พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 115 เขาฮิวถูกใช้เป็นที่ระบายอารมณ์
บทที่ 115 เขาฮิวถูกใช้เป็นที่ระบายอารมณ์
“แม่ทัพเล่า?”
เมื่อเห็นว่าเป็นเล่าเจี้ยง โฮจิ๋นจึงเก็บสีหน้าไม่พอใจ แล้วเปลี่ยนมายิ้มแย้มแทน
“แม่ทัพใหญ่ออมมือด้วยเถิด หากยังทุบตีต่อไป เขาต้องตายคามือคาเท้าแน่!”
เล่าเจี้ยงยิ้มพลางพยักหน้าทักทาย และขอความเมตตาแทนประมุขตระกูลเว่ย
โฮจิ๋นเดินไปอยู่ข้างเขา และชี้หน้าด่าเว่ยเสียนด้วยความโกรธยกใหญ่
“น้องเล่า มันเป็นไอ้สารเลว ข้าก็แค่รู้สึกไม่ยุติธรรมแทนเจ้า!”
“หากไม่ใช่เพราะเจ้าสารเลวคนนี้ก่อปัญหา ข้าจะ…”
“แม่ทัพใหญ่ เรื่องมันผ่านไปแล้วอย่าได้พูดถึงอีกเลย ข้าไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย!”
เล่าเจี้ยงไม่อยากฟังโฮจิ๋นพล่ามเรื่องไร้สาระ หากไม่ใช่เพราะกังวลว่า การจับกุมเว่ยเสียนผิดพลาด เขาก็คร้านจะมาเหยียบถิ่นโฮจิ๋นที่นี่
“แม่ทัพใหญ่ ระบายอารมณ์ท่านก็ได้ระบายแล้ว ให้ข้าพาเว่ยเสียนไปเถิด ทางด้านฝ่าบาทเร่งเข้ามาแล้ว!”
“ไม่เป็นไร ไอ้ชั่วนี่ข้าเห็นแล้วก็โมโหขึ้นมา เจ้านำตัวเขาไปได้เลย!”
เล่าเจี้ยงโบกมือ เตียนอุยก้าวตรงเข้าไปคว้าตัวเว่ยเสียน
ประมุขตระกูลเว่ยเห็นโฮจิ๋นกับเล่าเจี้ยงดูสนิทสนมกันมาก ก็แอบรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง
“เสียใจที่ไม่ฟังคำพูดของปั๋วอวี๋ จนตกหลุมพรางคนขายเนื้อเช่นเจ้า!”
“แม่ทัพโฮ! เจ้าไม่ตายดีแน่!”
เล่าเจี้ยงได้ยินเว่ยเสียนด่าโฮจิ๋นที่นี่ ก็แอบสะใจเล็กน้อย
“เจ้าคนขายเนื้อ! เจ้าคนฆ่าหมู! เกาะน้องสาวเป็นใหญ่! ไร้ลูกสิ้นหลาน! หน้าเลือด! จะ… เจ้า…!”
“เจ้า! ไอ้เดรัจฉาน!”
เล่าเจี้ยงเห็นว่าพอสมควรแล้ว หากให้ด่าต่อไป โฮจิ๋นคงได้บ้าแน่ เขาจึงรีบส่งสายตาให้ขุนศึกของตัวเอง
เตียนอุยอืดอาดยืดยาด รอให้เว่ยเสียนด่าอีกสักสองสามประโยค ก่อนจะปิดปากเขา
“แม่ทัพใหญ่ เว่ยเสียนถูกจับแล้ว ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ขอตัวก่อน!”
เล่าเจี้ยงจากไปได้ไม่ทันไร เขาฮิวก็เดินออกมาจากจวนแม่ทัพ
“ท่านแม่ทัพใหญ่ ไยจึงมีสภาพเช่นนี้?”
ตอนโฮจิ๋นทุบตีเว่ยเสียนใช้แรงมากเกินไป จนเสื้อผ้าบนกายหรือแม้กระทั่งเส้นผมล้วนเละเทะยุ่งเหยิงไปหมด
“โอ๊ะ! จื่อเอี้ยงเองหรือ” อีกฝ่ายหันมาทักทายกุนซือของตน “ไม่มีอะไร เมื่อครู่สั่งสอนไอ้สารเลวคนหนึ่ง!”
เขาฮิวก้าวไปข้างหน้า ช่วยโฮจิ๋นจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และหวีผมกระเซอะกระเซิงให้
“แม่ทัพใหญ่ แล้วเรื่องเว่ยเสียนเล่า? เล่าเจี้ยงถูกฝ่าบาทปลดหรือไม่?”
เขาฮิวช่างพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดจริง ๆ โฮจิ๋นทุบตีเว่ยเสียนไปเมื่อครู่ เพิ่งขจัดความขุ่นเคืองในใจไปได้เล็กน้อย ทว่าเขากลับทำให้ผู้เป็นนายอารมณ์เสียขึ้นมาอีกครั้ง
โฮจิ๋นผลักเขาฮิวออก พลางชี้หน้าด้วยความเดือดดาล
“เขาจื่อเอี้ยง ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะ! ต่อไปอย่าคิดหาเรื่องเล่าเจี้ยงอีก! ไม่เช่นนั้นไสหัวออกไปจากจวนแม่ทัพใหญ่ข้าเสีย!”
“ได้ยินหรือไม่!”
เขาฮิวมองกลับมาอย่างตกตะลึง เขาตกใจมากจนไม่รู้จะพูดอะไร
“เจ้าหูหนวกรึ!”
ความเงียบของกุนซือยิ่งทำให้โฮจิ๋นเกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น จึงระบายโทสะที่สุมอยู่ในใจทั้งหมดใส่กุนซือของตนแทน
“อ๊ะ! ข้าน้อยทราบแล้ว! ข้าน้อยทราบแล้ว!”
เขาฮิวถูกโฮจิ๋นตวาดจนตกใจกลัวตัวสั่น และได้สติกลับมา
“แย่แล้ว!”
โฮจิ๋นตบขาตัวเอง ทำเอาเขาฮิวตกใจอีกครั้ง
“แม่ทัพใหญ่ เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว?”
“ไอหยา! ยังไม่ได้จับเงินเลย! แต่คนถูกเล่าเจี้ยงพาไปแล้ว!”
โฮจิ๋นหงุดหงิดจริง ๆ เว่ยเสียนถูกเล่าเจี้ยงพาไปแล้ว เงินเหล่านี้เขาก็จะต้องออกเอง!
ตั้งสองพันตำลึงทองเลยนะ!
“ออกไป ไสหัวออกไป!”
โฮจิ๋นโมโหไม่มีที่ระบาย เขาทำได้เพียงระบายความโกรธกับคนรอบข้างเท่านั้น
พวกราชองครักษ์มองกันและกัน แต่ไม่มีใครกล้าออกไปก่อน
ในเวลานี้ เขาฮิวลุกออกมา นึกอยากแสดงอำนาจของตัวเอง
“ไม่ได้ยินแม่ทัพใหญ่พูดหรือ ออกไปให้หมด!”
โฮจิ๋นจ้องกุนซือของตนอย่างดุดัน “เจ้าเองก็ไสหัวออกไป!”
“ขอรับ! ขอรับ!”
เขาฮิวเข้าใจตอนนี้แม่ทัพใหญ่หาคนระบายอารมณ์ไปทั่ว เขาจึงรีบกุมมือขอตัวลาออกไป
ยิ่งโฮจิ๋นมองเขาฮิวก็ยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตามากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะมันแท้ ๆ!
บุญคุณและความบาดหมางทั้งหมดระหว่างตัวเองกับเล่าเจี้ยงล้วนเป็นเพราะเขาจื่อเอี้ยง!
หากไม่ใช่เพราะเจ้าบัณฑิตเจ้าเล่ห์นี่ยุยง ตัวเองจะมุ่งเป้าไปที่เล่าเจี้ยงได้อย่างไร?
แต่น่าเสียดายที่ความสัมพันธ์ของเขาฮิวนั้นสลับซับซ้อน ตัวเองมิอาจปลดอีกฝ่ายออกง่าย ๆ!
“ไอ้สมควรตายนี่!”
โฮจิ๋นทำอะไรไม่ได้ นอกจากด่าระบายอารมณ์เท่านั้น
…
เมืองเหอตง ตระกูลเว่ย
เว่ยจี้กระสับกระส่ายตั้งแต่เช้า รู้สึกเหมือนมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
“มีข่าวทางลกเอี๋ยงบ้างไหม ท่านพ่อกับน้องรองเป็นอย่างไรบ้าง?”
พ่อบ้านส่ายหน้า เขาโดนถามคำถามนี้หลายสิบหนแล้ว
“คุณชายใหญ่ พวกท่านประมุขส่งข่าวเมื่อวานนี้ว่าท่านแม่ทัพใหญ่ตกลงที่จะตัดสินแทนตระกูลเว่ยเราแล้ว ดังนั้นท่านไม่ต้องกังวลมากเกินไป!”
เว่ยจี้กุมหน้าผาก และเริ่มรู้สึกเสียใจแล้ว
เสียใจที่ไม่ห้ามพวกเขา เสียใจที่จัดการเรื่องได้ไม่ดี และที่เสียใจที่สุดคือไม่ได้อธิบายเรื่องราวให้พวกเขาฟังอย่างชัดเจน!
เว่ยเสียนกับเว่ยจ้งเต้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซัวหยงเป็นคนยุติการหมั้นก่อน!
“เฮ้อ! พ่อบ้าน เจ้ารีบส่งคนไปสืบข่าวที่ลกเอี๋ยงอีกครั้ง!”
พ่อบ้านพยักหน้าตอบตกลง ทว่าในใจกลับฉงนอย่างมาก
วันนี้คุณชายใหญ่เป็นอะไร ถึงได้ใจร้อนเช่นนี้! เมื่อก่อน เขาเป็นคนพูดคุยสนุกสนานและเงียบสุขุมกว่านี้นี่!
ครั้นเห็นพ่อบ้านยังยืนบื้ออยู่กับที่ เว่ยจี้รู้สึกมีน้ำโหขึ้นมา
“ยังไม่รีบไปอีก!”
“ขอรับ! ข้าน้อยจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้!”
หลังจากพ่อบ้านจากไป ภายในห้องก็เหลือเพียงเว่ยจี้ผู้เดียว ใจเขาไม่เพียงแต่ไม่สงบ กลับกันยิ่งร้อนใจมากขึ้น
เอาแต่อยู่ในบ้านมันอุดอู้เกินไป เว่ยจี้เปิดประตูออกไปสูดอากาศ ด้วยต้องการเปลี่ยนอารมณ์
กุบกับ…
เสียงอึกทึกกึกก้องมาแต่ไกล ก่อนเสียงจะเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนพื้นสั่นสะเทือน
นี่มัน?
ทหารม้า!
เว่ยจี้เบิกตากว้าง เขาคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก ไม่นานมานี้เขาเคยสัมผัสกับตัวมาแล้ว
“คุณชายใหญ่! แย่แล้วขอรับ!”
พ่อบ้านวิ่งเข้าไปหาเว่ยจี้ด้วยอาการตื่นตระหนกสุดขีด
“คุณชายใหญ่! ด้านนอก… ด้านนอกมีทหารมากมายเลยขอรับ!”
“พะ… พวกเขา… ตะ… ต่างเป็นทหารมะ…!”
เว่ยจี้ผลักพ่อบ้านออก แล้ววิ่งออกไปข้างนอก
สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือทหารม้า ทุกตัวมีเกาทัณฑ์ห้อยอยู่
ผู้นำเป็นขุนศึกรูปงามสวมเกราะสีขาว มือถือทวนยาวดูน่าเกรงขามยิ่งนัก! หากไม่ใช่จูล่งแล้วจะเป็นใครไปได้อีก!?
เว่ยจี้เห็นแวบเดียวก็จำจูล่งได้ ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายใช้ทวนทุบเขาจนล้มจากหลังม้า บาดแผลยังคงทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดไว้อยู่เลย
จูล่งนำทหารจากลกเอี๋ยงมาไกลถึงเหอตง และมุ่งตรงมาที่ตระกูลเว่ย ไม่ใช่เพื่อโอ้อวดแสนยานุภาพแน่นอน
ทางด้านลกเอี๋ยง เป็นไปได้แปดส่วนว่าล้มเหลวแล้ว!
บอกแล้วไงว่าอย่าไปยั่วยุเล่าเจี้ยง แต่พวกท่านก็ไม่ฟัง!
ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านพ่อกับคนอื่นๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง…
“ผู้บัญชาการจูล่ง!”
“ไม่ทราบว่าท่านเดินทางไกลมาถึงเหอตงมีเรื่องอันใด? มีอะไรให้เว่ยจี้ผู้นี้รับใช้หรือไม่?”
“แค่ท่านออกคำสั่ง เว่ยจี้ไม่ปฏิเสธแน่นอน”
เว่ยจี้ไม่กล้าประมาทเลย เขาทักทายอย่างนอบน้อมยิ่ง
จูล่งมีท่าทีสงบนิ่ง และเอ่ยเจตนาอย่างเคร่งขรึม
“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้แม่ทัพหลังตรวจสอบเรื่องตระกูลเว่ยสมคบคิดกับกลุ่มโพกผ้าเหลือง ข้าได้รับคำสั่งจากแม่ทัพหลังให้มาจับกุมสมาชิกทุกคนของตระกูลเว่ย!”
พลันเว่ยจี้ตกอยู่ในภวังค์ทันใด ก่อนมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ผู้บัญชาการจูล่ง! มีเรื่องเข้าใจผิดอันใดหรือไม่?”
“เข้าใจผิดหรือ?”
ไม่ง่ายนักที่จูล่งจะยกมุมปาก หากแต่เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาผิดปกติ
“เข้าใจผิดหรือไม่นั้น ไม่ใช่ข้าที่ตัดสินได้ และไม่ใช่เจ้าที่ตัดสินได้ แต่เป็นแม่ทัพหลังต่างหากที่ตัดสินได้!”
“ฟังคำสั่ง! จับคนในตระกูลเว่ยให้หมด ไม่ว่าจะชาย หญิง แก่ เด็ก ไม่เว้น!”