พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่218 เส้นทางชีวิตข้ามีแต่จักรุ่งโรจน์ เมิ่งซีโจวแล้วเจ้าล่ะ?
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่218 เส้นทางชีวิตข้ามีแต่จักรุ่งโรจน์ เมิ่งซีโจวแล้วเจ้าล่ะ?
บทที่218 เส้นทางชีวิตข้ามีแต่จักรุ่งโรจน์ เมิ่งซีโจวแล้วเจ้าล่ะ?
ฮูหยินเมิ่งถือกำเนิดจากตระกูลใหญ่สูงศักดิ์ นางย่อมมีความทะนงตนเป็นทุนเดิม กล่าวคือเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมไปทั้งรูปโฉมและสติปัญญา ในสายตาของนาง ต่อให้ต้องออกเรือนไปเป็นชายาของอ๋องผู้หนึ่ง ก็ยังนับว่ามีคุณสมบัติสูงล้ำเสียด้วยซ้ำ
แต่น่าเสียดายที่ตระกูลกลับกลายเป็นโซ่ตรวนฉุดรั้งนางไว้ ทำให้นางจำต้องลดเกียรติศักดิ์ศรี ยอมแต่งลงต่ำมาเป็นภรรยาของบุรุษที่ไร้ความสามารถเช่นเมิ่งชินรุ่ย
คนผู้นั้นทั้งไร้น้ำยา ทั้งไร้คุณธรรม ทว่ากลับดื้อรั้นถือดีหลงตัวเอง มั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่า ตนนั้นเก่งกว่าใครๆจนมิเห็นผู้ใดอยู่ในสายตา
นับแต่นางแต่งเข้าจวนโหวมา เมิ่งชินรุ่ยก็เอาแต่ระแวงนางประหนึ่งหวาดระแวงโจรผู้ร้าย สายตาล้วนจับจ้องคอยป้องกัน เกรงว่าตระกูลจี้จะหมายตาทรัพย์สมบัติอันน้อยนิดของจวนโหว
ทุกคราที่นึกถึงเรื่องนี้ ฮูหยินเมิ่งก็อดที่จะนึกขันไม่ได้ สมบัติเล็กน้อยดุจแตงสามลูกพุทราสองผลของจวนโหวนั้น ต่อให้เอาไปโยนทิ้งไว้หน้าประตูตระกูลจี้ ก็เกรงว่าบ่าวไพร่ในจวนยังต้องรีบช่วยกันเก็บกวาดไปทิ้งเสียด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่าอาจจะกองเกะกะทางเข้าจนทำให้ฮวงจุ้ยจวนต้องมัวหมอง ทำลายวาสนาที่พึมมีเสียเปล่า!
เดิมทีนางเป็นถึงบุตรีคนโตแห่งตระกูลจี้ สมควรได้ร่วมทุกข์ร่วมสุข ผูกชะตาขึ้นลงไปกับเกียรติยศของวงศ์ตระกูล ทว่าคำสั่งบรรพชนยากจะฝ่าฝืน ตระกูลใหญ่ยิ่งถือมั่นในสัจวาจา ท้ายที่สุดกลับทำให้นางต้องแต่งเข้าตระกูลเมิ่ง กลายเป็นหมากตัวหนึ่งที่แทบถูกทอดทิ้งอย่างสิ้นเชิง!
ผู้ที่เดิมทีมีสัญญาหมั้นหมายกับนางก็คือเมิ่งชินเฉิง ซึ่งนับว่ายังพอมีไหวพริบและแววเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง แต่ใครจะคิดเล่าว่าคนผู้นั้นกลับติดการพนันเป็นสันดาน ทำลายอนาคตของตนเองจนย่อยยับ และด้วยเหตุพลิกผันผิดคาด สุดท้ายตำแหน่งโหวกลับตกไปอยู่ในมือของเมิ่งชินรุ่ยแทน ผู้ที่คล้ายดีแต่ทำตามกเกณฑ์อย่างทื่อๆมิรู้จักพลิกแพลง หากแท้จริงแล้วกลับโง่งมราวสุกรตัวหนึ่ง!
หากเขาเพียงแค่โง่เขลาก็คงจะแล้วไป แต่เขากลับยังหลงคิดว่าตนนั้นฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาดูแคลนสตรีอย่างยิ่งยวด มองอิสตรีเป็นเพียงของเล่นไว้ผ่อนคลายอารมณ์ตนเท่านั้น
หลังแต่งเข้าตระกูลเมิ่ง ฮูหยินเมิ่งจึงจำต้องทุ่มเทความคิดและแรงกายแรงใจทั้งหมด คอยบริหารจัดการเรือนหลังภายในจวนอย่างระมัดระวัง ค่อยๆทำให้เมิ่งชินรุ่ยเชื่ออย่างฝืนๆว่า ตระกูลจี้ไม่เพียงไม่คิดช่วงชิงสิ่งใดจากจวนโหว ตรงกันข้าม ยังมักยื่นมือช่วยเหลืออยู่บ้างเป็นครั้งคราว เมื่อนั้นเขาจึงค่อยๆลดกำแพงความหวาดระแวงในใจลงได้ในที่สุด
ชีวิตอันสงบสุขผ่านมาได้ไม่นาน เมิ่งชินรุ่ยก็เริ่มเพ่งเล็งนางเป็นศัตรูอีกครา
เขาเห็นว่ายามที่นางจัดการสารพัดงานหน้าที่ในเรือนแต่ละครั้ง ทั้งมีความรวดเร็วและค่อนข้างเฉียบขาดยิ่งนัก เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับผู้เป็นสามีเช่นเขาแล้ว ก็ยิ่งขับให้ฝ่ายสามีดูเป็นคนมีความลังเลไม่เด็ดขาด ความสามารถที่จัดอยู่ในระดับสามัญและความไร้น้ำยาของเขา จึงยิ่งดูโดดเด่นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ในใจจึงเริ่มเกิดความไม่พอใจขึ้นมาอีก วันๆไม่คิดทำการงานให้เป็นเรื่องเป็นราว กลับเอาแต่จับผิดนางเป็นความสำราญอย่างหนึ่ง
ฮูหยินเมิ่งไม่เคยพบเคยเห็นผู้ที่รับมือได้ยากเย็นถึงเพียงนี้มาก่อน!
ฝีมือไม่มีเท่าไหร่ แต่อารมณ์กลับใหญ่โตมิใช่น้อย!
เขาไม่มีพรสวรรค์ในเส้นทางขุนนาง ครั้นจะร่ำสุราขับกลอน ชมจันทร์รำพันลม เลียนแบบบรรดาบุตรหลานตระกูลสูงศักดิ์ ทำตัวเป็นผู้มีรสนิยมสูงส่ง ก็ยังทำได้ไม่เป็นเรื่องเป็นราวนัก เดิมทีฮูหยินเมิ่งคิดว่า อย่างน้อยเวลาที่อยู่เรือนหลัง เขาก็ควรหัดรู้จักทำตัวให้เรียบร้อยและประพฤติตนดีเสียหน่อย คนเราเกิดมาจะไม่เอาดีสักทางเลยเชียวหรือ?
แต่ใคนเล่าจะคิด เมื่อเมิ่งชินรุ่ยขึ้นรับตำแหน่งโหวโดยสมบูรณ์แล้ว ก็ได้โอกาสก็รับอิสตรีเข้าจวนมาเป็นอนุภรรยาคนเล่าคนเล่า
แรกเริ่มฮูหยินเมิ่งยังมีปากโต้เถียงกับเขา ทว่าเนิ่นนานเข้า ทั้งกายทั้งใจก็ล้วนเหนื่อยล้าจนรู้สึกเบื่อหน่าย เรือนหลังอัดแน่นไปด้วยสตรีหลากหลายประเภท ทั้งวันวุ่นวายราวไก่บินสุนัขกระโจน หาได้มีสักวันที่สงบสุขไม่ จนกระทั่งนางได้ให้กำเนิดบุตรชายคนโต เขาจึงค่อยสำรวมลงบ้างในที่สุด
ยิ่งขบคิดถึงความคับแค้นน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ตนต้องทนแบกรับมาตลอดหลายปีหลังแต่งกับเมิ่งชินรุ่ย ครั้นได้ยินถ้อยคำที่เมิ่งซีโจวกล่าวอย่างแฝงความนัยเช่นนี้ เพลิงโทสะในอกของฮูหยินเมิ่งก็ยิ่งกดข่มเอาไว้ไม่อยู่
มีเหตุผลอันใดที่นางจะต้องลดตัวไปฝากชีวิตไว้กับคนดวงตกไร้ค่าเช่นนั้นด้วย ทั้งยังเป็นคนโง่ที่เอาตาปลาไปเทียบไข่มุกอยู่ร่ำไปเสียด้วย?!
เมื่อเห็นนิ้วมือของฮูหยินเมิ่งบีบกำแน่นขึ้น ยามนี้แทบจะบีบจอกชาให้แตกคามือ เมิ่งซีโจวย่อมยินดีที่จะเติมเชื้อไฟให้ลุกโหมแรงมากขึ้น นางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันยิ่งกว่าเดิม
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อกับท่านแม่รักมั่นดุจหินผา สามีขับขาน ภรรยาคล้อยตาม ชีวิตราบรื่นกลมเกลียว ช่างเป็นที่น่าอิจฉาของผู้คนทั่วหล้าเสียจริง เช่นนั้น บุตรีผู้นี้ก็ขออวยพรจากใจ ให้ท่านแม่มีแต่ความสุขในทุกแรมปี และเป็นเช่นนี้ตลอดไปเถิดเจ้าค่ะ”
กล่าวพลาง นางก็ยกถ้วยชาตรงหน้าขึ้นพลาง แล้วจงใจเอื้อมออกไปชนกับถ้วยชาในมือของฮูหยินเมิ่ง
เพราะมือของฮูหยินเมิ่งยังคงกำถ้วยชาไว้แน่น เมิ่งซีโจวจึงไม่คิดอ้อมค้อมอีกต่อไป ใช้ก้นถ้วยกระแทกเข้ากับนิ้วมือของอีกฝ่ายเสียตรงๆ ท่าทีท้าทายปรากฏชัดอย่างไม่คิดปิดบังเลยแม้แต่น้อย
ฮูหยินเมิ่งมองการกระทำของเมิ่งซีโจว ที่แสดงออกแทบจะโจ่งแจ้งต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ตอนแรกก็โกรธจนถึงขีดสุด ทว่าเพียงชั่วพริบตา กลับคลี่ยิ้มออกมาอย่างฉับพลัน
นางจะต้องมาถือสาหาความกับเมิ่งซีโจวในยามนี้ไปเพื่ออะไร?
บุตรีสุดที่รักของนางกำลังจะได้เป็นฮองเฮา ผู้เปรียบดั่งมารดาแห่งแผ่นดิน ส่วนฉินหลางที่นางเฝ้าคะนึงหามาครึ่งชีวิต และหลงคิดว่าได้สูญเสียไปแล้ว กลับหวนคืนมาอีกครา เวลานี้ ในใต้หล้ายังจะมีผู้ใดสุขสมหวังไปกว่านางอีกเล่า?
เมื่อคิดถึงฉินหลาง หัวใจของฮูหยินเมิ่งก็พลันเอ่อท้นด้วยความปวดร้าวระคนหวานล้ำ เกิดอาการสั่นไหวที่มีทั้งรสขมฝาดและรสหวานชวนให้ใจอ่อนยวบ
คนผู้นั้นคือบุรุษเพียงหนึ่งเดียวที่นางรักใคร่ด้วยใจจริงเมื่อวัยสาว เขามากด้วยความสามารถ บุคลิกล้ำเลิศ สง่างามเหนือสามัญ อีกทั้งเคยมีช่วงเวลาอันงดงามร่วมกับนางมากถึงเพียงนั้น
ต่อให้ต้องพลัดพรากจากกันมานานหลายปี เขาก็ยังคงเป็นมุมอ่อนโยนที่สุดในก้นบึ้งหัวใจของนางเสมอมา
บัดนี้ เมื่อรู้ว่าเขายังปลอดภัยไร้เรื่องร้าย และอีกไม่นานก็จะได้พบกันอีกครา ความคิดถึงและความปีติยินดีที่ถูกกดกลั้นมานานปี ก็แทบจะทะลักล้นออกมาจากอก ทำให้นางอดที่จะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้
แล้วเมิ่งซีโจวเล่า?
นางกำลังจะพบเคราะห์ใหญ่แล้ว!
เคราะห์โลหิตที่ไม่มีวันพลิกฟื้นกลับมาได้อีก!
ทันทีที่หนานหนานได้ครองตำหนักคุนหนิง กุมตราหงส์ไว้ในมือ การจะบีบเมิ่งซีโจวให้ตายนั้น ย่อมมิใช่ง่ายดายไม่ต่างจากบี้มดตัวหนึ่งหรอกรึ?
ถึงเวลานั้น ต่อให้เมิ่งซีโจวจะได้หวนคืนชีวิตมาอีกหนึ่งชาติ หรือแม้กระทั่งสิบชาติ ก็อย่าได้หวังว่าจะมีหนทางรอดเหลืออยู่แม้เพียงครึ่งเส้นทาง!
ครานี้ล่ะ! จะไม่มีเรื่องมิคาดฝันอันใดเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด!
ช่างน่าสงสารเสียจริงนะ นังโง่เมิ่งซีโจว!