พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่ 5 ตัดรากราคะของอดีตสามี! (2)
บทที่ 5 ตัดรากราคะของอดีตสามี! (2)
เมิ่งซีโจวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาพลันไหลนองใบหน้า
“ท่านแม่ ท่านอย่าได้กล่าวหาใส่ความข้าเช่นนี้ เป็น…เป็นสามีของข้าต่างหากที่ยืนกรานจะกินยาที่บรรจุอยู่ในหีบยานั่นให้ได้…”
แท้จริงแล้ว แม่เ่าจางเกรงว่าบุตรชายของตนจะเสียหน้าในยามอยู่กับภรรยาสองต่อสองในห้อง จึงได้ลอบเตรียมยาดั่งว่าเอาไว้ให้ล่วงหน้า เพียงแต่ยังมิถึงเวลาจะได้นำมาใช้งาน นานวันเข้าจึงได้ลืมเลือนเรื่องนี้ไปเสียสิ้นสนิท
ส่วนเมิ่งซีโจวในชาติภพก่อน ได้เคยค้นเจอเข้าโดยบังเอิญ นางจึงได้ล่วงรู้ความจริง…
นั่นเป็นยาที่มีฤทธิ์ให้อวัยวะเพศชายแข็งตัว!
“เขากินเข้าไปเท่าใดแล้ว? นี่ลูกชายข้ากินเข้าไปเท่าใดกันแน่?!”
ฮูหยินเ่าแห่งตระกูลจางถึงกับตกอกตกใจจนขวัญเสีย นางแทบอยากจะเป็นลมสิ้นสติไปเสียเดี๋ยวนั้น
เมิ่งซีโจวเขย่าถุงผ้าใส่ยาที่ถืออยู่ในมือไปมาเบาๆ ภายในถุงนั้นว่างเปล่า มิหลงเหลือผงยาแม้เพียงเศษธุลี
“ข้าก็ป้อนให้เขากินจนหมดสิ้นแล้ว จะให้เก็บไว้ฉลองปีใหม่หรืออย่างไรกันเล่าท่านแม่?”
ยามนี้ ร่างของจางจื้อกระตุกเกร็งหนักยิ่งกว่าเดิม ฟองสีขาวผุดปุดๆออกมาจากริมฝีปาก ไหลย้อยนองเต็มที่นอน
ขาทั้งสองข้างของฮูหยินเ่าสั่นระริก นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมิ่งซีโจวเป็นหมอ จึงรีบคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่น พร้อมกับตวาดสั่งเสียงสั่นว่า
“ยังจะยืนโง่อันใดอยู่อีกเล่า! รีบๆไปช่วยจื้อเอ๋อร์ของข้าเร็วเข้า!”
เมิ่งซีโจวปั้นสีหน้าลำบากใจยิ่งนัก “อาการเช่นนี้… เหลือเพียงหนทางรักษาเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะท่านแม่”
“ในยามคับขันเช่นนี้ เจ้ายังจะมัวอ้ำอึ้งอันใดอยู่อีกเล่า รีบๆเอ่ยออกมาเร็วเข้า!”
“…จำต้องตัดรากราคะอัปมงคลของเขาทิ้งเสีย!”
ครั้นฮูหยินเ่าได้ยินคำตอบเช่นนั้น ก็พลันหมดเรี่ยวแรงที่จะทรงตัว ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงกับพื้นทันใด
“มะ…ไม่ได้! จื้อเอ๋อร์ยังต้องมีหลานชายให้ข้าเลี้ยงดูก่อน…” นางพึมพำออกมาเสียงแผ่ว จิตใจเต็มไปด้วยความผิดหวังยิ่ง
เมิ่งซีโจวหาได้เปิดโอกาสให้นางหลบเลี่ยงเบี่ยงประเด็นต่อ นางเดินไปหยิบเคียวเล่มหนึ่งออกมาจากมุมกำแพงบ้าน ก่อนจะนำมายื่นให้แก่ฮูหยินเ่าพลางกล่าวว่า
“หากท่านแม่ยังลังเลอยู่เช่นนี้ ชีวิตของบุตรชายท่านอาจต้องสูญสิ้น เช่นนั้นท่านแม่จงรีบตัดสินใจโดยเร็วเถิด!”
ดวงตาทั้งสองของแม่เ่าจางเบิกโพลงจนแทบถลนออกจากเบ้า ยื่นมือไม้ที่สั่นระริกออกไป ทว่าแม้แต่เคียวยังไม่อาจคว้ากำได้มั่น
นางปิดเปลือกตาลงดุจยอมรับชะตากรรม กำหมัดแน่นพลางเอ่ยขึ้นว่า
“เจ้าทำเถิด… แต่จงเบามือหน่อย เจ้าต้องเบามือให้มากล่ะ!”
เมิ่งซีโจวคว้าเคียวในมือแม่เ่าจางคืนมา พลางจ้องมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมานของแม่เ่าจางด้วยความรู้สึกสะใจอย่างมาก
เจ็บปวดทรมานอย่างนั้นหรือ? ทั้งหมดนี้… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนังเ่า!
นางก้มมองเคียวในมือ พร้อมเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ จากนั้นก็ฟาดฉับลงไปอย่างสุดกำลัง!
จางจื้อกรีดร้องโหยหวนออกมาประดุจสุกรถูกเชือด เสียงของเขาแหลมบาดหูยิ่งนัก
แม่เ่าเจียงถึงกับลนลานสั่นสะท้าน รีบตรงเข้าไปก้มเก็บชิ้นเนื้อแท่งนั้นที่กลิ้งหล่นลงมา แล้วนำไปห่อผ้าไว้ ส่วนเมิ่งซีโจวกลับเดินออกจากห้องไป แล้วดึงหญ้าแถวนั้นขึ้นมาอย่างลวกๆกำมือหนึ่ง
ครั้นกลับเข้ามาในห้องอีกครา ก็เห็นแม่เ่าจางกำลังโอบกอดจางจื้อที่เจ็บปวดจนสลบไสลไป พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาปริ่มว่าจะขาดใจ
“จะร้องไปใยเล่าท่านแม่ ขืนร้องห่มร้องไห้มากๆ โชควาสนาจะหนีหายไปเสียหมด!” เมิ่งซีโจวหัวเราะคิกคัก พลางเอ่ยวาจาเย้ยหยัน
แม่เ่าจางได้ฟังถึงกับหันขวับมา จ้องมองนางด้วยสายตาเคียดแค้นอำมหิต
“นังสัตว์เดรัจฉาน! สมควรเอาปากเจ้าไปจุ่มในบ่ออาจมเสียให้รู้แล้วรู้รอด ดูซิว่ายังจะกล้าส่งเสียงออกมาอีกหรือไม่!”
เมิ่งซีโจวสะบัดหญ้าในมือ พลางเอ่ยอย่างไม่แยแสใส่ใจ
“โอ้ เช่นนั้นก็เชิญท่านแม่ร้องต่อไปเถิด แต่หากยังไม่รีบห้ามเลือดให้กับเขา เกรงว่าต่อไปท่านอาจจะได้ร้องไห้ส่งศพแทนเสียแล้ว!”
แม่เ่าจางได้ยินดังนั้น ใบหน้าของนางพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีไปมาดุจรุ้งเจ็ดสีมีทั้งแดง ส้ม เหลือง เขียวสลับไปมา ครั้นอับจนปัญญาจะขัดขืนตอบโต้ จึงได้แต่กล้ำกลืนความคับแค้นใจไว้ แล้วยอมหลีกทางให้อีกฝ่ายแต่โดยดี
เมิ่งซีโจวสะบัดสมุนไพรในมือลงไปบนบาดแผลของจางจื้ออย่างไม่ใส่ใจนัก ฝ่ามือไม่สัมผัสแม้แต่บาดแผลของเขาด้วยซ้ำไป ขณะเดียวกันกลับได้ยินแม่เ่าจางตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบประดุจสายลมโชยพัดจากหลุมศพ
“หากจื้อเอ๋อร์ของข้าไม่อาจรอดชีวิต เจ้าเองก็อย่าหวังว่าจะได้มีลมหายใจต่อไปเช่นกัน!”
เมิ่งซีโจวยกมือขึ้นแคะรูหูเบาๆ ท่าทางคล้ายมิได้ใส่ใจวาจาข่มขู่ของนางเลยแม้แต่น้อย
ตระกูลจางมีบุตรชายถึงสามคน แต่กลับมีปัญญาซื้อสะใภ้แต่งเข้าตระกูลได้เพียงผู้เดียว เหตุนั้นเลยจำต้องให้พี่น้องใช้ภรรยาคนเดียวร่วมกัน แม่เ่าจางย่อมไม่อาจตัดใจสังหารนางได้ง่ายๆ
กล่าวถึงบุตรชายคนโตของตระกูลจาง — จางเฉิง — เห็นทีเขาคงใกล้จะกลับมาแล้วกระมัง?
จางเฉิงผู้นี้เป็นพ่อค้าคนกลาง เขามีอาชีพค้าทาส และเป็นมันนี่เองที่รับงานสกปรกจากจวนโหว ให้ลักพาตัวนางมายังหมู่บ้านเสี่ยวเหอแห่งนี้ ทั้งมันยังมีหน้าที่ส่งข่าวรายงานกลับไปยังจวนโหวทุกเดือนด้วย ในรายงานของมันจะต้องบอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ทรมานที่นางได้รับอย่างละเอียดถี่ยิบ ทั้งนี้เพื่อให้มารดาผู้แสนดีของนางได้รับรู้!
และมันผู้นี้ก็คือคนในตระกูลจางที่รับมือได้ยากที่สุด ชาติก่อนนั้น หากมิใช่เพราะมันเองคอยระแวดระวังตัวอยู่ทุกเมื่อ วางเครือข่ายไว้ทั่วดุจตาข่ายไร้ช่องโหว่แล้วล่ะก็ เมิ่งซีโจวก็คงจะสามารถหลบหนีกลับไปเมืองหลวงได้นานแล้วเช่นกัน!
ไม่รู้ว่าเมื่อมันกลับมาถึงบ้าน แล้วได้ล่วงรู้ว่าทั้งน้องสาวน้องเขยล้วนสิ้นใจตายหมดแล้ว อีกทั้งน้องชายคนรองยังถูกตัดรากราคะทิ้งเช่นนี้ ไม่รู้ว่าสีหน้าของมันจะเป็นเช่นใดบ้างหนอ?
ช่างเป็นเรื่องที่น่าคาดเดาขบคิดยิ่งนัก…