พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 39 ไอ้ยมทูตพฤกษา
หลายวันผ่านไปภายใต้อาณาเขตชานเมืองที่เงียบงัน กลายเป็นม่านแห่งความหวาดหวั่นที่ปกคลุมหัวใจของเหล่าผู้กระทำผิดทุกคน
ข่าวลือแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วไปตามตรอกซอยและตลาดมืด
ผู้คนกล่าวถึงชายลึกลับผู้สวมหน้ากากสีแดงสลักลายประหลาด ใบหน้าของเขาถูกบดบังไว้ แต่ดวงตาที่โผล่พ้นหน้ากากนั้นกลับฉายแววเย็นชาเฉียบคมราวกับมิใช่มนุษย์ ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาเล่าขานเรื่องราวด้วยเสียงสั่นไหวปนความเคารพ
“เขาปรากฏตัวขึ้นราวกับเงาไม้”
“รากไม้สีม่วงของเขา.. มันเคลื่อนไหวเองได้ มันมีชีวิต!”
“ถ้าไม่ใช่เขาคงตายไปแล้ว!”
คำพูดมากมายได้หลอมรวมกันเป็นสมญานามที่สะท้อนอยู่ทั่วชานเมือง
ยมทูตพฤกษา
ในเรื่องเล่าที่แพร่กระจาย รากไม้ของเขาเป็นสีม่วงเข้ม ลำต้นหนาแน่นเปล่งประกายวิญญาณจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ลักษณะของมันสามารถขยายตัว ยืดยาว และแตกแขนงออกอย่างอิสระ พลังที่พลุ่งพล่านไหลเวียนอยู่ภายในราวกับสายเลือดของสิ่งมีชีวิต และรวดเร็ว ว่องไว เฉียบขาดจนนักล่ามังกรระดับหนึ่งจำนวนไม่น้อยยังต้องล้มลงอย่างไร้โอกาสโต้ตอบ
สำหรับเหล่าอาชญากร ค่ำคืนตลอดหลายวันนั้นเปรียบดั่งฝันร้ายที่ไม่อาจตื่น
พวกเขาไม่กล้าออกจากที่ซ่อน ไม่กล้ากระทำความผิดอย่างเปิดเผย เพราะเกรงว่าเงาไม้สีม่วงจะโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินในวินาทีถัดไป
ทว่าในค่ำคืนของวันที่ห้า ก่อนที่หวงเยี่ยจะออกเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเทพอสูร
ตัวของเขาตัดสินใจลงมือครั้งใหญ่ มุ่งหน้าไปยังกลุ่มแก๊งที่มีอิทธิพลในเขตชานเมือง
โกดังขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่รกร้าง แสงไฟสลัวส่องลอดหน้าต่างแตกบิ่น
เสียงหัวเราะหยาบกระด้างและเสียงแก้วกระทบกันดังแว่วออกมา
ภายในคือจุดรวมพลของอาชญากรหลายร้อยชีวิต ผู้คนที่เคยเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อประโยชน์ตนกำลังหลบซ่อนอยู่ภายใต้หลังคาเหล็กผุพัง
ประตูเหล็กบานใหญ่ค่อยๆเปิดออกโดยไร้เสียงเตือน ลมเย็นจากภายนอกพัดผ่านเข้าไป ทำให้เปลวไฟจากโคมไฟแกว่งไกว
ชายผู้สวมหน้ากากสีแดงก้าวเข้ามาอย่างสงบนิ่ง
บรรยากาศที่เคยอื้ออึงพลันหยุดชะงัก เสียงหัวเราะแห้งหายไปในทันที ดวงตาหลายร้อยคู่เบิกกว้างอย่างฉับพลัน
“ยะ.. ยมทูตพฤกษา?!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยความตระหนก
“มันคือไอ้เจ้ายมทูตพฤกษา!”
“พวกเรากระหน่ำยิงมันซะ!”
เสียงตะโกนแทรกซ้อนกันอย่างลนลาน ปืนจำนวนมากถูกยกขึ้นเล็งไปยังร่างโดดเดี่ยวตรงประตู
เมื่อความชั่วร้ายเผชิญหน้ากับคมดาบแห่งการพิพากษา แน่นอนว่าพวกมันไม่ต้องการตาย ไม่มีใครยอมจำนนต่อความมืดโดยง่าย
“ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่นก้องทั่วโกดัง กระสุนพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าก่อนที่กระสุนจะสัมผัสร่างชายหนุ่ม รากไม้สีม่วงเข้มก็ปรากฏขึ้นมาราวกับมังกรพฤกษา มันหมุนวนและแผ่กว้างเป็นม่านหนาแน่น ปกป้องร่างของเขาจากสายฝนกระสุน เสียงโลหะกระทบเนื้อไม้ดังถี่รัว แต่ไม่อาจเจาะทะลุพลังวิญญาณที่ห่อหุ้มอยู่
ขณะที่รากไม้ได้แตกแขนงออกหลายสาย เคลื่อนไหวรวดเร็วประหนึ่งมีสติสัมปชัญญะ
มันพุ่งเข้าหาศัตรูแต่ละรายอย่างแม่นยำ ชอนไชผ่านช่องว่างในแนวป้องกัน พันธนาการแขนขา ฉุดกระชากร่างให้ล้มลง
เสียงกรีดร้องดังระงม
บางคนถูกแทงทะลุหน้าอก บางคนถูกยกขึ้นกลางอากาศก่อนกระแทกลงพื้นอย่างแรง
รากไม้สีม่วงเข้มเปล่งประกายวิญญาณเรืองรองในความมืด มันไม่หยุดนิ่งแม้ชั่วลมหายใจ
“หยุดมัน! ล้อมมันไว้!”
เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้นจากด้านใน ทว่าเมื่อรากไม้เคลื่อนไหวอย่างไร้ปรานี คำสั่งใดๆก็ไร้ความหมาย
ผู้คนล้มลงทีละราย เลือดไหลนองบนพื้นคอนกรีต เสียงกระสุนเริ่มเบาบางลงเมื่อผู้ถือปืนทยอยสิ้นลมหายใจ
【สังหารนักล่ามังกรระดับแรกเริ่ม ได้รับแต้มวิญญาณ 10 แต้มค่ะ】
【สังหารนักล่ามังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
【สังหารนักล่ามังกรระดับแรกเริ่ม ได้รับแต้มวิญญาณ 10 แต้มค่ะ】
หวงเยี่ยยืนอยู่ท่ามกลางพายุแห่งความตาย ทว่าความเงียบที่ปกคลุมอยู่ได้แตกสลายลงในชั่วพริบตา
“ไอ้บัดซบ!”
เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวพลันดังก้องขึ้นจากมุมลึกของโกดัง
“แกคือยมทูตพฤกษาที่กำลังออกล่าเหล่าอาชญากรในช่วงตลอดหลายวันนี้สินะ”
“มาก็ดีเลย ข้าจะได้สังหารแกเพื่อตัดไฟแต่ต้นล้มซะ!”
ชายร่างใหญ่ผู้หนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด ไหล่กว้างหนาแน่นราวกับภูผา
กล้ามเนื้อแข็งแรงตึงเครียดภายใต้เสื้อหนังสีดำ ดวงตาแดงก่ำสะท้อนแสงไฟประหนึ่งถ่านเพลิง
ทันทีที่มันก้าวออกมา พลังวิญญาณภายในก็ปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟ เจตจำนงธาตุไฟระดับกลางพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงสีแดงส้มลุกไหม้รอบร่าง แรงกดดันแผ่กระจายไปทั่วพื้นที่
หวงเยี่ยมองภาพนั้นอย่างสงบ ดวงตาเขาหรี่ลงเล็กน้อย
“เป็นถึงผู้ครอบครองเจตจำนงระดับกลาง.. แต่กลับไม่ใช้พลังเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ของตน”
“กลับเลือกจะเหยียบย่ำผู้บริสุทธิ์ เพราะงั้น…”
ทันใดนั้นหวงเยี่ยก็เหวี่ยงฝ่ามือออกไป รากไม้สีม่วงก็ปริแตกออกจากแขนของเขาอย่างฉับพลัน มันพุ่งออกไปด้วยความเร็วราวสายฟ้า
ปลายแหลมคมสะท้อนประกายวิญญาณเข้มข้นจนเห็นได้ชัดในอากาศ
ชายร่างใหญ่แสยะยิ้มกว้าง เผยเขี้ยวฟันที่ขบแน่น
“คิดว่ารากไม้ของแกจะทำอะไรข้าได้หรือ!”
พลังไฟถูกรวบรวมเข้าสู่กำปั้นของเขา เปลวเพลิงหมุนวนอย่างดุเดือด อุณหภูมิรอบด้านพุ่งสูงขึ้นจนพื้นคอนกรีตร้าวเป็นเส้นเล็กๆ
“วิชาการต่อสู้ระดับกลาง กำปั้นเพลิงนรก!”
เสียงตะโกนดังสะท้อนทั่วโกดัง หมัดเพลิงถูกปล่อยออกไปในคราวเดียว เปลวไฟขนาดใหญ่พุ่งทะยานออกมาเผาผลาญทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า รากไม้สีม่วงหลายเส้นถูกเผาไหม้จนแตกกระจาย กลิ่นไหม้ลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ
เนื่องจากเจตจำนงของมันเป็นสายระเบิดพลังภายใน พละกำลังและพลังวิญญาณจึงแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวของมันยังเป็นนักล่ามังกรระดับสองขั้นแรกเริ่ม พื้นฐานพลังย่อมเหนือกว่านักล่ามังกรระดับหนึ่งอย่างชัดเจน
เปลวไฟแผดเผาจนพื้นโกดังกลายเป็นสีดำไหม้เกรียม
ชายร่างใหญ่หัวเราะเสียงดัง
“เห็นหรือยัง! ต่อให้แกเป็นยมทูตพฤกษา ก็เป็นได้แค่เงาไม้ไร้ค่า!”
ทว่าก่อนที่เสียงหัวเราะนั้นจะจางหาย เถาวัลย์สีม่วงที่ถูกเผาไหม้กลับสั่นไหว รากไม้ใหม่งอกขึ้นมาแทนที่อย่างฉับพลัน รวดเร็วราวกับมันไม่เคยถูกทำลาย เปลวไฟยังไม่ทันมอดดับ เถาวัลย์ชุดใหม่ก็ทะลุผ่านควันไฟออกมา
“พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!”
มันแตกแขนงออกเป็นอีกสิบสาย พุ่งเข้าใส่เป้าหมายจากทุกทิศทาง
“ไอ้บัดซบ!”
ชายร่างใหญ่เบิกตากว้าง หมัดเพลิงอีกครั้งถูกปล่อยออกไป
ทว่าในเสี้ยววินาทีรากไม้ได้แทรกผ่านช่องว่างของการป้องกัน ปลายแหลมคมเสียบทะลุหน้าอก แขน ขา และลำตัวอย่างแม่นยำ
“อึก?!”
เสียงเนื้อฉีกขาดดังชัดเจน เลือดสีแดงสดกระเซ็นออกมาปะทะพื้น
รากไม้สีม่วงเข้มยังคงเปล่งประกายวิญญาณรุนแรง มันตรึงร่างชายร่างใหญ่ไว้กลางอากาศประหนึ่งหุ่นเชิดที่ถูกแขวน
เสียงหอบหายใจขาดตอนดังออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก
“นะ.. นี่แกเป็นนักล่ามังกรระดับสอง.. ไม่! แกเป็นแค่นักล่ามังกรระดับหนึ่งขั้นสูงสุด?!”
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“ไม่ใช่สิ.. รากไม้สีม่วง..”
“งะ.. งั้นแกก็คือเจ้าชายน้อยหวงเยี่ย ผู้ครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา!”
คำพูดนั้นหลุดออกมาด้วยความตื่นตระหนก
ชื่อเสียงของหวงเยี่ยไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยซักนิด ในฐานะผู้ปลุกเจตจำนงระดับราชาได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เรื่องราวของเขาจึงแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมือง A เมื่อหลายวันก่อนแล้ว ผู้คนมากมายต่างเคยได้ยินถึงศักยภาพที่เหนือสามัญชนและน่าสะพรึงของเขา
ดวงตาภายใต้หน้ากากแดงของหวงเยี่ยสงบนิ่ง
“ในที่สุดก็จำได้”
“แต่ช้าไปแล้ว!”
รากไม้ขยับตัวอีกครั้ง ครานี้มันเสียบทะลุร่างชายร่างใหญ่ลึกขึ้นและฉีกกระชากร่างของเขาออกเป็นชิ้นๆ เลือดไหลรินลงมาตามรากไม้สีม่วง
จากนั้นรากไม้ก็ค่อยๆถอนตัวออกและสลายหายไป เลือดหยดลงบนพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
【สังหารนักล่ามังกรระดับสอง ได้รับแต้มวิญญาณ 500 แต้มค่ะ】
ภายในโกดังกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
หวงเยี่ยยืนอยู่เพียงลำพัง ลมเย็นพัดผ่านประตูโกดังที่เปิดค้าง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งการพิพากษาที่รุนแรง