พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 162 ความเข้าใจและความตระหนักของซัวเอี๋ยม
บทที่ 162 ความเข้าใจและความตระหนักของซัวเอี๋ยม
บทที่162 ความเข้าใจและความตระหนักของซัวเอี๋ยม
ในตอนที่มือของเล่าเจี้ยงขยับขึ้นสูงอีกครั้ง ก็ถูกซัวเอี๋ยมจับไว้แน่น ดูมีแรงไม่น้อยเลย
เขารู้สึกกังวล เดิมทีคิดว่าเรื่องราวเป็นไปเช่นนี้แล้ว ไม่แน่วันนี้อาจจะได้ร่วมหอกัน แต่ดูเหมือนว่าตนฝันกลางวันไป!
เนิ่นนาน ริมฝีปากผละห่างออกจากกัน ซัวเอี๋ยมค่อย ๆ ซบลงบนอกของเล่าเจี้ยง สัมผัสเสียงหัวใจของเขา
“เอี๋ยมเอ๋อร์ เจ้าหายโกรธข้าแล้วหรือ?”
แม้จะเป็นเช่นนี้ เล่าเจี้ยงยังรู้สึกังวล ถึงอย่างไรเขาก็ไม่รู้ว่าซุนฮิวพูดอะไรไปบ้าง
ซัวเอี๋ยมซบอยู่ในอ้อมกอด พลางส่งเสียงตอบรับเบา ๆ และมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนเป็นพิเศษ
“ท่านพี่ใจกว้างดั่งใต้หล้า ยืนหยัดช่วยผู้คนนับหมื่นพัน ความฉลาดและกล้าหาญนี้ เอี๋ยมเอ๋อร์นับถือยิ่งนัก”
“ตอนนี้ขุนนางชั่วแข็งข้อ คนดีไม่มีที่ยืน ต้องการนักรบซื่อสัตย์และจงรักภักดีอย่างท่านพี่ลุกขึ้นต่อสู้ ท่านพี่เคยพูดว่า จะกอบกู้แผ่นดินนี้ เอี๋ยมเอ๋อร์นั้นไร้ความสามารถมิอาจช่วยเหลือการนั้นได้ จะกล้าเป็นภาระได้อย่างไร?”
“ท่านซุนฮิวออกผลประโยชน์ทั้งดีและเสียแก่ข้าอย่างชัดเจนแล้ว แม้เอี๋ยมเอ๋อร์ไม่ใช่ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนมามาก ก็เข้าใจได้”
“สถานการณ์ของท่านพี่ตึงเครียดเช่นนี้ อย่าว่าแต่ยอมสละตำแหน่งฮูหยินให้กับองค์หญิงเลย ให้เป็นแค่สาวใช้ เอี๋ยมเอ๋อร์ก็จะไม่เสียใจ”
“ดีที่ครั้งนี้ท่านซุนฮิวแจ้งแก่ข้าได้ทันกาล ท่านพี่ก็รู้ว่าตนเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของใต้หล้า จะทำตามอารมณ์ตัวเองไปเสียทุกเรื่องไม่ได้ เรื่องส่วนตนเป็นเรื่องเล็ก เรื่องของแผ่นดินเป็นเรื่องใหญ่”
“หัวใจเราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ข้ายอมสละเพื่อความปลอดภัยของท่านได้”
“ไม่ว่าอย่างไร ใจของเอี๋ยมเอ๋อร์ก็เป็นของท่านพี่เสมอ”
ซัวเอี๋ยมใช้มือเช็ดน้ำตาของว่าที่สามีเบา ๆ ใช่แล้ว เขาร้องไห้ เพราะซาบซึ้งยิ่ง
เล่าเจี้ยงเคยคิดว่านางจะโวยวาย ไม่นึกฝันว่านางจะปล่อยวางเรื่องนี้ เห็นด้วยกับเขาเรื่องที่ให้นางสละตำแหน่งฮูหยิน และเห็นด้วยกับเรื่องที่เขาจะแต่งงานกับองค์หญิง
ซัวเอี๋ยมรู้ความ จิตใจกว้างขวาง โอบอ้อมอารี และที่สำคัญที่สุดคือเข้าใจสถานการณ์มากขนาดนี้!
นางเป็นแค่เด็กอายุสิบกว่าปีคนหนึ่ง แต่กลับทำเพื่อบ้านเมือง ละทิ้งผลประโยชน์ส่วนตัวมากมาย ถึงขนาดยอมให้ตัวเองได้รับความทุกข์ใจและความเจ็บปวด
“เอี๋ยมเอ๋อร์… เป็นเพราะพี่ไร้ความสามารถ ทำให้เจ้าต้องทุกข์ลำบากมากเพียงนี้…”
เล่าเจี้ยงซบลงที่ไหล่ของซัวเอี๋ยม แล้วร่ำไห้น้ำตาไหลรินไม่หยุด เขารู้ดี นางดูเหมือนจะเข้มแข็ง แต่ลับหลังต้องแอบหลั่งน้ำตาเงียบ ๆ แน่
ความเข้มแข็งของซัวเอี๋ยมเป็นความตั้งใจที่จะแสดงให้เห็น แม่ทัพหลังจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง
ซัวเอี๋ยมตบหลังเขาแผ่วเบาไม่หยุด
“ท่านพี่ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ทำการใหญ่จะไม่คิดเรื่องส่วนตัว ท่านพี่เองก็ต้องเป็นเช่นนั้น ก่อนหน้านี้ท่านพี่ปฏิเสธงานแต่งพระราชทานของฝ่าบาทเพื่อเอี๋ยมเอ๋อร์ เอี๋ยมเอ๋อร์รู้ซึ้งถึงความในใจท่านพี่แล้ว”
“เพียงแต่โลกนี้ไม่เที่ยงแท้ เมื่ออยู่ท่ามกลางอำนาจ ยิ่งมีหลายเรื่องที่เราไม่สามารถทำตามใจตนเองได้ บิดาถูกขับไล่เพราะพวกขันที เรื่องอำนาจเหล่านี้ เอี๋ยมเอ๋อร์รู้และเข้าใจดีมาก หวังว่าท่านพี่จะยืนหยัดขึ้นมา และเห็นประโยชน์บ้านเมืองสำคัญที่สุด”
เล่าเจี้ยงรู้ว่าคำพูดเหล่านี้คงเป็นซุนฮิวที่สอนนาง และบางทีคงมีอีกหลายเรื่องที่ซัวเอี๋ยมยังไม่เห็นด้วย แต่ในตอนนี้นางกลับพูดออกมาอย่างเรียบเฉย
นี่มันคือการเข้าใจสถานการณ์ และพิจารณาสถานการณ์โดยรวมได้ขนาดไหนกัน!
เล่าเจี้ยงกอดนาง รับรู้ถึงพลังงานมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างบอบบางนี้
มีภรรยาเช่นนี้ ทั้งชีวิตไม่มีอะไรเสียดายแล้ว!
เขาไม่อยากใช้คำพูดมาขอบคุณซัวเอี๋ยมแล้ว อยากจะขอบคุณมากแค่ไหนก็ไม่เพียงพอที่จะแสดงออกมา
“เอี๋ยมเอ๋อร์ ขอบคุณเจ้ามาก เพื่อเจ้าข้าจะยืนหยัดต่อไป! เชื่อข้าเถอะ ทุกอย่างที่ข้าทำก็เพื่อให้พวกเราอยู่ด้วยกันได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง”
ซัวเอี๋ยมซบลงบนไหล่ว่าที่สามี พลางพยักหน้ารัว เสียงมีความสั่นเครือ
“ข้าเชื่อท่านพี่ ไม่เคยแคลงใจต่อตัวท่านแม้แต่น้อย”
ร่างกายของนางทั้งนุ่มนิ่ม ทั้งหอมกรุ่น ทำให้เล่าเจี้ยงอดลุ่มหลงไม่ได้
อบอุ่นเหลือเกิน ความรู้สึกนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง
เล่าเจี้ยงนั่งกอดซัวเอี๋ยมอยู่ที่พื้น หลังพิงขอบประตูทั้งอย่างนั้น แล้วผล็อยหลับไป
ไม่นาน เสียงกรนดังขึ้นข้างหูหญิงสาว นางยิ่งไม่กล้าขยับเลยสักนิด ด้วยกลัวว่าจะทำให้เขาตื่น
จวบจนตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เหลือเพียงเล่าเจี้ยงคนเดียว ทว่าบนร่างมีผ้าห่มคลุมอยู่
แม้ท่าทางการนอนจะไม่สบายตลอดคืน แม้ว่าจะนอนบนพื้นแข็ง แต่เล่าเจี้ยงก็นอนอย่างสงบ หลับได้อย่างสบายใจ
แม่ทัพหลังจับผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวขึ้นมาดมอย่างลืมตัว ผ้าห่มหอมมาก น่าจะเป็นของซัวเอี๋ยม
เขาลุกขึ้นอย่างช้า ๆ รู้สึกถึงความตึงไปทั่วร่าง
“ฮึบ… ย่า!”
เล่าเจี้ยงยืดแขนขาออก บิดขี้เกียจอย่างสบาย
อาจเป็นเพราะกลิ่นกายซัวเอี๋ยมหอมเกินไป ตอนนี้เขายังรู้สึกว่าบนกายตนยังมีกลิ่นหอมติดกายอยู่
“ท่านพี่ ตื่นแล้วหรือ?”
อาจเป็นเพราะรับรู้ว่าห้องมีความเคลื่อนไหว ซัวเอี๋ยมถึงเดินเข้ามา
“เอี๋ยมเอ๋อร์ ขอโทษจริง ๆ เมื่อวานพี่เหนื่อยมากจนเผลอหลับไป…”
เล่าเจี้ยงคิดว่าซัวเอี๋ยมนอนกับตนบนพื้นทั้งคืนอย่างสบายตัว จึงกล่าวขอโทษออกมา
ซัวเอี๋ยมหน้าแดง ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่เป็นไร ท่านพี่ไม่ต้องขอโทษหรอก”
หญิงสาวระบายยิ้มอย่างใจกว้าง ราวกับมีความเปลี่ยนแปลงไป นางไม่มีท่าทีเขินอายเหมือนแต่ก่อนอีก
ในตอนนี้เอง มีเสียงหนึ่งดังมาจากนอกห้อง
“โอ๊ะ พี่เขย เมื่อคืนท่านนอนที่นี่หรือ?”
เล่าเจี้ยงได้ยินเสียงนี้ ก็ปวดหัวขึ้นทันใด ยัยปีศาจน้อยนี่อยู่มันเสียทุกที่จริง ๆ!
ตามคาด ซัวหลิงเดินเข้ามาในห้อง
“น้องหลิงเอ๋อร์! เอ่อข้า…”
เล่าเจี้ยงกำลังจะอธิบายเรื่องทั้งหมด แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกยัยตัวเล็กขัดเสียก่อน
“ไม่ต้องอธิบาย! อธิบายคือการปกปิด และหากปกปิดก็ย่อมเป็นความจริง!”
เขามองซัวหลิงอย่างตกใจ เรื่องพวกนี้ใครสอนนางกัน! ราชวงศ์ฮั่นมีคำพูดพวกนี้แล้วหรือ?
“บ้า พูดอะไรไร้สาระอีกแล้ว”
ซัวเอี๋ยมไม่อยากให้ซัวหลิงพูดอะไรไร้สาระอยู่ที่นี่ จึงบิดหูซัวหลิงทันที
“อ๊ะ! พี่หญิง! ท่านลืมแล้วหรือว่าเมื่อวานข้าช่วยท่านอย่างไร? เหตุใดท่านถึงได้ลืมบุญคุณคนเช่นนี้! หรือเป็นเพราะพวกท่านนอนด้วยกันแค่คืนเดียว”
เดิมซัวเอี๋ยมนิ่งสงบ แต่ถูกน้องสาวกล่าวเช่นนี้ก็เริ่มหน้าแดง เลยยิ่งดึงหูซัวหลิงแรงมากขึ้น
“จริง ๆ เลย ยังกล้าพูดบ้า ๆ อยู่อีก!”
เล่าเจี้ยงถือโอกาสตอนสองพี่น้องทะเลาะกัน เดินไปอยู่ข้างประตูเตรียมจะออกไปก่อน
“พี่เขย! พี่เขย! ท่านจะมองพี่สาวข้ารังแกข้าอยู่อย่างนี้หรือ!”
คาดไม่ถึงเลยว่าทุกการเคลื่อนไหวล้วนอยู่ในสายตาซัวหลิงทั้งหมด ด้วยนางเอาแต่จับตามองเขาอยู่ตลอด
“เอ่อ ความสัมพันธ์พี่น้องของพวกเจ้า ข้าขออยู่วงนอกดีกว่า”
เล่าเจี้ยงไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยัยปีศาจน้อยนี้ อยากรีบหนีไปให้เร็วที่สุด
น่าเสียดายนักที่พึ่งก้าวไปได้ขาเดียว ก็รู้สึกเหมือนถูกคนดึงเอาไว้
“หลิงเอ๋อร์ จวนแม่ทัพหลังของข้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการ ไว้ครั้งหน้าข้าจะมาเที่ยวเล่นกับเจ้าใหม่”
ไม่ง่ายเลยที่ซัวหลิงจะหลุดจากซัวเอี๋ยม ตอนนี้จับเล่าเจี้ยงไว้ได้แล้ว จะปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้อย่างไร!
“พี่เขย ข้อเสนอของข้าเมื่อวานเป็นอย่างไร! ท่านตกลงไหม?”
ตกลง! ข้าอยากตกลง ข้าอยากตกลงมาก!
แต่ข้ากลัวน่ะสิ กลัวพี่สาวเจ้าจะฆ่าข้าเสียก่อน!
แค่นึกถึงสองพี่น้องคู่นี้แต่งกับตัวเอง เล่าเจี้ยงอดเลือดลมสูบฉีดไม่ได้