พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 160 ต้องผ่านด่านซัวหลิงไปก่อน!
บทที่ 160 ต้องผ่านด่านซัวหลิงไปก่อน!
หลังจากออกมาจากค่าย เล่าเจี้ยงไม่เลือกที่จะหลบหนีอีกต่อไป เขารีบมุ่งตรงไปยังจวนเจ้ากรมราชวงศ์ทันที
เมื่อยืนอยู่นอกประตูจวน หัวใจเขาก็สงบลง
อะไรจะมาก็ต้องมา อะไรที่ตัวเองต้องเผชิญ อย่างไรตัวเองก็หนีไม่พ้น
ชาติก่อนมีประโยคหนึ่งว่าอะไรแล้วนะ?
ความรักมักจะทำให้ผิดหวัง มีเพียงคนใจร้ายเท่านั้นถึงจะครอบครองได้
เหตุใดตนถึงเป็นคาสโนวาสับรางเก่งได้แบบหน้าตาเฉยไม่ได้นะ!
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ เล่าเจี้ยงก็ยิ้มขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ อิจฉา ‘ยอดชาย’ เหล่านั้นที่เดินผ่านดอกไม้นับพัน แต่ไม่โดนหนามพวกมันทิ่มแทงเลย
“คุณชาย?”
เสียงหนึ่งดังออกมาจากจวน ขัดความคิดของเขา
แม่ทัพหลังได้สติกลับมา ที่แท้เป็นพ่อบ้านในจวนนี่เอง
“พ่อบ้านเองหรือ มีอะไรหรือเปล่า”
“คุณชายทำไมไม่เข้ามาล่ะ”
เล่าเจี้ยงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจว่าพ่อบ้านสงสัยที่ตัวเองเอาแต่ยืนอยู่นอกประตู
“อ่า ข้าเพิ่งมาถึง ยังไม่ทันได้เข้าไป”
“เชิญคุณชาย”
พ่อบ้านรีบเอียงตัว เชิญเล่าเจี้ยงเข้าไปในจวน
“พ่อบ้าน ช่วยหาเหล้าแรง ๆ ให้ข้าสักไหหนึ่ง แล้วส่งไปที่หน้าประตูที่พักซัวเอี๋ยม”
เล่าเจี้ยงพูดจบก็เดินตรงเข้าไปข้างใน
“คุณชาย!”
แม่ทัพหลังขมวดคิ้ว หันกลับไปมองพ่อบ้านที่เรียกรั้งตัวเอง
“มีอะไร?”
พ่อบ้านรีบเดินไปหา และกระซิบเสียงเบาข้างหู
“คุณชาย วันนี้ตอนเที่ยงจู่ปู้ซุนแวะเข้ามาขอเข้าพบคุณหนูซัวเอี๋ยม”
“จู่ปู้ซุน? ซุนฮิว?”
เล่าเจี้ยงเผยสีหน้าสงสัย ตอนเที่ยงซุนฮิวยังกินข้าวกับตัวเองอยู่เลย แล้วเหตุใดถึงมาหาซัวเอี๋ยมได้?
“ใช่ขอรับ ข้าพาจู่ปู้ซุนไปที่นั่น เขาน่าจะอยู่ราว ๆ หนึ่งชั่วยามกว่า ๆ”
ซุนฮิวมาหาซัวเอี๋ยมทำไม
เล่าเจี้ยงคิดไม่ออก หรืองานแต่งใกล้จะมาถึงแล้ว? แต่เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่ซุนฮิวจะทำ พ่อของเขาเล่าเอี๋ยนจัดการหมดแล้ว
เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่สิ!
พลันนึกถึงตอนเที่ยงที่ซุนฮิวถูกกาเซี่ยงลากออกไป และหวนนึกถึงสิ่งที่กุนซือปีศาจกลับเข้าห้องมาเอ่ยกับเขาในขณะที่ซุนฮิวมาหาซัวเอี๋ยม…
“แย่แล้ว!”
เล่าเจี้ยงรู้แล้วว่าซุนฮิวมาทำไม ต้องมาเผยความลับกับนางแน่!
“คุณชาย? ท่านเป็นอะไร คุณชาย!”
แม่ทัพหลังไม่สนเสียงตะโกนเรียกของพ่อบ้าน และรีบเร่งรุดตรงเข้าไปในลานที่พักของซัวเอี๋ยมทันที
เดิมทีระยะทางไกลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ภายใต้ความร้อนใจของเล่าเจี้ยง ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง
เขาไม่สนใจอะไรมาก ตรงเข้าไปเปิดประตูแล้ววิ่งไปที่ห้องซัวเอี๋ยม
“เอี๋ยมเอ๋อร์! เอี๋ยมเอ๋อร์!”
ไม่ว่าเล่าเจี้ยงจะตะโกนเรียกหรือเคาะประตูอย่างไร ด้านในก็ไม่มีเคลื่อนไหวใด ๆ เลย
ทำอย่างไรดี? ทำอย่างไรดี!
พริบตาเดียวเหงื่อก็เปียกโชกท่วมตัวด้วยความกระวนกระวายใจ เล่าเจี้ยงไม่อยากนึกเลยว่าหากซัวเอี๋ยมหายไป เขาจะทำอย่างไรดี
กงต๋า! เจ้าฆ่าข้าชัด ๆ เลย!
“เอี๋ยมเอ๋อร์ เจ้าอยู่ข้างในหรือเปล่า เจ้าอย่าทำให้พี่ตกใจ!”
“เอี๋ยมเอ๋อร์ เจ้าช่วยพูดอะไรหน่อยได้ไหม?”
หลังจากตะโกนอยู่นาน ก็ยังไม่มีเสียงซัวเอี๋ยมดังออกมาจากในห้อง เล่าเจี้ยงเองก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ยกกำปั้นขึ้นทุบประตู
“หยุดนะ!”
เสียงอ่อนเยาว์ดังขัด เป็นซัวหลิงที่เดินออกมา
“หลิงเอ๋อร์ พี่สาวเจ้าล่ะ นางอยู่ไหน?”
เล่าเจี้ยงวิ่งตรงไปหาซัวหลิงราวกับเจอผู้ช่วยชีวิต
เด็กหญิงตีหน้าขรึมขณะมองว่าที่พี่เขยด้วยความโกรธ
“เล่าเจี้ยง! ท่านคิดว่าพี่สาวข้ารังแกง่ายใช่หรือไม่ ตอนเที่ยงส่งคนมาก่อเรื่อง ตอนนี้ดึกดื่นค่อนคืน เจ้ายังคิดจะพังประตูพี่สาวข้าอีกหรือ?”
จบสิ้นแล้ว ตอนเที่ยงต้องมีความขัดแย้งรุนแรงแน่ ซุนฮิวอาจจะพูดอะไรไปก็ได้!
หัวใจของเล่าเจี้ยงยิ่งหนาวสะท้าน ขนาดซัวหลิงยังมีท่าทางเช่นนี้แล้ว ทางซัวเอี๋ยมยิ่งไม่ต้องคิด!
วันนี้อยากจะให้มันจบดี ๆ เกรงว่าคงยากแล้ว
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าฟังข้าอธิบาย…”
“ข้าไม่ฟัง!”
“ตอนนั้นใครกันมาขวางทางพี่สาวข้า แล้วสาบานว่าจะไม่แต่งงานกับใครนอกจากนาง พี่สาวข้าจะเป็นเพียงคนเดียวที่เขารักตลอดไป? แล้วใครกันให้สัญญาน่าขันเช่นนี้ต่อหน้าท่านพ่อข้า!”
แม้ซัวหลิงยังเด็กแต่กลับจำแม่นทุกคำ นางเค้นถามจนเล่าเจี้ยงพูดไม่ออก
“ตอนนั้นท่านบอกว่าปฏิเสธการแต่งงานของฝ่าบาทเพื่อพี่สาวข้าไปแล้ว ตอนนี้การแต่งงานของพวกท่านใกล้เข้ามาแล้ว เหตุใดจู่ ๆ ถึงแต่งงานกับองค์หญิง? ท่านเห็นพี่สาวข้าเป็นอะไร!”
เล่าเจี้ยงหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้ แต่เดิมเขาเตรียมคำพูดมามากมาย ตอนนี้กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ซัวหลิงพูดถูก ทุกอย่างเป็นปัญหาและความผิดของเขาเอง
“หลิงเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าตอนนี้พูดอะไรไปเจ้าก็ไม่เชื่อ แต่ข้าไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ”
“ในสายตาคนนอก ข้าคือแม่ทัพหลัง มีกองทัพเกราะหนักอยู่ในมือแถมอยู่ในช่วงที่สุขสมหวัง แต่ความจริงข้าในตอนนี้เสี่ยงอันตรายมาก เหมือนกำลังเหยียบอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบาง ไม่รู้กี่คนอยากจะฉีกทึ้งข้าเป็นชิ้น ๆ”
ซัวหลิงพ่นลมหายใจออกมา เห็นได้ชัดว่านางไม่เชื่อ
“เล่าเจี้ยง เพื่อปกป้องตัวเอง ครั้งนี้ท่านสามารถเปลี่ยนพี่สาวข้าจากฮูหยินไปเป็นอนุได้ ครั้งต่อไปเพื่อมีชีวิตรอด ท่านก็สามารถเอาตัวพี่สาวข้าไปขายได้ใช่หรือไม่”
“ไม่! ข้าไม่มีทางทำเช่นนั้น”
ดวงตาเบิกสองตาเล่าเจี้ยงกว้าง จ้องซัวหลิงอย่างโกกรธเคืองแล้วคำรามออกมา
“ทุกสิ่งที่ข้าทำก็เพื่อปกป้องนาง!”
“ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนตนเองผู้เดียวเท่านั้น ข้ายังมีญาติพี่น้องและพวกเจ้าด้วย! จวนแม่ทัพหลังมีกี่ชีวิต? พ่อข้า พี่ชายข้า ล้วนเป็นขุนนางในราชสำนัก และยังมีทหารใต้บังคับบัญชาข้าอยู่อีกหนึ่งหมื่นนาย!”
“ข้าเล่าเจี้ยงมีเพียงชีวิตเดียว ตายก็ตายไป ข้าไม่สน! แต่เจ้ารู้ไหม ความเห็นแก่ตัวของข้าดึงชีวิตคนบริสุทธิ์หลายคนมาเกี่ยวข้องด้วย”
“ข้าในตอนนี้ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้แล้ว ข้าต้องคำนึงถึงสถานการณ์ด้วย!”
“แต่โปรดเชื่อข้าเถอะ ทุกสิ่งที่ข้าทำก็เพื่อได้ปกป้องเอี๋ยมเอ๋อร์! ไม่ว่านางจะเป็นฮูหยิน หรืออนุของข้า นางคือคนที่ข้ารักมากที่สุด สิ่งนี้ไม่มีวันเปลี่ยน!”
หลังจากได้ยินคำพูดจริงใจของเล่าเจี้ยง ซัวหลิงไม่เดือดดาลเท่าตอนแรกแล้ว เพียงแต่ยังไม่คิดจะปล่อยพี่เขยตัวแสบไปง่าย ๆ
“ท่านพูดให้มันสวยหรูได้นี่ ใครจะไปรู้ว่าเมื่อแต่งงานกับองค์หญิงไปแล้วจะละเลยพี่สาวข้าหรือเปล่า!”
เมื่อเล่าเจี้ยงเห็นซัวหลิงในตอนนี้ เขาก็โล่งใจไปเปาะหนึ่ง ซัวเอี๋ยมไม่ได้จากไปโดยไม่ลาแน่นอน ตอนนี้ตัวเองพูดอะไรออกมา ซัวเอี๋ยมที่อยู่ในห้องต้องได้ยินแน่ ด้วยความรู้ของบุตตรีนักปราชญ์ ใช่ว่านางจะไม่ยอมปล่อยวางแน่นอน
“น้องหลิงเอ๋อร์ สำหรับข้า อย่างมากองค์หญิงก็เป็นแค่ตัวกลางให้ข้าได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาท ตอนนี้ข้าถูกโฮจิ๋นกับตระกูลอ้วนปองร้าย หากไม่มีการสนับสนุนจากฝ่าบาท ไม่นานชีวิตข้าจะตกอยู่ในอันตราย”
เล่าเจี้ยงไม่รู้ว่าซัวหลิงจะเข้าใจสิ่งที่ตัวเองพูดหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่เขาพูดให้ซัวเอี๋ยมอยู่ในห้องฟัง
เด็กหญิงตัวน้อยกลอกตาไปมาไม่หยุด คงคิดว่าจะกลั่นแกล้งพี่เขยอย่างไรดีเป็นแน่
“เช่นนั้นต่อไปหากองค์หญิงรังแกพี่สาวข้า ท่านจะทำอย่างไร จะช่วยใคร”
เมื่อได้ยินซัวหลิงถามเช่นนี้ เล่าเจี้ยงก็เบาใจ
ซัวเอี๋ยมต้องถูกซุนฮิวพูดจนเข้าใจแล้วแน่ ไม่เช่นนั้นซัวหลิงคงไม่เปลี่ยนท่าทางเร็วขนาดนี้!
“ข้าย่อมช่วยเอี๋ยมเอ๋อร์อยู่แล้ว แต่แม้องค์หญิงจะถูกโอ๋มาตั้งแต่เด็ก แต่จากข้าเห็น นางไม่ใช่คนไร้เหตุผลแน่นอน ข้าเชื่อว่านางและเอี๋ยมเอ๋อร์จะกลายเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้แน่”
เดิมทีเล่าเจี้ยงคิดว่าเขาจะผ่านด่านซัวหลิงไปแล้ว คาดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะระเบิดออกมาทันทีหลังจากพูดเช่นนี้จบ
“ฮึ่ม! เจ้าเล่าเจี้ยงตัวดี เพิ่งพบองค์หญิงได้ไม่กี่ครั้งก็พูดแทนนางเช่นนี้แล้ว! หากต่อไปแต่งงานกับนาง จะไม่เห็นพี่สาวข้าอยู่ในสายตาหรอกหรือ?!”