พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 80 ผู้มีเจตจำนงธาตุน้ำระดับราชา
เมื่อถูกถามเช่นนั้น หวงเยี่ยที่กำลังจ้องมองใบหน้าอันงดงามตรงหน้าก็คล้ายตกอยู่ในห้วงภวังค์อย่างไม่รู้ตัว
ภาพเบื้องหน้าราวกับเลือนหาย เหลือเพียงดวงตาคู่งามที่สะท้อนประกายบางอย่างซึ่งยากจะอธิบายได้ หัวใจเต้นผิดจังหวะราวถูกกระตุ้นด้วยแรงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็น ความคิดทั้งหลายพลันสะดุดหยุดลง เหลือเพียงความรู้สึกที่หลั่งไหลท่วมท้นโดยไม่ทันตั้งรับ
ชั่วอึดใจต่อมา เขาจึงได้สติกลับคืน สีหน้าที่เผลอเหม่อลอยแปรเปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
หวงเยี่ยกระแอมเบาๆ แล้วพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
“ใช่แล้ว ไม่ทราบว่าพี่สาวเป็นใครเหรอ? อยู่ในมหาวิทยาลัยเทพอสูรด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้ คงจะมีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ?”
บอกตามตรง เขาไม่เคยพบผู้ใดที่สามารถตรึงสายตาของตนไว้ได้แน่นหนาเช่นนี้มาก่อน คนแรกที่เคยทำให้หยุดมองโดยลืมสิ่งรอบตัวคือท่านผู้อำนวยการหย่าเฟย ซึ่งเขาได้เห็นผ่านภาพบันทึกเท่านั้น ความสง่างามและอำนาจที่แผ่ออกมาจากสตรีผู้นั้นยังคงฝังลึกในความทรงจำ
ส่วนอีกคนหนึ่งก็คือหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในขณะนี้
เรือนผมสีเงินฟ้าครามของนางเข้มกว่าสีผมของเขาอย่างชัดเจน เส้นผมยาวสลวยทอดตัวลงมาตามแผ่นหลังอย่างอ่อนช้อย ราวสายน้ำยามต้องแสงจันทร์ ใบหน้าที่งดงามเปล่งประกายเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ เป็นความสงบนิ่งที่ชวนให้หวั่นไหว
ริมฝีปากแดงระเรื่อแย้มรอยยิ้มบางเบาอย่างมีนัย ดวงตาเรียวยาวสะท้อนประกายลึกซึ้ง
ยิ่งไปกว่านั้น เรือนร่างของนางยังสมส่วนอย่างน่าทึ่ง เส้นสายทุกสัดส่วนงดงามประหนึ่งผลงานชั้นเอกที่ถูกสรรค์สร้างด้วยความประณีต จนหวงเยี่ยไม่รู้ว่าควรจะวางสายตาไว้ ณ จุดใดดี เกรงว่าหากจ้องนานเกินไปจะเป็นการเสียมารยาท ทว่าหากเบือนหนีก็เสียดายภาพเบื้องหน้า
หญิงสาวเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้นก็ยกมือขึ้นปิดปาก ก่อนจะหัวเราะเสียงใสอย่างอารมณ์ดี
“อะไรกัน พี่สาวคนนี้มีก็ชื่อเสียงอยู่ไม่น้อยเลยนะ? โดยเฉพาะในหมู่นักล่ามังกรเพศชายน่ะ”
น้ำเสียงของนางคล้ายหยอกเย้า เป็นการกล่าวด้วยความมั่นใจอย่างเป็นธรรมชาติ
“ข้าคือหลงชิงเหลียน นักเรียนชั้นปีสาม และยังเป็นผู้มีเจตจำนงธาตุน้ำระดับราชาที่เรียกว่ากระแสวารีไร้สิ้นสุดน่ะ”
ชื่อของนางดังสะท้อนอยู่ในหูของหวงเยี่ย
เขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนความตระหนักจะปะทุขึ้นภายในจิตใจ
หลงชิงเหลียน
นักล่ามังกรระดับห้า
ความตกตะลึงฉายชัดในแววตาอย่างไม่อาจปิดบังได้ ระดับห้านั้นไม่ใช่ขั้นที่ผู้ใดจะก้าวไปถึงได้โดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเพียงเท่านี้ นอกจากพรสวรรค์อันล้ำเลิศแล้ว ย่อมต้องมีความพากเพียรที่เหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
เจตจำนงธาตุน้ำระดับราชา กระแสวารีไร้สิ้นสุด
เพียงชื่อก็ทำให้รับรู้ได้ถึงความลึกซึ้งและกว้างใหญ่ดุจมหาสมุทร
พลังแห่งสายน้ำอันยิ่งใหญ่ที่ไหลเวียนต่อเนื่องไม่ขาดสาย เปรียบดั่งสายน้ำที่กัดกร่อนหินผาได้ในที่สุด
เมื่อประกอบกับรูปลักษณ์อันมีเสน่ห์ซึ่งสะกดใจได้ทุกเพศทุกวัย จึงไม่แปลกที่หลงชิงเหลียนจะมีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่เพียงภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูรแห่งนี้เท่านั้น หากยังเลื่องลือไปทั่วทั้งมหานครเมือง ตลอดจนเมืองต่างๆในอาณาเขตข้างเคียง
หวงเยี่ยเคยได้ยินเรื่องเล่าบางอย่างมาก่อน เพียงแต่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบตัวจริงเช่นนี้
เป็นที่หมายปองของเหล่าเพศชายในมหาวิทยาลัยแทบทุกคน
บางคนถึงขั้นกล่าวว่าหากได้หลงชิงเหลียนเป็นคนรัก ต่อให้ต้องตายภายในวันถัดไป พวกเขาก็พร้อมจะยอมสละชีวิตโดยไม่ลังเล
เมื่อคิดถึงคำพูดเหล่านั้น หวงเยี่ยก็รู้สึกว่ามันไม่ได้เกินจริงไปเลยซักนิดเดียว
หลงชิงเหลียนเอียงศีรษะเล็กน้อย มองปฏิกิริยาของเขาด้วยแววตาเจือรอยยิ้ม
“ตกใจขนาดนั้นเชียวหรือ?”
หวงเยี่ยสูดลมหายใจลึก พยายามปรับจังหวะหัวใจให้เป็นปกติ
ขณะที่หญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลง กลิ่นหอมอ่อนจางจากเรือนผมของนางลอยผ่านปลายจมูก
“แล้วนายเล่าหวงเยี่ย..”
“จ้องมองพี่สาวเช่นนี้ ไม่กลัวจะตกหลุมรักเข้าเสียก่อนหรือ?”
ทว่าระบบกลืนกินมังกรที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดกลับเบะปากออกมาด้วยความหงุดหงิด
เหมือนตัวของมันไม่อาจทนต่อท่าทีลังเลอืดอาดของโฮสต์ของตนได้อีกต่อไป
【อะไรกันคะโฮสต์ ท่าทางต้วมเตี้ยมแบบนี้มันอะไรกัน ทำไมถึงไม่ยกมือทั้งสองข้าง แล้วคว้าไปยังหน้าอกใหญ่ๆที่กำลังแกว่งอยู่นั้นกัน!】
น้ำเสียงของระบบเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน และหนักแน่นดุจประกาศิตสวรรค์เสียด้วยซ้ำ
ในชั่วพริบตานั้นเอง หวงเยี่ยซึ่งกำลังจะเอ่ยคำตอบกลับไปยังหลงชิงเหลียน พลันมีสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด ราวกับมีแรงบางอย่างที่มองไม่เห็นเข้าควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายเขาโดยสมบูรณ์
ฝ่ามือทั้งสองข้างที่เดิมทีวางอยู่ข้างลำตัวอย่างเรียบร้อย กลับยกขึ้นอย่างฉับพลันโดยไร้สัญญาณเตือน
ก่อนจะพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างแม่นยำ
แล้วก็คว้าหมับ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
สัมผัสที่เกิดขึ้นนั้นแน่นหนาอย่างชัดเจน ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาได้วางลงบนส่วนหน้าอกอันอิ่มเต็มของหญิงสาวอย่างไม่ลังเล ราวกับเป็นการกระทำที่ตั้งใจมาแล้วอย่างดี ทั้งแรงกดและการจับยึดนั้นไม่ได้เบาเลยซักนิด
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปในวินาทีนั้น
นักเรียนหลายคนที่กำลังเดินผ่านไปมา พลันชะงักฝีเท้าอย่างพร้อมเพรียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
ภาพตรงหน้าช่างเหนือความคาดหมายเสียจนสมองไม่อาจประมวลผลได้ทัน
บางคนอ้าปากค้างจนแทบหลุดเสียงร้องออกมา
บางคนสำลักน้ำลายของตนเอง ไอจนหน้าแดงก่ำ
“อะ.. ไอ้เด็กเวรหวงเยี่ย”
“มะ.. มะ.. มันกล้าจับ…”
“ของรุ่นพี่หลงชิงเหลียน?!”
มีบางคนที่ได้สติเร็วกว่าผู้อื่น รีบล้วงสมาร์ทโฟนออกมา มือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดกล้อง ก่อนจะยกขึ้นถ่ายภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเร่งรีบ เหมือนกลัวว่าหากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ภาพประวัติศาสตร์นี้จะหายไป
ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จับจ้อง หวงเยี่ยเองกลับเพิ่งจะรู้สึกตัว สีหน้าของเขาแข็งค้างในชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตกใจอย่างถึงที่สุด ดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นกระหน่ำราวจะทะลุออกจากอก
เขาก้มมองฝ่ามือของตนเองที่กำลังวางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ควรจะอยู่
สมองแทบว่างเปล่า
แล้วร่างกายก็สะดุ้งเฮือก
มือทั้งสองข้างรีบผละออกอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก
“ขะ.. ขอโทษด้วยพี่สาว”
“พะ.. พอดีร่างกายของข้ามันขยับไปเองน่ะ!”
คำพูดที่หลุดออกมานั้นเต็มไปด้วยความลนลาน เสียงสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำ ทว่ากลับฟังดูเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อย
หลงชิงเหลียนซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขาเงียบงันไปครู่หนึ่ง
คิ้วของนางกระตุกเล็กน้อย
เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่กลับชัดเจนยิ่ง
นัยน์ตาสีแดงเข้มส่องประกายวาบขึ้นมาอย่างน่าหวาดหวั่น นางจ้องมองหวงเยี่ยโดยไม่กะพริบตา รอยยิ้มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงาม รอยยิ้มนั้นหวานละมุนอย่างยิ่ง ทว่ากลับเย็นเยียบเสียจนผู้ที่มองเห็นรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก
“งั้นเรอะ?”
“งั้นร่างกายของข้าก็ต้องขยับไปเองเหมือนกันละนะ!”
ก่อนที่ฝ่ามือของนางจะยกขึ้นแล้วฟาดลงมา
“เพี๊ยะ!”
เสียงดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ ศีรษะของหวงเยี่ยสะบัดไปด้านข้างอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วขึ้นจากพื้น ก่อนจะกระเด็นออกไปไกลราวกับถูกพายุซัด พุ่งผ่านอากาศอย่างไร้การควบคุม ตกกระแทกลงยังพุ่มไม้ใหญ่ด้านข้างเสียงดังสนั่น
ใบไม้กระจัดกระจาย
กิ่งไม้หักสะบั้น
แล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบงัน สภาพของหวงเยี่ยหมดสติไปในทันที
“……..……!!”
นักเรียนที่ยืนมองอยู่ต่างนิ่งงันราวกับถูกสาปให้หยุดนิ่ง ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก
หลงชิงเหลียนยืนอยู่ในที่เดิม พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนเพิ่งระบายบางสิ่งออกจากอก
ขณะที่ใบหน้าอันงดงามซึ่งก่อนหน้านี้เย็นชาอย่างมาก กลับแฝงรอยแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด นางยกมือขึ้นแตะข้างแก้มของตนเองเล็กน้อย ราวกับกำลังพยายามปรับอารมณ์ให้กลับคืนสู่ปกติ
“ไอ้เด็กลามก!”
จากนั้นนางก็หมุนกายและก้าวเดินออกไปด้วยความรวดเร็ว เส้นผมสีเงินฟ้าครามพลิ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว เงาร่างค่อยๆห่างออกไปทีละน้อย ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่ยังคงจับจ้อง บรรยากาศที่ทิ้งไว้เบื้องหลังนั้นเต็มไปด้วยความสับสน ตกตะลึง และไม่อยากเชื่อ
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าควรจะหัวเราะ หรือควรจะหวาดกลัว
เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ มันเหนือกว่าทุกสิ่งที่พวกเขาเคยพบเจอในมหาวิทยาลัยเทพอสูรแห่งนี้เลยก็ว่าได้