พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 144 แผนการเรียบง่ายและใช้ได้จริง
บทที่ 144 แผนการเรียบง่ายและใช้ได้จริง
เล่าเจี้ยงยังคงมีท่าทีลำบากใจ ทำให้หัวหน้าสิบขันทีร้อนใจมากขึ้น
“แม่ทัพหลัง หรือท่านเห็นคนเดือดร้อนแล้วจะไม่ช่วย”
“เฮ้อ!”
เล่าเจี้ยงถอนหายใจออกมาอย่างแรง และแสดงท่าทางยอมเสี่ยงออกมาให้เตียวเหยียงเห็น
“ใต้เท้าเตียว ทราบหรือไม่ว่าตอนนี้ผู้ตรวจการแคว้นกิจิ๋วคือใคร”
“ข้ารู้ คือหวังเฟิน*[1] เขาทำไมหรือ? เป็นเขาที่วางแผนอยู่เบื้องหลังหรือ?”
หากเล่าเจี้ยงบอกว่าเป็นหวังเฟิน เตียวเหยียงไม่เชื่อเล็กน้อย เพราะพวกเขาไม่เคยติดต่อคบหากันมาก่อน
“ใต้เท้าเตียว ก่อนการคร่ากุมกลุ่มอภิชนเกิดขึ้น หวังเฟินยังเป็นคนตัวเปล่าอยู่เลย แต่กลับได้เลื่อนเป็นผู้ตรวจการ ท่านคิดว่านี่ปกติหรือ?”
เตียวเหยียงหรี่ตา ในหัวหวนนึกถึงบัญชีรายชื่อที่ตัวเองขายตำแหน่งขึ้นมา
หัวหน้าสิบขันทีแน่ใจว่าตำแหน่งผู้ตรวจการนี้ หวังเฟินไม่ได้ซื้อมา เช่นนั้นเขาเลื่อนตำแหน่งได้อย่างไร?
“ใต้เท้าเตียวรู้หรือไม่ว่าหวังเฟินเป็นสาวกหรือลูกน้องใต้บังคับบัญชาใคร?”
เล่าเจี้ยงชี้นำไปทีละนิด โดยมิอาจกล่าวโพล่งออกมาโดยตรง
เตียวเหยียงหาใช่คนที่ถูกหลอกได้โดยง่าย อีกฝ่ายสามารถนั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุดของเหล่าขันทีได้อย่างมั่นคง โดยปกติต้องไม่คล้อยตามใครโดยไม่มีมูลแน่
ดวงตาหัวหน้าสิบขันทีเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ราวกับมีคำตอบอยู่ในหัวแล้ว
“แม่ทัพหลัง ท่านจะบอกว่าเป็นตระกูลอ้วนหรือ?”
เตียวเหยียงมองเล่าเจี้ยงด้วยแววตาเย็นเยียบสุดพรรณนา ประหนึ่งมองเจตนาแม่ทัพหนุ่มออกว่าอยากยุแยงทั้งสองขั้วอำนาจ
“ใต้เท้าเตียวต้องกำลังคิดว่าข้าจงใจกล่าวเช่นนี้ เพื่อยุแยงให้ขันทีกับตระกูลทรงอิทธิพลต่อสู้กันใช่หรือไม่?”
เตียวเหยียงไม่ได้พูดอะไร ยังคงเอาแต่จ้องมองกลับมา
เล่าเจี้ยงเองก็รู้สึกไม่มั่นใจ ทว่าก็ทำได้เพียงแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง มิอาจให้คู่สนทนาจับพิรุธได้
“ใต้เท้าเตียว ผู้ที่ยั่วยุโฮจิ๋นให้สังหารขันทีมาตลอด เป็นอ้วนเสี้ยว!”
“ก่อนหน้านี้ข้าลำบากใจมาก ไม่อยากบอกใต้เท้าก่อน ด้วยกลัวว่าจะเกิดความเข้าใจผิดว่าข้านั้นยุแยง”
“เพียงแต่ ใต้เท้าเตียวลุกขึ้นมาเรียกความยุติธรรมแทนข้าหลายครั้ง ข้าเองก็ทนให้ใต้เท้าเตียวงมโข่ง และถูกตระกูลอ้วนหลอกใช้ไม่ได้แล้ว!”
เตียวเหยียงไม่ได้เกิดความแค้นชังต่อตระกูลอ้วนในทันทีเพราะคำพูดเพ้อรำพันของเล่าเจี้ยง เขายังไม่ค่อยเชื่อเท่าไร ตัวเองยังไม่เคยมีความขัดแย้งกับตระกูลอ้วนโดยตรงมาก่อน
“แม่ทัพหลัง ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจท่าน เพียงแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ข้าจำต้องระวัง”
แม้เตียวเหยียงจะกล่าวเช่นนี้ ทว่าความจริงในใจเชื่อไปแล้วเล็กน้อย เพียงแต่ยังต้องการเหตุผลเพื่อโน้มน้าวตัวเอง และโน้มน้าวพรรคพวกสิบขันที
เหตุผลนี้… เล่าเจี้ยงได้เตรียมไว้ให้แต่เนิ่น ๆ แล้ว
“ใต้เท้าเตียว หวังเฟินเป็นลูกน้องใต้บัญชาตระกูลอ้วนหรือไม่ ตระกูลอ้วนสนับสนุนให้เขาเป็นผู้ตรวจการหรือเปล่า ท่านไปสืบก็จะรู้เอง ไม่จำเป็นต้องให้ข้าพูดให้มากความ”
“แต่ว่า ทุกอย่างจะกระจ่างชัดเมื่อผลลัพธ์ปรากฏขึ้น! อ้วนเสี้ยวยุยงให้ขันทีกับแม่ทัพใหญ่สู้กันไม่หยุด เพราะเหตุใดน่ะหรือ? ไม่ต้องเอ่ยถึงใครแพ้ชนะ กำลังของทั้งสองฝ่ายต้องอ่อนแอลงแน่ และถึงขั้นล่มสลายไปเอง”
“เมื่อฝั่งขันทีกับจวนแม่ทัพใหญ่อ่อนกำลังลง ใครได้รับผลประโยชน์มากสุด? เรื่องนี้คงไม่ต้องให้ข้าพูดแล้ว”
“หวังเฟินเปิดโปงข้อมูลของเตียวต๋งให้แก่ฮองฮูสง และด้วยนิสัยของฮองฮูสง ต้องสืบหาให้ถึงที่สุดแน่ ถามว่าสุดท้ายแล้วหากเรื่องนี้ถึงท้องพระโรง ใต้เท้าเตียวจะคิดบัญชีกับใคร? ไม่ว่าจะกับใคร ก็ไม่มีทางคิดกับตระกูลอ้วนแน่…”
เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ เล่าเจี้ยงก็หุบปาก เขาต้องการให้เวลาเตียวเหยียงย่อยข้อมูล
แน่นอนว่า เรื่องพวกนี้กาเซี่ยงเป็นคนให้เขาทำ ซึ่งแผนการของกุนซือปีศาจเรียบง่ายมาก
คือให้คนอื่นรับเคราะห์แทน*[2]
ตระกูลอ้วนของพวกท่านชอบเด่นดังนักมิใช่หรือ? ข้าจะสร้างกระแสให้พวกท่านเอง
พวกท่านไม่อยากให้ใครจับจุดอ่อนได้มิใช่หรือ? ข้าจะให้พวกท่านถูกสืบหาอย่างไรก็ถูกหมด
เรื่องที่เล่าเจี้ยงกล่าวพวกนี้คือเรื่องจริงหรือ? พูดตามตรง เขาเองก็ไม่รู้
ทว่าประวัติของหวังเฟินไม่มีปัญหาอะไร เขาเป็นทั้งลูกน้องใต้บัญชาตระกูลอ้วน ทั้งเพิ่งได้รับตำแหน่งหลังจากพ้นจากการคร่ากุมกลุ่มอภิชน
แค่นี้ก็พอแล้ว!
เล่าเจี้ยงตอกตะปูเล่มนี้ให้แก่เตียวเหยียงแล้ว อีกฝ่ายจะไม่สืบก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อสืบขึ้นมา ต้องรู้สึกว่ายิ่งสืบหาก็ยิ่งเป็นเรื่องจริง!
ยิ่งล่วงรู้ ยิ่งจมเข้าสู่ห้วงลึก และยิ่งหลงมัวเมา
ผู้อยู่กลางศึกชิงอำนาจดูสถานการณ์ไม่ออก ได้แต่ถูกกุนซือปีศาจปั่นหัวเล่นอย่างตรงไปตรงมา
นี่คือแผนการง่าย ๆ ของกาเซี่ยง!
เขาอยากให้ตระกูลอ้วนน้ำท่วมปาก ทุกข์ทรมานจนยากจะกลืนกินอะไร
เตียวเหยียงต้องไล่ตามสืบหาให้ถึงที่สุดแน่ หลังจากเข้าใจหวังเฟินแล้ว ก็ยิ่งเชื่อใจการคาดเดาของเล่าเจี้ยงมากขึ้น สุดท้ายก็จะคิดบัญชีทั้งหมดกับตระกูลอ้วน!
ถามว่าอุบายนี้ถูกคลี่คลายได้หรือไม่?
ได้! แผนการนี้ง่ายดายและหาใช่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
ขอเพียงฮองฮูสงมาอธิบายเรื่องราวด้วยตัวเอง อุบายก็จะคลี่คลายได้อย่างสมบูรณ์
แต่มันเป็นไปได้ไหม?
ไม่ได้แน่นอน!
ฮองฮูสงชังขันทีแทบตาย เขาจะให้โอกาสเตียวเหยียงหาข้อพิสูจน์หรือ?
อีกอย่างฮองฮูสงอยากดึงตระกูลอ้วนเข้ามาต่อต้านกับกลุ่มขันทีแทบแย่
วิธีคิดของแม่ทัพฮองฮูสงล้วนง่ายดาย ขอแค่กำจัดขันทีไปได้ แผ่นดินก็จะสงบสุข
แต่ประวัติศาสตร์ยืนยันความคิดไร้เดียงสาเช่นนี้เสียที่ไหน?
หลังจากพระเจ้าเลนเต้สิ้นพระชนม์ สิบขันทีถูกกำจัด แล้วแผ่นดินสงบสุขหรือ?
มันก็แค่จุดเริ่มต้นของมหากาพย์สงครามอันยาวนาน
กล่าวได้ว่า กาเซี่ยงวิเคราะห์อุปนิสัยและวิธีคิดของทุกคนอย่างถึงที่สุดแล้ว เขาคำนวณความสัมพันธ์และรูปแบบอำนาจทั้งหมด ก่อนถักทอเป็นกรงขังที่มองไม่เห็น
เตียวเหยียงในตอนนี้กำลังเดินไปตามทางที่กุนซือปีศาจปูไว้ให้ และยังเป็นเส้นทางที่ไม่มีหันกลับได้ด้วย!
หัวหน้าสิบขันทีรู้สึกเหมือนค้นพบแสงสว่าง และยิ่งรู้สึกกระจ่างแจ้งมากขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้
ตระกูลอ้วน… บางทีอาจเป็นเพราะไม่ได้กระทบกระทั่งกันนาน หรือเพราะความกดดันจากโฮจิ๋นมันใหญ่เกินไป ทำให้เตียวเหยียงแทบลืมศัตรูเก่ากลุ่มนี้ไป!
อ้วนเสี้ยว ทายาทตระกูลอ้วนคนหนึ่งนั้นไม่ควรค่าให้หวั่นเกรง
ทว่าอย่างไรเตียวเหยียงก็คือเตียวเหยียง เขาประสบพบเจอทุกสิ่งทุกอย่างในราชสำนักมาหลายปี ไม่มีทางตัดสินใจทันทีเพราะคำพูดเพ้อรำพึงของเล่าเจี้ยง
หากเขาสืบ …ขอแค่สืบเรื่องราวของหวังเฟินอย่างชัดเจน ความจริงก็จะปรากฏออกมา!
เมื่อใกล้จะถึงพระราชวัง เตียวเหยียงก็ไม่คุยอะไรกับเล่าเจี้ยงอีก
หนึ่งคือเพราะไม่อยากถูกขัดจังหวะเรื่องที่ขบคิดอยู่ในหัว สองคือไม่อยากให้แม่ทัพหลังส่งผลกระทบต่อการพิจารณาของตัวเองอีก
“แม่ทัพหลัง ฝ่าบาทอยากพบท่านเพียงลำพัง ข้าขอไม่เข้าไปแล้ว”
ใจของเตียวเหยียงไม่อยู่ตรงนี้แล้ว เขาอยากไปจัดการสืบหาหวังเฟินโดยเร็ว!
“ใต้เท้าเตียวเชิญตามสบาย”
หลังจากส่งเตียวเหยียงจากไปเสร็จ เล่าเจี้ยงก็สูดหายใจเข้าลึก ก่อนก้าวเข้าไปในห้อง
การพบพระเจ้าเลนเต้ในครั้งนี้สำคัญสำหรับแม่ทัพหลังมาก เพราะมันสัมพันธ์ไปถึงชีวิต
จะต้องแสดงความจริงใจต่อฝ่าบาทอีกครั้ง และต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่
ไม่เช่นนั้นตระกูลอ้วนกับโฮจิ๋นต้องจัดการแม่ทัพเล่าให้ตายทั้งเป็นแน่!
เล่าเจี้ยงก้มหน้าเดินไปอยู่เบื้องหน้าพระเจ้าเลนเต้ ก่อนก้มตัวคุกเข่าลง
“กระหม่อมเล่าเจี้ยงถวายบังคมฝ่าบาท ขอฝ่าบาทอายุยาวหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
พระเจ้าเลนเต้ในยามนี้ได้ยินคำสรรเสริญหมื่นปีนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร บางทีอาจจะเป็นเพราะฟังบ่อยเกินไป
พระองค์สีหน้าไร้อารมณ์ และไม่มีปฏิกิริยาใด ปล่อยให้แม่ทัพหลังคุกเข่าอยู่บนพื้นอยู่อย่างนั้น
หน้าเล่าเจี้ยงแนบอยู่กับพื้นด้วยท่าทีลำบากเป็นพิเศษ ประกอบกับมองไม่เห็นท่าทีของพระเจ้าเลนเต้ จึงรู้สึกกังวลขึ้นมา
เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เอาแต่คุกเข่าอยู่บนพื้นทั้งอย่างนั้น จนกระทั่งพระเจ้าเลนเต้เปล่งวาจาออกมา
แหมะ…
หยดเหงื่อไหลจากหน้าผากไล่ไปตามกรอบหน้าหยดลงบนพื้น!
เรื่องที่ทำให้เล่าเจี้ยงคาดไม่ถึงเกิดขึ้นแล้ว พระเจ้าเลนเต้ไม่เพียงไม่ให้เขาลุกขึ้น กลับถามเสียงดังออกมา
“เล่าเจี้ยง เจ้ารู้ความผิดหรือไม่!”
[1] หวังเฟิน ผู้ตรวจการแคว้นกิจิ๋ว และผู้ก่อการชิงบัลลังก์ราชวงศ์ฮั่น โดยมีผู้ร่วมมือคือเขาฮิว และเคยพยายามชักชวนโจโฉให้เข้าร่วมด้วยแต่ถูกปฏิเสธ สุดท้ายก็ก่อการไม่สำเร็จ หวังเฟินจึงต้องปลิดชีพตนเอง ส่วนเขาฮิวหนีหายไป
[2] 祸水东引 ให้คนอื่นรับเคราะห์แทน ใช้วิธีไม่ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย แต่ให้คนอื่นได้รับความเสียหายแทน