พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่228 สองพี่น้องฟาดฟันกันด้วยวาจา (1)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่228 สองพี่น้องฟาดฟันกันด้วยวาจา (1)
บทที่228 สองพี่น้องฟาดฟันกันด้วยวาจา (1)
ทันทีที่เมิ่งหนานอี้กล่าวจบ ภายในคุกก็พลันจมดิ่งสู่บรรยากาศเงียบงันดุจความตาย เหลือเพียงเสียงหยดน้ำเลือนลางที่แว่วดังมาจากไกลๆ
แล้วจู่ๆหนูตัวหนึ่งก็ส่งเสียง “จี๊ด” แล้วพุ่งปราดออกมาจากมุมห้อง เฉียดผ่านชายกระโปรงของเมิ่งหนานอี้ไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหายลับเข้าไปในเงามืดอีกฟากฝั่งหนึ่ง
“กรี๊ด!”
เมิ่งหนานอี้ตกใจจนหน้าถอดสี กรีดร้องเสียงหลงออกมา แล้วรีบกระโดดถอยหลังไปทันที เหล่านางกำนัลที่อยู่เบื้องหลังนางพลันแตกตื่นวุ่นวาย รีบรุดเข้ามารายล้อมนางไว้แน่นหนา ประหนึ่งกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายนั้น เสียงหัวเราะเย้ยหยันของเมิ่งซีโจวจึงยิ่งฟังดูบาดหูมากเป็นพิเศษ
เมิ่งหนานอี้ที่ยังไม่ทันหายเสียขวัญ ใบหน้ายังคงซีดเผือด ครั้นได้ยินเสียงหัวเราะนั้นก็ยิ่งอับอายจนพาลเปลี่ยนเป็นโทสะ นางตวาดเสียงกร้าวผ่านกำแพงคนที่ขวางอยู่ตรงหน้า
“เจ้าหัวเราะอะไร!”
“ข้ายังจะหัวเราะเรื่องอันใดได้อีกเล่า? ก็เห็นอยู่ว่าเป็นพวกหนูสกปรกที่สุมหัวอยู่รังเดียวกันแท้ๆ แล้วเหตุใดเจ้ายังหวาดกลัวสหายตนเสียได้เล่า!” เมิ่งซีโจวหัวเราะออกมา สีหน้าท่าทางดูผ่อนคลายยิ่งนัก
“เจ้า!”
เมิ่งหนานอี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย นัยน์ตากลอกไปมาอย่างลนลาน รีบร้อนคิดหาทางกู้หน้าตนคืน นางจึงเชิดปลายคางขึ้นสูง หมายใช้ท่าทีข่มขวัญกลบเกลื่อนอาการเสียกิริยาของตนเมื่อครู่
“เราผู้นี้สั่งให้เจ้ามาเดินหมากกับเราอย่างไรเล่า เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมปริปากตอบ หรือเพราะเริ่มหวาดกลัวแล้วกระมัง? กลัวว่าตนจะแพ้หมดรูปต่อหน้าเราผู้นี้แล้วรึ?”
เมิ่งซีโจวจ้องมองท่วงท่าภายนอกที่ดูเกรี้ยวกราด ทว่าภายในกลับขลาดเขลาของเมิ่งหนานอี้ รอยยิ้มมุมปากยิ่งล้ำลึกมากขึ้น ทั้งยังพยักหน้าคล้ายเห็นด้วยกับวาจากล่าวหาของนางเสียด้วยซ้ำ
“ใช่ ข้ากลัว กลัวเหลือเกิน กลัวจนเนื้อตัวสั่นไปหมดแล้ว~”
เมิ่งซีโจวค่อยๆก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน เงาของซี่กรงพาดผ่านใบหน้าของนางเป็นริ้วๆ
“เจ้าดูพยายามที่จะพิสูจน์ตนเองต่อหน้าข้าเสียเหลือเกิน คิดแผนการจนสมองแทบแตกก็เพื่อให้ข้าแพ้หมากสักกระดานหนึ่ง ข้าจึงกลัวว่า หากเจ้าสมปรารถนาขึ้นมาจริงๆ ชีวิตนี้ต่อไปของเจ้าคงจะเคว้งคว้างน่าเบื่อนัก หากขาดข้าไปสักคน เกรงว่าเจ้าคงจะต้องนั่งหงอยจนสมองฝ่อแน่…”
“เมิ่งซีโจว!”
เมิ่งหนานอี้แทบจะขบฟันเงินจนแหลกละเอียด ทุกถ้อยทุกคำประหนึ่งถูกเค้นลอดออกมาจากไรฟัน!
คนเราทุกคนล้วนเคยนึกวาดฝันว่า หากตนมิได้เลือกเดินบนเส้นทางนี้ อีกเส้นทางหนึ่งจะพาไปสู่หนใด เมิ่งหนานอี้เองก็หาได้เป็นข้อยกเว้นไม่
เมื่อครั้งยังเยาว์ นางมีชีวิตอยู่ภายใต้เงามืดซึ่งมีรัศมีของเมิ่งซีโจวคอยปกคลุมมาโดยตลอด
สตรีที่มารดาเรียกขานว่า ‘ลูกน่าชังนิสัยป่าเถื่อน’ นั้น กลับโดดเด่นเหนือผู้คนไปเสียทุกด้าน ไม่ว่านางจะดิ้นรนพยายามไล่ให้ทันสักเพียงใด ก็มิต่างอันใดจากมดแมลงที่ริอ่านเขย่าต้นไม้ใหญ่ แม้แต่ชายอาภรณ์ของอีกฝ่าย นางก็ยังเอื้อมแตะไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุด นางจึงทำได้เพียงสงบเงียบลง ได้แต่ฝากความหวังทั้งปวงไว้ที่มารดา หวังให้มารดาช่วยผลักเมิ่งซีโจวตกลงสู่หุบเหวลึก กำจัดนางให้สิ้นซาก เช่นนั้นตนก็จะไม่ต้องทุกข์ร้อนใจเพราะเรื่องนี้อีก
ทว่าในใจนางเล่า จะยอมจำนนได้จริงหรือ?
หลังจากเมิ่งซีโจวถูกขายไปยังหมู่บ้านเสี่ยวเหอ ผืนพิภพทั้งใบในวิสัยของงนางก็แปรเปลี่ยนไป คล้ายม่านเมฆหมอกได้สลายลง ท้องนภากระจ่างจันทร์แจ่ม สิ่งที่เมื่อก่อนเรียนจนหัวหมุนตาลาย บัดนี้กลับค่อยๆหยิบยกขึ้นมาทบทวนใหม่ได้ หมากล้อมก็เป็นหนึ่งในนั้น คือสิ่งที่นางถนัดที่สุด
นางสามารถเชิญยอดฝีมือหมากล้อมอันดับหนึ่งในใต้หล้ามาเป็นอาจารย์ได้ อย่างไรเสีย การได้สอนว่าที่พระมารดาแห่งแผ่นดินในภายหน้า ย่อมนับเป็นเกียรติยศที่สามัญชนผู้หนึ่งต้องสั่งสมบุญวาสนามาหลายชาติ จึงจะสามารถพานพบได้
หลังจากตรากตรำฝึกฝนอยู่ช่วงหนึ่ง ผู้คนรอบกายล้วนพากันยกย่องว่า นางมีพรสวรรค์เหนือคนธรรมดาสามัญ กระทั่งเหล่าท่านผู้เฒ่านิสัยหยิ่งผยองจนแทบมิเห็นผู้ใดอยู่ในสายตาผู้นั้น ยังถึงกับพยักหน้ายอมรับนางอยู่บ่อยครั้ง เอ่ยชมว่านางมีปฏิภาณยอดเยี่ยมยิ่งนัก
นับแต่นั้น ความคิดหนึ่งก็เริ่มหยั่งรากงอกงามลงในใจนางอย่างบ้าคลั่ง
เหตุใดนางจึงจะสู้เมิ่งซีโจวมิได้เล่า?
เพียงข้าตาสว่างในปัญญาช้าไปสักหน่อยเท่านั้นเอง หากพบเจอยอดอาจารย์แต่เนิ่นกว่านี้ ฝีมือการเดินหมากรวมถึงอีกหลากหลายศาสตร์ ตัวนางนั้นย่อมมีฝีมือเหนือกว่าเมิ่งซีโจวชนิดที่อีกฝ่ายเทียบไม่ติดเลยทีเดียว!
ครั้งนั้นเมิ่งซีโจวเชิญยอดอาจารย์มาได้ มิใช่เพราะอาศัยการประจบสอพลอ และเอาอกเอาใจองค์หญิงใหญ่ให้ออกหน้าแทนหรอกหรือ!
หากนางเมิ่งหนานอี้ได้รับการชี้แนะจากยอดอาจารย์มาตั้งแต่เยาว์วัย ป่านนี้คงมีชื่อเสียงสะท้านใต้หล้าไปนานแล้ว ไหนเลยเมิ่งซีโจวจะบังอาจเทียบเคียงได้
นางเคยเพ้อฝันนับครั้งไม่ถ้วน หากยังมีโอกาสได้ประลองกันอย่างยุติธรรมสักครา นางย่อมไม่มีทางพ่ายแพ้อีกเป็นแน่!
ในชีวิตก่อนหน้า เมิ่งซีโจวได้ตายตกไปแล้ว นางจึงไม่มีโอกาสอีกต่อไป หากแต่บัดนี้ โอกาสทองที่ว่านั้นหาใช่วางอยู่ตรงหน้าแล้วรึ?
หากเมิ่งซีโจวโชคดีเอาชนะตนได้ ก็ปล่อยให้นางยืดลมหายใจร่อแร่ต่อไปอีกสักวันสองวัน ครั้นเมื่อนางพ่ายแพ้แม้สักตาเดียว ตนนี่แหละจะเป็นผู้ส่งนางไปสู่ปรโลกเสียเอง!
ขอเพียงอีกฝ่ายพ่ายแพ้ให้ตนสักครั้ง… เช่นนั้นย่อมเท่ากับพิสูจน์ได้แล้วว่า เกียรติยศทั้งปวงของเมิ่งซีโจวในกาลก่อน ล้วนเป็นเพียงภาพลวงอันว่างเปล่า!
ข้า—เมิ่งหนานอี้ผู้นี้ มิเคยด้อยกว่าและอยู่ใต้เมิ่งซีโจวเลยสักครา!
ข้ามิเคยพ่ายแพ้ให้กับนังสวะโง่งมพรรค์นั้น!