พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 152 แผนที่ได้ผลดีกันทั้งสองฝ่าย
บทที่ 152 แผนที่ได้ผลดีกันทั้งสองฝ่าย
หา? องค์หญิงกับโสมคนเกี่ยวข้องกันงั้นรึ
เล่าเจี้ยงยิ่งสับสน หรือองค์หญิงจะแปลงกายมาจากโสม?
นี่มันเป็นเรื่องไร้สาระมิใช่หรอกหรือ
“กงต๋า องค์หญิงก็เป็นคน จะเกิดจากโสมคนได้อย่างไร?”
“อะแฮ่ม นายท่าน กงต๋าหมายถึงบรรดาศักดิ์ว่านเหนียน หาใช่ตัวคน”
วันนี้กาเซี่ยงรู้สึกสับสนกับสติปัญญาของเล่าเจี้ยงเล็กน้อย เลยรีบเอ่ยเตือนออกมา
“อ๊า! วันนี้ข้าค่อนข้างเลอะเลือนนิดหน่อย กงต๋าเจ้าว่าต่อเลย”
เล่าเจี้ยงรู้สึกขบขันกับตัวเองเช่นกัน ก่อนเผยแววตาขอโทษขอโพยไปให้ซุนฮิว
“ฮ่า ๆ ๆ ความคิดของนายท่านน่าสนใจนัก! เพียงแต่องค์หญิงไม่ได้เกิดจากโสมคน แต่บรรดาศักดิ์ว่านเหนียนนั้นเกี่ยวข้องกับโสมคนอย่างแน่นแฟ้นแน่นอน”
ซุนฮิวก็ไม่คิดว่านายท่านจะมีจินตนาการมากขนาดนี้ จึงอดขบขันไม่ได้
“ที่มาของโสมนี้ไม่ทราบแน่ชัด ทว่าจงจิ่งพูดถูก มันสืบทอดมาจากพระเจ้าฮั่นเกาจู่จริง ๆ”
“ว่ากันว่าในตอนนั้นพระเจ้าฮั่นเกาจู่ได้สังหารพญางูขาว หลังจากพญางูขาวตายก็กลายเป็นโสมคน ทว่าเรื่องเหล่านี้มันเหนือธรรมชาติเกินไป ยากจะให้คนเชื่อได้”
“ไม่ว่าอย่างไร โสมคนสืบทอดมาจนถึงตอนนี้ อย่างน้อยก็เกือบสี่ร้อยปีมาแล้ว”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า เข้าใจแล้วว่าซุนฮิวหมายถึงอะไร ไม่ว่าโสมคนนี้จะมีที่มาอย่างไร อายุต้องเพียงพอแน่! บางทีตอนที่พระเจ้าฮั่นเกาจู่ได้รับมา มันก็อาจมีอายุหลายปีแล้วก็ได้
“แล้วองค์หญิงเกี่ยวอะไรกับโสมคนนี้ล่ะ?”
ซุนฉิวหัวเราะสองสามที ก่อนเอามือลูบเคราเบา ๆ
“สถานะขององค์หญิงองค์นี้ไม่ธรรมดา เรียกได้ว่าเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท”
“ต้นโสมคนนี้อยู่รอดมาได้หลายร้อยปี หากมันเติบโตต่อไปก็อาจสืบทอดไปจนถึงหมื่นปีจริงก็ได้ ฝ่าบาทต้องการเปลี่ยนโสมคนนี้ให้เป็นต้นไม้เครื่องรางแทนชะตากรรมของบ้านเมือง และมอบให้องค์หญิงแทนคำอวยพร พร้อมพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นว่านเหนียน”
พลันเล่าเจี้ยงรู้ที่มาบรรดาศักดิ์ขององค์หญิงว่านเหนียนทันใด ทว่ายิ่งรู้สึกหดหู่มากขึ้น
“หากเป็นตามที่กงต๋าพูด การจะได้โสมคนนี้คงเป็นเรื่องยากกว่าการขึ้นสวรรค์เสียอีก”
พระเจ้าเลนเต้ใช้มันแทนชะตากรรมของบ้านเมือง ดังนั้นจึงไม่มีทางให้คนกินมัน หากมันถูกกินไป จะไม่เป็นการทำลายแผ่นดินต้าฮั่นหรอกหรือ?
โชคดีที่ซุนฮิวรู้เรื่องราวของโสมคนนี้ ไม่อย่างนั้นหากตัวเองไปเล่าให้พระเจ้าเลนเต้ฟังโดยตรงว่าจะขอมาให้คนกิน จะไม่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏหรอกหรือ?
“นายท่าน ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเสียทีเดียว”
เมื่อซุนฮิวเอ่ยเช่นนี้ออกมา ทำให้เล่าเจี้ยงตกใจมาก หรือว่าเรื่องเช่นนี้เจ้าก็ยังจัดการได้?
“กงต๋า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หากฝ่าบาทรู้ว่าเรากำลังวางแผนเรื่องโสม เกรงว่าคงไม่ปล่อยพวกเราไปง่าย ๆ แน่”
น้ำเสียงของแม่ทัพหลังจริงจังมาก ตอนนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับฮองสู่จะรอดต่อไปหรือไม่แล้ว แต่เกี่ยวกับทุกคนที่อยู่รอบตัว
ซุนฮิวก็พยักหน้าอย่างจริงจังเป็นคำตอบ เขาไม่มีทางล้อเล่นกับเรื่องเช่นนี้อยู่แล้ว
“นายท่าน ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่องค์หญิงว่านเหนียน”
“หา?”
เล่าเจี้ยงยิ่งฟังไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จะให้องค์หญิงว่านเหนียนไปขโมยมันมาหรือ? นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่!
เหมือนกับซุนฮิวเข้าใจความคิดของเจ้านาย จึงโบกมือให้เป็นพัลวัน
“นายท่าน ตอนนี้องค์หญิงว่านเหนียนเป็นคนดูแลโสมคนต้นนี้อยู่ ทุกปีโสมคนจะผลัดกิ่งใบทิ้งจำนวนมาก และสิ่งเหล่านี้มักจะถูกรวบรวมเป็นวัสดุยาที่มีราคาสูง”
“ว่ากันว่ากิ่งและใบที่ตกกระจัดกระจายเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากกว่าโสมธรรมดามาก หากได้กิ่งใบเหล่านี้ ไม่แน่อาจช่วยชีวิตฮองสู่ได้”
เล่าเจี้ยงเข้าใจในทันที มิน่าเล่าซุนฮิวถึงได้กล่าวว่ากุญแจสำคัญอยู่ที่นาง
หากองค์หญิงว่านเหนียนเห็นด้วย อย่าว่าแต่กิ่งใบที่ตกกระจัดกระจายเลย แม้หักโสมออกมาชิ้นหนึ่ง เกรงว่าก็อาจจะไม่มีใครรู้
ฟังดูเหมือนจะง่าย ทว่าทำขึ้นมากลับยากเหมือนดังขึ้นสวรรค์!
เหตุใดองค์หญิงว่านเหนียนจะต้องตกลงด้วย? นางกับฮองตงต่างก็ไม่รู้จักกัน แล้วจะอาสาช่วยฮองสู่ ได้อย่างไร?
เล่าเจี้ยงถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
“เฮ้อ! วิธีนี้ดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้ว เป็นไปไม่ได้เลย”
“นะ…”
ซุนฮิวยังอยากจะพูดต่อ แต่เห็นกาเซี่ยงส่งสายตามาให้พร้อมส่ายหน้าไม่หยุด
“นายท่าน พวกเรายังมีเรื่องที่ต้องจัดการ ขอตัวก่อน”
กาเซี่ยงเดินไปอยู่เบื้องหน้าเล่าเจี้ยง แล้วขอตัวลากลับ
“ได้ พวกเจ้าไปทำงานเถิด”
ดวงตาเล่าเจี้ยงว่างเปล่า และตอบออกมาอย่างเหม่อลอย
…
กาเซี่ยงลากแขนเสื้อซุนฮิวเดินออกมานอกห้องจนอีกฝ่ายไม่พอใจ
“เหวินเหอ เจ้าเป็นอะไร”
กุนซือปีศาจมองไปโดยรอบทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง เพื่อยืนยันว่าโถงทางเดินว่างเปล่าไม่มีใคร
“เจ้าเสียสติไปแล้วรึ” ซุนฮิวมีสีหน้าฉงน “เป็นอะไรไป?”
“เจ้าวางแผนจะให้นายท่านแต่งงานกับองค์หญิงว่านเหนียนใช่หรือไม่ แบบนี้ไม่เพียงแต่จะได้รับสถานะราชบุตรเขย แต่ยังถือโอกาสนี้รับโสมคนมาด้วย”
ซุนฮิวพยักหน้าให้กาเซี่ยง และยอมรับตรง ๆ
“ใช่แล้ว ฝ่าบาททรงรักองค์หญิงว่านเหนียนมาก หากนายท่านแต่งงานกับนาง เช่นนั้นอำนาจจะไม่ยิ่งมั่นคงหรอกหรือ”
“กงต๋า หากนายท่านแต่งงานกับองค์หญิงว่านเหนียน แล้วแม่นางซัวเอี๋ยมจะทำอย่างไร ความสัมพันธ์ของนายท่านกับซัวเอี๋ยมใช่ว่าเจ้าจะไม่รู้”
กาเซี่ยงเอ่ยถึงว่าที่นายหญิงตรง ๆ แต่ผู้ฟังไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย
“เหวินเหอ บุรุษจะพลาดงานใหญ่เพราะสตรีได้อย่างไร อีกอย่างแม่นางซัวเอี๋ยมแต่งเป็นอนุก็ได้ หาใช่จะอยู่กับนายท่านไม่ได้”
ความคิดของซุนฮิวเรียบง่ายมาก นายท่านรักแม่นางซัวเอี๋ยมใช่หรือไม่? ใช่ นายท่านอยากได้โสมคนใช่หรือไม่? ใช่
กุนซือต้องหาทางเอาโสมคนมา โดยที่แม่นางซัวเอี๋ยมยังคงเป็นผู้หญิงของนายท่าน
วิธีนี้ทั้งยังได้แต่งงานกับองค์หญิง ได้อำนาจ ได้โสมคน ทั้งยังไม่สูญเสียแม่นางซัวเอี๋ยม มันไม่ใช่ผลดีหรอกหรือ?
กาเซี่ยงไม่เห็นด้วยกับความคิดของซุนฮิวเลย จึงเอาแต่ส่ายหน้าปฏิเสธ
“กงต๋า เจ้าคิดง่ายเกินไป นายท่านเป็นคนนิสัยตรงไปตรงมา หากให้ขอซัวเอี๋ยมเป็นอนุ เขาไม่มีทางเห็นด้วยแน่นอน! เจ้าลองนึกถึงจุดจบของเว่ยจ้งเต้าบ้างสิ!”
“หากเมื่อครู่เจ้าเสนอแนวคิดนี้ออกไป นายท่านจะเห็นด้วยหรือไม่?”
“หากเห็นด้วย นายท่านก็จะเป็นคนไร้สัตย์สำหรับแม่นางซัวเอี๋ยม และเขาจะไม่สามารถผ่านด่านหัวใจนั้นไปได้ หากไม่เห็นด้วย วันหน้าฮองตงรู้เข้า เจ้าจะให้เขาคิดอย่างไร? นี่ไม่เป็นการใส่ร้ายชื่อเสียงของนายท่านหรอกหรือ”
กาเซี่ยงยิ่งพูดยิ่งฮึกเหิม ในคำพูดเต็มไปด้วยการตำหนิ
ซุนฮิวยิ่งฟังก็ยิ่งตกใจ ตัวเองเอาแต่คิดถึงผลประโยชน์ ที่นายท่านจะได้หากแต่งงานกับองค์หญิง แต่กลับเพิกเฉยต่อผลเสียเหล่านี้ไป
“ขอโทษด้วยเหวินเหอ แต่ตอนที่ปฏิเสธข้อเสนอแต่งงานของฝ่าบาทเมื่อครู่ ข้าเห็นว่าคำพูดของนายท่านมีร่องรอยความเสียใจแฝงอยู่ ถึงได้…”
กาเซี่ยงยื่นมือออกมาขัด
“กงต๋า ข้าเห็นด้วยกับความคิดของเจ้า แต่เรื่องแบบนี้จะออกมาจากปากเราไม่ได้!”
ซุนฮิวมองแววตามีเลศนัยของกาเซี่ยง พลันเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
“เหวินเหอ เจ้าหมายความว่า…”
กาเซี่ยงเม้มริมฝีปาก พลางส่ายหัวเบา ๆ
“ข้าไม่ได้หมายถึงอะไร ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”
ซุนฮิวรู้สึกขบขันกับท่าทางเจ้าเล่ห์ของกาเซี่ยง ก่อนยื่นมือชี้ไปที่กาเซี่ยงไม่หยุด
“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าจิ้งจอกเฒ่า!”