พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 109 โฮจิ๋นผู้มีน้ำใจ
บทที่ 109 โฮจิ๋นผู้มีน้ำใจ
เมื่อเห็นว่าพ่อกับน้องรองตกลงกันไม่ได้ เว่ยจี้ก็แสดงความเห็นของตัวเองออกมา
“พี่ใหญ่! เขาเหยียดหยามพวกเรามาขนาดนี้แล้ว พวกเรายังแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่อีกหรือ?”
เว่ยจ้งเต้าไม่เข้าใจ แค่เล่าเจี้ยงคนเดียว เหตุใดถึงทำให้พ่อและพี่ชายเขากลัวจนกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?
เว่ยจี้ไม่ได้โต้เถียงกับน้อง แต่มองไปยังเว่ยเสียน
“ท่านพ่อ ท่านรู้หรือไม่ว่าฉากทหารม้านับพันมันเป็นอย่างไร”
“ทหารม้าสังหารองครักษ์ตระกูลเว่ยเรา โดยมิปราศจากความลังเลเลยแม้แต่น้อย!”
“อีกอย่างหนึ่ง เล่าเจี้ยงลั่นวาจาไว้ว่า เขาไม่รังเกียจจะมาเหยียบตระกูลเว่ยของเรา!”
เว่ยเสียนขมวดคิ้ว ไฟโทสะลุกโชนขึ้นมาถึงขีดสุด!
เรื่องก่อนหน้านี้ประมุขเว่ยสามารถอดกลั้น แต่วาจานี้เขาทนฟังไม่ไหวจริง ๆ!
“มาเหยียบตระกูลเว่ยรึ? เขาคิดว่าตระกูลเว่ยข้าเป็นอะไร!”
“เป็นมดแมลงหรือถึงปล่อยให้มาเหยียบย่ำอย่างโหดเหี้ยมได้!”
เว่ยจ้งเต้าเห็นบิดาโกรธมาก จึงรีบใส่ไฟด่าเล่าเจี้ยง
“ใช่แล้ว ไอ้ชั่วผู้นี้ไม่มองพวกเราอยู่ในสายตาเลย!”
“ท่านพ่อ หากไม่สั่งสอนเขาเสียหน่อย พวกเราจะมีหน้ายืนหยัดอยู่ในแผ่นดินได้อย่างไร?”
เว่ยจี้มองน้องชายตัวเองที่กำลังโกรธจัดอย่างข้องใจ ไฉนจึงได้โง่เขลาเช่นนี้?
“สั่งสอนงั้นรึ น้องรอง เจ้าจะเอาอะไรไปสั่งสอนเขา?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เขามีเหตุผลนับหมื่นในการมาเหยียบตระกูลเว่ยเรา”
เว่ยจ้งเต้ามองไปที่เว่ยจี้อย่างโกรธเคือง ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของพี่ชายแม้แต่น้อย
“มันกล้ารึ! หากมันกล้าทำเช่นนี้ ข้า… ข้า…”
“เจ้าอะไร? คิดว่าตระกูลเว่ยเรายังรุ่งโรจน์เหมือนสมัยบรรพบุรุษหรือ?”
เว่ยจี้มองไปที่น้องชายอย่างขุ่นเคือง หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่าย ตนจะมีเรื่องให้ไปล่วงเกินเล่าเจี้ยงได้อย่างไร?
ตอนนี้ไม่เพียงไม่ยอมรับบทเรียน ยังคิดเพ้อฝันจะแก้แค้นเล่าเจี้ยงด้วย!
มันน่าขันขนาดไหนกัน!
เว่ยจ้งเต้ามองพี่ชายตัวเอง ก่อนหัวเราะออกมาอย่างน่าสังเวช
“เหอะ ๆ พี่ใหญ่ เล่าเจี้ยงนั่นไม่ได้แย่งตัวเจ้าสาวท่านไป แต่เป็นเจ้าสาวข้า! ผู้หญิงของเว่ยจ้งเต้าคนนี้!”
“ท่านกลัวเขางั้นรึ แต่ข้าไม่กลัว! อย่างมากข้ากับเขาก็ตกตายไปพร้อมกัน!”
ดวงตาเว่ยจ้งเต้าแดงฉาน เสียงที่เปล่งออกมายิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนประโยคสุดท้ายแทบจะเป็นเสียงคำราม
“เจ้าโง่! เจ้ารู้หรือเปล่าว่าทำเช่นนั้นจะทำร้ายตระกูลเว่ย?”
เว่ยจี้ชี้ไปที่เว่ยจ้งเต้าด้วยตัวสั่นเทา เห็นได้ชัดว่าโกรธเขาจัด
“ปั๋วอวี๋ เจ้าพูดเกินไปหน่อยหรือเปล่า?”
เว่ยเสียนย่นหน้า เห็นได้ชัดว่าไม่เห็นด้วยกับคำพูดของลูกชายคนโต
“ท่านพ่อ ข้าหาใช่คนเขียนเสือให้วัวกลัวแน่นอน!”
เว่ยจี้เผยสีหน้าเคร่งขรึม แม้แต่น้ำเสียงก็ยังจริงจังมาก
“แค่เล่าเจี้ยงผู้นั้นกล่าวโทษว่าเราสมคบคิดกับกลุ่มโพกผ้าเหลือง ก็พอจะทำให้ตระกูลเว่ยเราล่มจมได้แล้ว!”
เว่ยจ้งเต้าไม่แยแส ก่อนเอ่ยอย่างเยาะเย้ย “จะสมคบคิดหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับคำพูดเขาเพียงคนเดียวหรือ? แผ่นดินนี้ไม่มีกฎหมายบ้านเมืองแล้วหรือไร!”
“เจ้าโง่เง่า!”
เว่ยจี้คาดไม่ถึงเลยว่าน้องชายจะไร้สติปัญญาเช่นนี้ พูดอะไรไม่ผ่านสมองคิดแม้แต่น้อย
“เล่าเจี้ยงมีตำแหน่งเป็นแม่ทัพหลัง ได้เปิดจวนบัญชาการเอง แถมยังควบคุมดูแลทหารนับหมื่น! นี่ต้องได้รับความสำคัญจากฝ่าบาทมากแค่ไหนกัน?”
“แค่เขาพูดไปมั่ว ๆ สำหรับแม่ทัพใหญ่หรือตระกูลขุนนางระดับสูงอย่างตระกูลอ้วน ตระกูลเอี๊ยนั้น ไม่เป็นอะไรหรอก ทว่าสามารถทำให้ตระกูลเว่ยของเราพังพินาศลงได้!”
“โอ๊ย! เหตุใดชีวิตข้าถึงน่าสังเวชขนาดนี้ ฮือ ฮือ ฮือ…”
ครั้นเว่ยจ้งเต้าเถียงเว่ยจี้ไม่ได้ ก็ดิ้นร้องไห้เสียงดังอยู่บนพื้น
“หากได้รับความอัปยศเช่นนี้แล้วยังต่อต้านไม่ได้ มิสู้ข้าตายไปเสียดีกว่า!”
“ข้าไม่อยู่แล้ว!”
ครั้นเห็นเว่ยจ้งเต้าคร่ำครวญเช่นนี้ เว่ยเสียนพลันปวดใจขึ้นมา
ลูกชายคนรองอ่อนแอป่วยกระเสาะกระแสะมาตั้งแต่เด็ก ทำให้บิดาทะนุถนอมเขามาก จะทนให้มีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร
“ลูกพ่อ รีบลุกขึ้นมาเร็ว! พ่อจะตัดสินแทนเจ้าเอง!”
“ท่านพ่อ ท่าน…”
“พอได้แล้ว!” เว่ยเสียนขัดจังหวะ “พ่อมีความคิดเป็นของตัวเอง เจ้าไม่ต้องกังวลมากหรอก!”
เว่ยจี้ส่ายหัวเบา ๆ ก่อนกุมมือขอตัวลาออกไป
“ท่านพ่อ ลูกขอตัวลา”
“อืม เจ้าออกไปก่อนเถิด”
หลังจากลูกชายคนโตจากไปแล้ว เว่ยจ้งเต้าก็ลุกขึ้นยืนพร้อมสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ
“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าพี่ใหญ่กลัวเล่าเจี้ยงจนฟั่นเฟือนไปแล้ว! ท่านพ่อห้ามหวาดหวั่นคำพูดไม่กี่คำของพี่ใหญ่เด็ดขาด!”
“อืม ข้ากับแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เจ้าไปเก็บสัมภาระ ข้าจะพาเจ้าไปลกเอี๋ยง และจะเรียกคืนความยุติธรรมให้เจ้าแน่นอน”
เว่ยจ้งเต้าเผยรอยยิ้มพอใจ พลางมองแผ่นหลังของพี่ชายจากไกล ๆ อย่างสบประมาท
“ขอบคุณท่านพ่อ!”
…
สองวันต่อมา สองพ่อลูกเว่ยเสียนก็มาถึงลกเอี๋ยง และมุ่งตรงไปยังจวนแม่ทัพใหญ่ทันที
“น้องเว่ย ลมอะไรหอบเจ้ามาที่นี่ได้!”
โฮจิ๋นตาหยี และมองประมุขตระกูลเว่ยด้วยสีหน้าเป็นมิตร
เว่ยเสียนโค้งตัวคำนับ และตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“แม่ทัพใหญ่ ข้าน้อยมาอย่างไม่ได้รับเชิญ หวังว่าแม่ทัพใหญ่จะให้อภัย!”
“น้องเว่ยพูดอะไรกัน เจ้ามาหาข้าก็เหมือนกลับบ้านอีกหลังนั่นแหละ”
โฮจิ๋นจับมือเว่ยเสียนเดินเข้าไปข้างในไม่ทันได้สังเกตเว่ยจ้งเต้าที่อยู่ข้าง ๆ กันเลยแม้แต่น้อย
“แม่ทัพใหญ่ช้าก่อน นี่คือลูกชายข้า เว่ยจ้งเต้า! จ้งเต้า รีบคารวะแม่ทัพใหญ่เร็ว!”
แม้เว่ยจ้งเต้าจะโง่เขลา ทว่าเขาอ่านตำราบทกวีมาตั้งแต่เด็ก มารยาทย่อมมีอยู่แล้ว
ชายขี้โรคก้าวเข้ามาโค้งคำนับ และทักทายด้วยน้ำเสียงแสดงความเคารพอย่างยิ่ง
“ข้าน้อยเว่ยจ้งเต้า คารวะท่านแม่ทัพใหญ่!”
โฮจิ๋นพยักหน้าไม่หยุด ปากก็เอาแต่พร่ำบอกว่าดี ๆ
“มา เชิญเข้าไปข้างใน!”
สองพ่อลูกเว่ยเสียนเข้าไปในจวนแม่ทัพใหญ่ ภายใต้ความกระตือรือร้นของโฮจิ๋น
แต่ละคนนั่งประจำที่ในห้องรับแขก
“น้องเว่ย มาลกเอี๋ยงหนนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? หากมีบอกพี่มาได้เลย!”
โฮจิ๋นกระตือรือร้นมาก หากเหล่าข้ารับใช้ไม่รู้จัก คงคิดว่าน้องชายโฮจิ๋นมาเยี่ยมเยือน
“พูดตามตรง ข้ามีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือจากท่านจริง ๆ”
คำพูดของประมุขตระกูลเว่ยทำให้โฮจิ๋นยิ้มร่า จึงรีบเอ่ยเร่งเร้า
“น้องรีบว่ามา ห้ามเกรงใจเด็ดขาด!”
เว่ยเสียนไม่ได้พูดอะไร ทว่าเอาแต่ถอนหายใจ หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มปิดหน้าร้องไห้
โฮจิ๋นงุนงง นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ร่ำไห้ขนาดนี้ต้องไม่ได้รับความเป็นธรรมมากแค่ไหนกัน?
“น้องไม่ต้องทำเช่นนี้ ข้าจะตัดสินให้เจ้าเอง!”
เว่ยจ้งเต้เห็นโฮจิ๋นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบิดาตัวเองเช่นนี้ ก็รู้สึกปีติยินดีอยู่ในใจก่อนแล้ว
เล่าเจี้ยง ไม่ว่าแกจะมีอำนาจแค่ไหน จะยังมีอำนาจมากกว่าแม่ทัพใหญ่หรือ!?
เว่ยจ้งเต้าถึงขนาดคิดไว้แล้วว่าจะทำให้เล่าเจี้ยงสูญเสียทุกสิ่งอย่างไร และเฝ้าดูเจ้าสาวของกลับมาอยู่ในมือเขา
ข้าจะทำให้มันทรมาน ราวกับไม่อาจมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ตายได้!
ในระหว่างที่เว่ยจ้งเต้ารู้สึกภูมิใจอยู่นั้น เสียงของเว่ยเสียนก็ดังขึ้น
“จ้งเต้า พ่อปวดร้าวปานจะขาดใจ เจ้าเล่าให้ท่านแม่ทัพใหญ่ฟังเถิด”
“ขอรับท่านพ่อ”
เว่ยจ้งเต้าลุกขึ้น และโค้งคำนับให้โฮจิ๋น
“ท่านแม่ทัพใหญ่ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเล่าเจี้ยง!”
“เขาปล้นเจ้าสาวของข้า และยังสังหารองครักษ์เราตายหมด ทุบตีพี่ชายข้าจนแทบจำหน้าไม่ได้ และเกือบเอาชีวิตไม่รอด!”
“พี่ชายบอกเล่าเจี้ยงว่าเรามีความสัมพันธ์เก่ากับแม่ทัพใหญ่ แต่ไม่คิดเลยเขาจะพูดว่า…”
โฮจิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงกดต่ำ
“เขาพูดว่าอะไร?”
เว่ยจ้งเต้ารีบโน้มตัว แสร้งกล้า ๆ กลัว ๆ “ข้าน้อยไม่กล้าพูด!”
“พูดมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ!”
“เขาบอกว่าใครจะมาก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าท่านแม่ทัพใหญ่มา เขาก็จะสั่งสอนให้เข็ดหลาบ!”
เว่ยจ้งเต้าไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ หากจะเติมน้ำมันลงในกองเพลิง
แน่นอนว่าโฮจิ๋นเดือดดาลอย่างที่สุด
“อะไรนะ! เจ้าเด็กนั่นกล้าดีอย่างไรมาดูถูกข้าเช่นนี้!”
เว่ยเสียนใช้ประโยชน์ตอนโฮจิ๋นโกรธ ร้องไห้ขึ้นมาอีก
“ท่านแม่ทัพ เล่าเจี้ยงนั่นหยิ่งผยองเกินไปแล้ว! แถมยังขู่ว่าจะไปเหยียบตระกูลเว่ย! ท่านต้องมอบความเป็นธรรมให้ข้า!”
โฮจิ๋นยืนขึ้น มองเว่ยเสียนด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“เขาพูดเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?”