พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 154 ซุนฮิวรับบทเป็นตัวร้าย
บทที่ 154 ซุนฮิวรับบทเป็นตัวร้าย
ทุกคำพูดของกาเซี่ยงเหมือนค้อนใหญ่ที่คอยโจมตีจิตใจของเล่าเจี้ยงไม่หยุดหย่อน
โดยเฉพาะวลีที่ว่า ‘จะเอาอะไรไปปกป้องคนที่รัก!’ ปลุกแม่ทัพหลังให้ตื่นขึ้นทันที ทำให้ในหัวเขามีคำแปดคำแวบขึ้นมา
ชนเผ่าซยงหนูของโจเอียนอ๋อง!
ประวัติศาสตร์ได้ยืนยันกับเขาว่าหลายสิ่งหลายอย่างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยมนุษย์ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด!
บางทีซัวเอี๋ยมอาจไม่ถูกโจเอียนอ๋องแห่งซยงหนูใต้ลักพาตัวไปจากบ้านเพราะสามีตายเหมือนในประวัติศาสตร์อีก แต่ใครจะรับประกันได้ว่านางจะไม่ถูกชนชาติเผ่าอื่นแย่งตัวไป?
หากเล่าเจี้ยงไม่แข็งแกร่งพอ จะเอาอะไรไปปกป้องนางได้?
ท้ายที่สุดแล้ว ก็มีเพียงแค่สองคำเหนือใต้หล้าคือ ‘แข็งแกร่ง!’
หากปราศจากความแข็งแกร่งที่ไร้เทียมทาน คำหวานก็แค่ลมปาก
เล่าเจี้ยงลุกขึ้นยืนอย่างดุดัน สลัดความหดหู่ก่อนหน้านี้ทิ้งและมองไปข้างหน้าด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว
ใช่แล้ว! ความกังวลในวันนี้มีแต่จะนำมาซึ่งอันตรายที่ซ่อนอยู่ในอนาคตเท่านั้น!
หากข้าหวังดีกับเอี๋ยมเอ๋อร์จริง เวลานี้ต้องไร้หัวใจขึ้นมา
เพื่อซัวเอี๋ยม… เพื่อคนที่อยู่รอบกาย… เพื่อต้าฮั่น… เพื่อประชาชน… และเพื่อตัวเอง
ข้าต้องตัดสินใจเลือก!
“เหวินเหอ ขอบคุณมาก หากปราศจากการสั่งสอนที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของเจ้า ข้าคงหลงทางไปแล้ว”
สิ้นเสียง เล่าเจี้ยงก็ถอยหลังหนึ่งก้าว และโค้งคำนับจากใจจริง
“นายท่าน รีบลุกขึ้นเถอะ”
กาเซี่ยงรีบรุดไปข้างหน้า พูดไปพลาง ช่วยประคองเล่าเจี้ยงไปพลาง
“นายท่านมีปณิธานยิ่งใหญ่จะหลงทางอยู่ในความคิดตื้นเขินได้อย่างไร กาเซี่ยงเชื่อนายท่านอย่างไม่มีสงสัยเลยสักนิด”
ในที่สุดกุนซือปีศาจก็เผยรอยยิ้มออกมา เขาเชื่อมาโดยตลอดว่านายท่านจะสามารถก้าวออกมาได้
หากเล่าเจี้ยงแค่อยากครองรักกับซัวเอี๋ยมตลอดไป คงหาภูเขาลึกสักลูกหนึ่ง และใช้ชีวิตเป็นอิสระจากโลกใบนี้ไปแล้ว ไยเขาต้องกรำศึกต่อสู้กับกองกำลังต่าง ๆ และทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายทุกวันด้วย?
เพราะอยากเป็นใหญ่ไม่ใช่รึ?
ความตั้งใจเดิมของเล่าเจี้ยงถูกกุนซือปีศาจมองออกอย่างกระจ่างแจ้งมานานแล้ว ไม่ว่านายท่านจะพยายามซ่อนมันเพียงไหน หรือถ่อมตัวอย่างไร ก็ซ่อนมันจากสายตาของกาเซี่ยงไม่ได้
ภายในใจของนายท่านเปี่ยมด้วยความละโมบ และความปรารถนาแรงกล้า!
หากไม่มีความปรารถนา จะมีแรงจูงใจไปสนับสนุนความทะเยอทะยานได้อย่างไร?
ทว่าหลังจากดีใจได้ไม่นาน เล่าเจี้ยงก็เริ่มปวดหัวอีกครั้ง
“เหวินเหอ ข้าได้ปฏิเสธข้อเสนอของฝ่าบาทไปแล้ว หรือข้าต้องเป็นคนเริ่มวิงวอนขอฝ่าบาทก่อน?”
ตอนแรกบอกว่าไม่เสียดาย แต่ตอนนี้รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง!
ตัวเองหน้าด้านไปหาพระเจ้าเลนเต้ หากอีกฝ่ายตกลงคงจะดี แต่หากถูกปฏิเสธ แล้วเกียรติของเล่าเจี้ยงจะเอาไปไว้ที่ไหน!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
กาเซี่ยงขบขันกับความสับเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังเท้าได้รวดเร็ว เมื่อครู่เขายังมีสีหน้าหดหู่ คิดอยากจะหนีการแต่งงานอยู่เลย ตอนนี้เริ่มกังวลว่าจะหาทางแต่งงานกับองค์หญิงได้อย่างไรแล้ว
“เหวินเหอ เจ้าจะหัวเราะเยาะข้าไม่ได้! เจ้าต้องมีวิธีอยู่แล้วใช่ไหม?”
กุนซือปีศาจไม่ทำให้นายท่านผิดหวังจริง ๆ เขาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
กาเซี่ยงเป็นคนยอดเยี่ยมขนาดนี้ ไม่ว่าอยากทำเรื่องอะไร เขาจะคิดให้เจ้านายอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนจบ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะล้มเหลวกลางคัน
“นายท่านเพียงนั่งรอเฉย ๆ อยู่ที่บ้านเถิด องค์หญิงจะต้องเป็นของนายท่านแน่นอน!”
“ข้าเดาว่าตอนนี้มีคนปวดหัวมากกว่านายท่านอีก”
เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของอีกฝ่าย ใจที่กังวลของแม่ทัพหลังก็สงบลงในที่สุด
หากวาจานี้เป็นคนอื่นกล่าวออกมา เล่าเจี้ยงอาจจะยังมีความแคลงใจ ทว่าเมื่อออกมาจากปากกาเซี่ยง เขาก็โล่งใจ!
“ฮ่า ๆ ๆ เหวินเหอกล่าวเช่นนี้ ข้าก็วางใจ!”
“นายท่าน ไม่ช้าก็เร็วนายท่านจะได้โอบกอดสาวงามแน่นอน”
โอบกอดสาวงาม! เมื่อได้ยินเช่นนี้ เล่าเจี้ยงอดนึกถึงภาพใบหน้าของเล่าอวิ๋นขึ้นมาในหัวไม่ได้ มุมปากซ่อนรอยยิ้มไว้แทบไม่อยู่
“รายงาน ท่านแม่ทัพ!”
ขณะที่เล่าเจี้ยงคิดถึงองค์หญิงว่านเหนียนอยู่นั้น ก็ถูกองครักษ์นอกประตูขัดจังหวะเข้า จึงรู้สึกมีน้ำโหเล็กน้อย
“มีเรื่องอันใด”
“เรียนท่านแม่ทัพ ในวังส่งข่าวมา ให้ท่านแม่ทัพเข้าวังทันที!”
เล่าเจี้ยงนิ่งอึ้ง และอดมองไปที่กุนซือไม่ได้
“เหวินเหอ หรือว่า?”
กาเซี่ยงไม่ตอบ เพียงแต่เผยรอยยิ้มบางเบาออกมา
“นายท่านไปก็จะรู้เอง…”
…
ระหว่างที่เล่าเจี้ยงรีบร้อนเข้าวัง ก็มีบัณฑิตคนหนึ่งเข้าไปในจวนเจ้ากรมราชชวงศ์ของเล่าเอี๋ยน
“ท่านคือจู่ปู้ซุนงั้นรึ”
พ่อบ้านจวนตระกูลเล่ารู้จักบัณฑิตผู้นี้ คือจู่ปู้ซุนฮิว สังกัดจวนแม่ทัพหลังนั่นเอง
“พ่อบ้าน รีบพาข้าไปพบคุณหนูซัวเอี๋ยมเร็ว ข้ามีเรื่องด่วน!”
พ่อบ้านขมวดคิ้วด้วยความสับสน
ท่านจู่ปู้ซุนเร่งรีบเจอแม่นางซัวเอี๋ยมเช่นนี้ หรือจะเกิดเรื่องกับคุณชาย?
“จู่ปู้ซุน มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับท่านแม่ทัพหลังหรือเปล่า? ต้องการให้ข้าแจ้งนายท่านทราบหรือไม่”
เมื่อเห็นพ่อบ้านเข้าใจผิด ซุนฮิวก็รีบโบกมือ
“เจ้ากังวลมากเกินไป แม่ทัพหลังสบายดี ข้ามีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณหนูซัว รีบพาข้าไปเร็ว!”
“เช่นนี้นี่เอง งั้นก็ตามข้ามา”
น้ำเสียงของซุนฮิวดูร้อนรนมาก พ่อบ้านเองก็ไม่มากความอีก รีบพาเขาตรงไปยังที่พักของซัวเอี๋ยม
จวนเจ้ากรมราชวงศ์ของเล่าเอี๋ยนกว้างขวางมาก ที่พักของซัวเอี๋ยมอยู่ด้านหลัง ซุนฮิวถูกพ่อบ้านพาไปเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา เดินอยู่นานกว่าจะถึงลานหน้าบ้าน
“เมื่อเข้าไปในลานแห่งนี้ ก็จะเป็นที่พักของคุณหนูซัวเอี๋ยมแล้ว ข้ามาส่งท่านได้เพียงเท่านี้!”
“เชิญท่านซุนฮิว ข้าขอตัวลาก่อน”
พ่อบ้านกุมมือคำนับ และกล่าวอำลาด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณ รบกวนพ่อบ้านแล้ว”
ซุนฮิวโค้งคำนับอย่างสุภาพ และส่งอีกฝ่ายจากไป
บัณฑิตหนุ่มยืนอยู่หน้าประตูลานบ้าน ด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
กาเซี่ยงไม่ได้พูดอะไรกับเขา แต่ซุนฮิวเข้าใจทุกอย่างได้จากสายตาของอีกฝ่าย
มีหลายเรื่องที่เล่าเจี้ยงทำไม่ได้ มีแค่ลูกน้องใต้บังคับบัญชาทำในนามเขาเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น คราวนี้เล่าเจี้ยงจะแต่งงานกับองค์หญิง ซุนฮิวจึงตัดสินใจแจ้งซัวเอี๋ยมแทน!
บางทีนายท่านอาจจะลงโทษตนอย่างหนักก็เป็นได้!
ซุนฮิวลอบถอนหายใจ ก่อนเปิดประตูตรงเข้าไปโดยไม่มีความกลัวใด ๆ อีก
“คุณหนูซัว ข้าคือจู่ปู้ซุนฉิวสังกัดจวนแม่ทัพหลัง มีเรื่องขอเข้าพบ”
หลังจากตะโกนได้ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดจากด้านใน
“ท่านซุนฮิว ไม่ทราบท่านมาหาคุณหนูมีเรื่องอันใดหรือ?”
ซัวเอี๋ยมเดินออกมา ในมือยังถือกระถางดอกไม้เล็ก ๆ ไว้ เห็นได้ชัดว่าเป็นไม้กระถางที่กำลังตัดแต่ง
ซุนฮิวมองว่าที่นายหญิงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นค่อย ๆ ก้มหน้าลง และกุมมือคำนับ
“คุณหนูซัว ซุนฮิวมาที่นี่เพราะเรื่องการแต่งงานระหว่างนายท่านกับคุณหนูโดยเฉพาะ”
หัวใจของซัวเอี๋ยมเต้นระรัว หาใช่ตื่นเต้น แต่นางรู้สึกได้ถึงลางไม่ดี
เรื่องแต่งงานของนางกับเล่าเจี้ยง ซุนฮิวจะมาแจ้งทำไม เหตุใดเล่าเจี้ยงถึงไม่มาเอง?
“การแต่งงานของเราทำไมหรือ ท่านซุนฮิวพูดมาตรง ๆ ได้เลย”
ซัวเอี๋ยมประหม่ามาก สองมือกำกระถางดอกไม้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“คุณหนูซัว ข้าเกรงว่านายท่านจะไม่สามารถแต่งคุณหนูเป็นฮูหยินได้แล้ว”
ซุนฮิวหรี่สองตามองไปที่ซัวเอี๋ยม พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบมาก
“อะไรนะ!”
ซัวเอี๋ยมสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ไม่ใช่เรื่องดีจริง ๆ ด้วย!
“ทำไมกัน! มันเกิดอะไรขึ้น”
“เล่าเจี้ยงล่ะ ให้เขามาหาข้า!”
ซัวเอี๋ยมร้อนใจมาก นางไม่เชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง …ไม่เชื่อว่านี่คือความคิดของเล่าเจี้ยง
“คุณหนูซัว เพื่อการใหญ่ นายท่านจำต้องแต่งงานกับองค์หญิงว่านเหนียนขอรับ”
“องค์หญิง… ว่านเหนียน…”
ทันใดนั้นซัวเอี๋ยมก็จำวันที่อยู่นอกเมืองลกเอี๋ยงขึ้นมาได้ เล่าเจี้ยงได้ปฏิเสธการแต่งงานของฮ่องเต้ด้วยตัวเองไปแล้ว
“เขาปฏิเสธการแต่งงานกับองค์หญิงไปแล้วมิใช่หรือ?”
ซุนฮิวไม่ได้พูดอะไร เอาแต่มองนางอยู่อย่างนั้น
“นี่คือ… ความคิด… ของเขาหรือ?”
หยาดน้ำตาใสแวววาวหลั่งรินออกมาจากดวงตาซัวเอี๋ยม น้ำเสียงสั่นเครือเบา ๆ
ซุนฮิวไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจ ตรงข้ามน้ำเสียงยิ่งเย็นชากว่าเดิม
“ไม่ว่าจะเป็นความคิดของใคร นายท่านก็ต้องแต่งงานกับองค์หญิงว่านเหนียนขอรับ”
ตุบ! กระถางดอกไม้ในมือขอ ซัวเอี๋ยมหล่นลงบนพื้นจนแตกละเอียด…