภูเขาหลุนซีจ้าวเยว่ชิงก็อดนึกถึงเหตุการณ์
ต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่นั่นไม่ได้ เมื่อนึกไปก็อมยิ้มไปหลี่เฉิงอวี้ช่าง
แสนดีแล้วก็อบอุ่นเป็นอย่างมาก ติดเสียแต่ว่าเขายังคงไม่
ชัดเจนกับความรู้สึกทั้งกับนางแล้วก็แม่นางเอกลู่อันหลินนั่น
นางไม่รู้ว่าเขาคิดกับนางอย่างไรและคิดกับลู่อันหลิน
อย่างไร นางไม่รู้ว่าตอนนี้นางกับเขาเป็นอะไรกัน คนรักก็ไม่
สามารถเรียกได้ อาหลานอย่างนั้นน่ะหรือ หึ! ช่างน่าขัน
จ้าวเยว่ชิงจากที่ยิ้มแย้มเพราะความเขินอายชั่วครู่เดียว
ก็กลับมาทำหน้าตาเศร้าโศก จนคนที่เห็นท่าทางของนางอดที่
จะถามไถ่ไม่ได้
“ไม่สบายหรือ เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวทำหน้าเศร้าหมอง” หลี่
เฉิงอวี้ที่เข้ามาใหม่เอ่ยถาม พร้อมกับวางจานขนมในมือลงไป
บนโต๊ะ ขนมที่เขานำมาเป็นขนมกุ้ยฮวาที่จ้าวเยว่ชิงชอบและ
ขนมเปี๊ยะกุหลาบที่เขาชื่นชอบ
ก่อนหน้านี้หลี่เฉิงอวี้ไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่ของเขามาเลยได้
ขนมเปี๊ยะกุหลาบมาหนึ่งกล่องใหญ่ เลยอยากที่จะนำมาให้
จ้าวเยว่ชิงได้ชิมด้วย อีกทั้งวันนี้เขาก็ยังสั่งให้โรงครัวทำขนมกุ้
ยฮวามาให้นางด้วย เลยยกมาพร้อมกันเสียทีเดียว
“หม่อมฉันสบายดีเพคะ” จ้าวเยว่ชิงเลิกคิดฟุ้งซ่านแล้ว
หันมาสนใจคู่สนทนา
“กินขนมสิ” หลี่เฉิงอวี้พยักหน้าไปทางจานขนมที่ตั้งอยู่
บนโต๊ะเป็นการเชื้อเชิญ
“ขนมกุ้ยฮวากับขนมเปี๊ยะกุหลาบหรือเพคะ” จ้าวเยว่
ชิงจ้องมองขนมบนโต๊ะด้วยสายตาลุกวาว ขนมในจานมัน
งดงามมากกว่าที่นางทำเป็นไหนๆ เชื่อแล้วว่ามาจากวังหลวง
จริงๆ