พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 138 เจตนาร้ายของตระกูลอ้วน
บทที่ 138 เจตนาร้ายของตระกูลอ้วน
ซุนฮิวพยักหน้า ในที่สุดนายท่านก็เข้าใจขึ้นมาแล้ว
“นายท่าน ฝ่าบาทแต่งตั้งนายท่านขึ้นมาก็เพื่อทำลายความสมดุล โดยเพิ่มอำนาจให้กับฝั่งตัวเอง ควบคุมฝ่ายพระญาติกับตระกูลทรงอิทธิพล!”
“กล่าวง่าย ๆ คือ ฝ่าบาทต้องการคมมีด คนที่มีความคิดเป็นของตัวเองและไม่ไล่ตามผลประโยชน์ของศัตรู กล้าเป็นทุกอย่างที่ฝ่าบาทอยากให้เป็น!”
เล่าเจี้ยงรู้สึกว่าสายเกินไปที่จะเสียใจแล้ว เพราะตัวเองไม่อยากยุ่งยากจึงได้คืนดีกับโฮจิ๋นไป คิดไม่ถึงเลยว่าจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้
เรื่องของโฮจิ๋นยังดี ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะตัวเขาเอง ทว่าตระกูลอ้วนน่ารังเกียจสิ้นดี จงใจถีบเขาเข้าสู่กองไฟ!
“อ้วนหงุยไอ้จิ้งจอกเฒ่า! ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้มีเจตนาดี น่าโมโหมาก!”
“กงต๋า ตอนข้าคุยกับอ้วนหงุยไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เป็นไปได้ไหมที่จะไม่ล่วงรู้ไปถึงฝ่าบาท?”
ซุนฮิวส่ายหน้า ทำลายความหวังในใจเล่าเจี้ยงไป
“นายท่าน ภายในเมืองลกเอี๋ยง เรื่องที่ฝ่าบาทอยากรู้ ใครจะปิดบังได้บ้าง?”
เล่าเจี้ยงโมโหจัด ตัวเองประเมินตระกูลอ้วนต่ำเกินไป! ประเมินอ้วนฮองกับอ้วนหงุยต่ำไป!
“หรืออ้วนเสี้ยวกับอ้วนสุดจะตั้งใจแสดงละครนี้ต่อหน้าข้า?”
หากเป็นเช่นนั้นจริง เล่าเจี้ยงก็รู้สึกเสียวสันหลัง
แผนการร้ายแต่ละแผนนี้ ช่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ! หากไม่ใช่เพราะเขามีกาเซี่ยงที่มีสติปัญญากับซุนฮิวที่มีข้อมูลอยู่ข้างตัว ผลที่ตามมานั้นแค่คิดก็รู้ได้
“นายท่าน ข้าเดาว่าไม่ เพียงแต่ท่านผูกมิตรกับอ้วนสุด อ้วนหงุยถึงได้คิดแผนนี้ขึ้นมาได้”
“เรื่องนี้ข้าประมาทแล้ว ไม่ได้คิดให้รอบคอบ แล้วเตือนนายท่านให้ทันท่วงที โปรดยกโทษให้ด้วย!”
เล่าเจี้ยงประคองซุนฮิวที่กำลังขออภัย เรื่องนี้จะโทษซุนฮิวอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษตัวเองที่ประเมินตระกูลอ้วนต่ำไป!
“กงต๋าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ เรื่องนี้ต้องโทษข้าที่ดูถูกคนอื่นมากเกินไป ต่อไปพวกเราต้องนำมาเป็นบทเรียนเตือนใจ”
“ขอรับ ข้าน้อยจะต้องจดจำไว้แน่นอน”
ซุนฮิวเอาแต่ถอนหายใจ ในฐานะกุนซือ หนนี้เขาขายหน้าจริง ๆ น่าอัปยศนัก… น่าอัปยศ
“นายท่าน ความคิดชั่วร้ายของตระกูลอ้วนยังมีมากกว่านั้น…”
“อะไรนะ! ยังมีแผนชั่วร้ายอะไรอีก!”
ทันทีที่กาเซี่ยงเอ่ยออกมา เล่าเจี้ยงก็หนาวสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง
“นายท่าน ไม่ว่าแผนการของตระกูลอ้วนจะสำเร็จหรือล้มเหลว พวกเขาก็ยังมีแต่ได้”
“หากแผนการนี้สำเร็จ นายท่านสูญเสียความไว้วางใจจากฝ่าบาท อีกไม่นาน อำนาจก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ และตระกูลทรงอิทธิพลก็จะกลายเป็นกองกำลังที่ใหญ่ที่สุด”
“หากแผนนี้ล้มเหลว เขาก็ยังสามารถผลักนายท่านไปที่สนามรบซีเป่ยได้ ให้นายท่านออกห่างการแก่งแย่งในราชสำนักไปเสียให้พ้น”
“เรื่องที่ขันทีใส่ร้ายฮองฮูสงนั้นแน่ชัดแล้ว สถานการณ์ทางซีเป่ยต้องแย่ลงเป็นแน่ ถึงคราวนั้นอ้วนหงุยก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ ถีบส่งนายท่านไปยังซีเป่ยได้!”
ตึง!
เล่าเจี้ยงก็ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างแรง จนโต๊ะเล็กหักเป็นสองส่วน!
“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว! ไอ้เฒ่าอ้วนหงุยสมควรตาย ข้าไม่เคยล่วงเกินเขา แต่เขากลับต้องการขยี้ข้าให้ตายคาพื้น!”
“โอ้! ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คำเปรียบนี้ค่อนข้างเหมาะสมเลยทีเดียว”
กาเซี่ยงมองนายท่านอย่างประหลาดใจ น้ำเสียงดูหยอกล้อเล็กน้อย
เล่าเจี้ยงหันมาหากุนซือปีศาจด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มและจนใจ
“เหวินเหอ! มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังล้อเล่นกับข้าอยู่อีก ตอนนี้ข้าควรทำอย่างไรดี”
แม้เล่าเจี้ยงจะเข้าใจถึงปมปัญหา แต่กลับไม่รู้ว่าจะเข้าไปแก้ไขมันอย่างไร เขาไม่สามารถวิ่งไปจวนตระกูลอ้วนกับจวนแม่ทัพใหญ่เพื่อก่นด่าสาปแช่งได้ แม้จะอยากทำแค่ไหน นั่นมันก็ดูจงใจเกินไป!
“นายท่าน เหวินเหอมีแผนรับมืออยู่ในใจแล้ว ท่านไม่เห็นสีหน้าผ่อนคลายของเขาหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทางร้องไห้โดยไร้น้ำตาของเล่าเจี้ยง ซุนฮิวก็รีบปลอบโยน
“เหวินเหอ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องมีวิธี!”
เล่าเจี้ยงมองกุนซือปีศาจจากสีหน้าสิ้นหวังเป็นคาดหวังทันที
“นายท่าน ก่อนหน้านี้ท่านบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าการต่อรองกับตระกูลเว่ยไม่ขาดทุน”
“…” เล่าเจี้ยงเข้าใจทันที ก่อนยกนิ้วให้กาเซี่ยง “เยี่ยมมาก!”
…
ปากประตูจวนแม่ทัพใหญ่
มีชายคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนบัณฑิตกำลังเดินไปมาอยู่หน้าประตู
“เล่าเจี้ยงปฏิบัติต่อข้าเข่นนี้ หากไม่ใช่เพราะไว้หน้าเขา คงคิดว่าข้ากลัวเขาจริง ๆ!”
“แต่ท่านแม่ทัพมีคำสั่งห้ามยั่วยุเขา แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี?”
“เฮ้อ! ไอ้สมควรตายเล่าเจี้ยง เหตุใดต้องมุ่งเป้าไปที่ข้าด้วย!”
ความวุ่นวายนี้คนที่อยากจะแก้แค้นเล่าเจี้ยงหรือไม่นั้น ก็คือเขาฮิวที่ถูกเตียนอุยโยนลงไปบนพื้น!
เขาฮิวถูกแม่ทัพหลังดูถูกต่อหน้าผู้คน แถมถูกทหารของอีกฝ่ายโยนทิ้งลงบนพื้น ตอนนี้เขากลายเป็นตัวตลกไปทั้งลกเอี๋ยงแล้ว!
อย่างไรเสียเขาฮิวก็มาจากครอบครัวร่ำรวย จะกล้ำกลืนเรื่องพวกนี้ไปได้อย่างไร! ข้าสาบานว่าจะแก้แค้นเล่าเจี้ยงให้ได้!
แต่เมื่อนึกถึงคำเตือนของโฮจิ๋นเมื่อไม่นานมานี้ เขาฮิวก็เริ่มรู้สึกกังวลอีกครั้ง
หากถูกโฮจิ๋นไล่ตะเพิดออกจริง ๆ เช่นนั้นเขาฮิวคงขายหน้าอย่างขีดสุดแน่!
“จื่อเอี้ยง เจ้ายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้? เหตุใดจึงไม่เข้าไป?”
เขาฮิวหันกลับไปมอง เห็นอ้วนเสี้ยวเดินเข้ามาหา
“เปิ่นชู เจ้ามาหาแม่ทัพใหญ่หรือ?”
อ้วนเสี้ยวพยักหน้า ก่อนเอ่ยเชิญเขาฮิว
“เจ้าก็มาพบแม่ทัพใหญ่ด้วยใช่หรือไม่ ไปกันเถิด พวกเราเข้าไปด้วยกัน”
เขาฮิวยังไม่ทันตอบ อ้วนเสี้ยวก็ดึงเขาเข้าไป
อากาศเริ่มร้อนขึ้น โฮจิ๋นกำลังเพลิดเพลินกับการพักกินอาหารกลางวันแบบสบาย ๆ
ร่างกายอ้วนท้วนพิงอยู่บนตั่ง ข้างกายมีสาวใช้คอยพัดเบา ๆ อยู่หลายคน เพื่อให้โฮจิ๋นเย็นสบาย
“ฟู่ว… สบาย…”
โฮจิ๋นรู้สึกสบายใจมาก รู้สึกถึงสายลมเย็นที่พัดมาอย่างต่อเนื่อง สบายจนเขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วส่ายหัวเบา ๆ
นึกถึงเมื่อก่อนที่ตัวเองคลุกตัวอยู่กับหมู ใช้ชีวิตไม่ห่างจากหมู ในใจอดเกิดความรู้สึกลงทุนมากแต่ได้ผลน้อย!
สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาข้างหน้า โน้มตัวลงไปข้างหูโฮจิ๋น พลางกระซิบเบา ๆ
“แม่ทัพใหญ่ ท่านอ้วนเสี้ยวกับท่านเขาฮิวขอเข้าพบเจ้าค่ะ”
โฮจิ๋นได้กลิ่นหอมโชยมาจากข้างหูก็ลืมตาขึ้น เป็นคนงามที่เขาเพิ่งรับเข้ามาใหม่นั่นเอง
แม่ทัพใหญ่ซึ่งกำลังสบายใจอยู่แล้ว เมื่อถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหอม ก็อดโอบแขนรอบเอวอันเพรียวบางของสาวงามไม่ได้
สตรีผู้นี้ก็รู้ความมาก นางใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นั้นเข้าสู่อ้อมกอดโฮจิ๋นทันที
“พวกเจ้าออกไปก่อน แล้วให้พวกเขาสองคนรอข้าที่ห้องหนังสือ”
โฮจิ๋นทำเรื่องอนาจารกลางวันแสก ๆ ไม่ใช่แค่ครั้งหรือสองครั้งแล้ว พวกคนรับใช้เห็นกันจนชินแล้ว จึงพากันออกจากห้องไปทีละคน
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ เพียงแต่ไม่นาน โฮจิ๋นก็เดินออกมาอย่างเหงื่อโซมท่วมตัว
“เปิ่นชู จื่อเอี้ยง รอนานเลยใช่ไหม!”
ความปรารถนาในใจของโฮจิ๋นถูกปลดปล่อยออกมา ครั้นเห็นทั้งสองคน ก็อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย
อ้วนเสี้ยวกับเขาฮิวรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ซุนฮิวแทบอยากพูดอย่างรั้งรอไม่ไหว
“พวกข้าเพิ่งมาถึง ไม่ได้รอนานเท่าใดนัก!”
เมื่อโฮจิ๋นได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มก็หยุดชะงัก เดิมที่อารมณ์ดีพลันหายไปทันที!
ไอ้สมควรตายเขาฮิว พูดไม่เป็นก็อย่าพูดเลยดีกว่า!
โฮจิ๋นกนด่าเขาฮิวในใจ สีหน้าก็ค่อย ๆ มืดมนลง
“นี่…”
เขาฮิวสับสนมากกับท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของโฮจิ๋น ในใจรู้สึกเสียใจไม่น้อย!
ตัวเองแค่พูดจาสุภาพ ๆ ไปประโยคเดียว ก็มีความผิดหรือ?
โฮจิ๋นคร้านจะพูดไร้สาระกับเขาฮิว จึงนั่งบนตำแหน่งของตัวเอง
“เปิ่นชู วันนี้มาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดหรือ?”
โฮจิ๋นไม่สนใจเขาฮิว ตอนนี้เขาฮิวไม่มีข้อดีอะไรในสายตาของเขาเลย วัน ๆ มีแต่สร้างปัญหาให้กับตัวเอง!
“แม่ทัพใหญ่ แม่ทัพทหารม้าเกราะหนักซ้ายฮองฮูสงแจ้งข่าวมาว่า เขาได้นำกองทัพไปถึงเมืองเตียงฮันแล้ว หลังจากพักก็จักนำทัพเข้าปราบกลุ่มกบฏ ทว่าแม่ทัพทหารม้าเกราะหนักซ้ายฮองฮูกังวลว่าขันทีจะยักยอกเงินทุนของทหาร จึงตั้งใจส่งคนมาแจ้งข่าว ขอท่านแม่ทัพอย่าให้พวกสิบขันทีประพฤติตัวไม่เหมาะสม!”