พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 169 ผลกระทบของการรบพ่าย
บทที่ 169 ผลกระทบของการรบพ่าย
พระราชวัง ณ ห้องทรงอักษรของพระเจ้าเลนเต้
“ฝ่าบาททรงเรียกกระหม่อมด้วยเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ฮ่องเต้เห็นเล่าเจี้ยงที่อยู่ข้าง ๆ โทสะในใจก็บรรเทาลงไป
“แม่ทัพเล่า เห็นทีการแต่งงานของเจ้ากับองค์หญิงว่านเหนียนจะถูกเลื่อนออกไปก่อน”
เมื่อเล่าเจี้ยงได้ยินเช่นนี้ ใจเขาก็เต้นแรง พลางมองพระเจ้าเลนเต้ด้วยสีหน้าฉงน
“ฝ่าบาท ทรงหมายความว่าอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“การพ่ายแพ้ของฮองฮูสงทำให้แผนของเรายุ่งเหยิง! สุสานหลวงมีความสำคัญอย่างมาก จะเสียไปไม่ได้เด็ดขาด! ทำได้แค่ให้เจ้าเร่งเดินทางไปซีเป่ยล่วงหน้าก่อน!”
เล่าเจี้ยงตื่นตระหนก เขาไม่คิดเลยว่าการพ่ายแพ้ของฮองฮูสงจะส่งผลกระทบอย่างมาก
“ฝ่าบาท การฝึกซ้อมทหารก็…”
พระเจ้าเลนเต้พยักหน้า เขาจะมีใจที่ไหนไปสนใจการฝึกซ้อมทหารอีก!
“การฝึกซ้อมทหารนี้ยกเลิกไปก่อน! ข้ารู้ว่าเจ้าจะแต่งงานกับอนุในวันมะรืนนี้ เราก็ไม่อยากทำให้เจ้าลำบาก”
“เอาแบบนี้แล้วกัน เราให้เวลาเจ้าอีกสองสามวัน อย่างช้าสุดสิบวันเจ้าต้องจัดเตรียมทัพให้พร้อม และรีบออกเดินทางไปยังสนามรบซีเป่ย!”
พริบตาเดียวความกดดันก็ส่งต่อมาถึงเล่าเจี้ยง ทหารใต้บังคับบัญชาของตนยังพยายามรับมือกับการฝึกซ้อมทหารนี้อย่างเต็มที่อยู่เลย ไม่คิดเลยว่าจะต้องเร่งเดินทางไปรบแล้ว!
เมื่อเห็นแม่ทัพหลังนิ่งเงียบอยู่ข้าง ๆ พระเจ้าเลนเต้ดูกังวลอย่างชัดเจน
“ทำไม เจ้ามีปัญหาหรือ?”
เล่าเจี้ยงได้สติกลับมา ก่อนกุมมือคำนับ
“ฝ่าบาทโปรดวางใจ ต่อให้มีความยากลำบาก กระหม่อมก็จะเอาชนะมันให้ได้!”
“ดี สมแล้วที่เป็นราชบุตรเขยเรา!”
พระเจ้าเลนเต้ชอบท่าทางที่ไม่หวั่นกลัวอันตรายและท่าทางกระตือรือร้นของอีกฝ่ายนัก
“หากเจ้าต้องการอะไร ขอมาได้เต็มที่ หากให้ได้ก็จะให้”
เล่าเจี้ยงไม่สนใจว่าครั้งนี้พระเจ้าเลนเต้แค่เอ่ยสุภาพกับตัวเองหรือใจกว้างจริง ๆ กันแน่ จึงเอ่ยออกมา
“ฝ่าบาท การออกรบหนนี้ สามารถจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ครบครันให้จะได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
เขารู้จักนิสัยของฝ่าบาท ขอเพียงไม่ขอเงินเขา น่าจะไม่ถูกปฏิเสธ
หากไม่มีอะไรนอกเหนือจากที่เล่าเจี้ยงคาดการณ์ไว้ พระเจ้าเลนเต้น่าจะตอบตกลงทันที
“เราจะถ่ายทอดพระราชโองการไปให้โฮจิ๋น ให้เขาสนับสนุนการเดินทางไปซีเป่ยของเจ้าอย่างเต็มที่”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท กระหม่อมจะกุมชัยชนะกลับมาแน่!”
หลังจากแยกตัวออกมาจากพระราชวัง เล่าเจี้ยงไม่รอช้าแล้วตรงกลับจวนแม่ทัพหลังทันที และเรียกลูกน้องใต้บัญชาทุกคนมารวมตัวกัน
ในห้องโถงใหญ่ กุนซือกาเซี่ยงและซุนฮิว รวมถึงขุนพลทั้งสี่ ฮองตง ไทสูจู้ เตียนอุย และจูล่งมารวมตัวกันพร้อมแล้ว
“ทุกท่าน ตามรายงานด่วนจากเมืองเตียงอัน ฮองฮูสงรบพ่ายกลุ่มกบฏ สูญเสียกองกำลังและขุนพล ตอนนี้ถูกล้อมอยู่ในเมืองเหมยหยาง บัดนี้ฝ่าบาทได้ปลดเขาออกจากตำแหน่งแม่ทัพทหารม้าเกราะหนักซ้ายแล้ว”
“ฝ่าบาททรงกังวลจะสูญเสียสุสานหลวงไป จึงแต่งตั้งเตียวอุ๋นเป็นแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก รวมถึงผู้บัญชาการคนอื่น ๆ กรีธาทัพปราบกบฏเลียงจิ๋ว และพวกเราต้องเร่งเดินทางไปซีเป่ยในอีกหกวัน!”
ทุกคนต่างตกใจ ไม่คิดเลยว่าจะได้เดินทางไปออกรบที่ซีเป่ยก่อนเวลาถึงหนึ่งเดือนเต็ม!
“นายท่าน เช่นนั้นการฝึกซ้อมทหารถูกยกเลิกไปแล้วใช่หรือไม่?”
เล่าเจี้ยงมองไปที่ฮองตง และพยักหน้า “สถานการณ์เร่งด่วน ฝ่าบาทมิอาจรอถึงการฝึกซ้อมทหารได้แล้ว”
เมื่อเห็นทุกคนต้องการถามอีก แม่ทัพหลังจึงรีบหยุดลูกน้อง
“ทุกท่าน อย่าถามอะไรมากเลย พวกเจ้ารีบไปจัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่ค่ายทหาร ฝ่าบาทตรัสว่าคราวนี้โฮจิ๋นจะสนับสนุนด้านยุทโธปกรณ์ให้เราอย่างเต็มที่ พวกเจ้าต้องเลือกดี ๆ ไม่ต้องออมมือ!”
ทุกคนต่างเผยสีหน้าปีติยินดี เมื่อมียุทโธปกรณ์ดี ประสิทธิภาพในการรบย่อมเพิ่มขึ้นทวีคูณ!
“จูล่ง เจ้ารีบส่งคนติดต่อเว่ยจี้ แจ้งสถานการณ์ของเราให้เขาทราบ ไม่ว่าพวกเขามีม้าศึกกี่ตัว ต้องให้เขาส่งมาให้เราในวันที่เก้า!”
“ข้าน้อยรับคำสั่ง!”
จูล่งกุมมือรับคำสั่ง ต่อให้เล่าเจี้ยงไม่บอก เขาก็จะขอคำสั่งนี้เอง
“กุนซือทั้งสองเชิญอยู่ต่อก่อน ที่เหลือรีบไปเตรียมตัวให้พร้อม!”
พวกฮองตงสี่คนกุมมือลา ภายในห้องเหลือเพียงกาเซี่ยงกับซุนฮิว
“นายท่านรู้ไหมว่าฮองฮูสงพ่ายได้อย่างไร?”
ซุนฮิวประหลาดใจกับการพ่ายแพ้ของแม่ทัพฮองมาก ฮองฮูสงมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน จะพ่ายกลุ่มกบฏอย่างง่ายดายได้อย่างไร?
“เฮ้อ… ฮองฮูสงรีบร้อน อยากใช้โอกาสในตอนที่กลุ่มกบฏซีเหลียงยังไม่มั่นคงเข้าบุกโจมตีกะทันหัน ผลลัพธ์เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ กลุ่มกบฏซีเหลียงพ่ายจนหนีไปด้วยความตื่นตระหนก! แต่ใครเล่าจะรู้ว่ากองทัพซีเหลียงแกล้งพ่าย และได้ดักซุ่มโจมตีอยู่ครึ่งทาง! ฮองฮูสงต้องการตัดสินใจทำศึกในคราเดียว แต่น่าเสียดายถูกกองทัพซีเหลียงโจมตีขนาบทั้งสองด้าน ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายหนัก!”
“เหตุใดเป็นอย่างนี้ไปได้? เขาไม่ควรประมาทเช่นนี้”
ซุนฮิวไม่เข้าใจการพ่ายแพ้ของฮองฮูสง ในใจของเขา แม่ทัพฮองเป็นคนเข้มงวดสุขุมมาก จะตกหลุมพรางศัตรูได้อย่างไร?
เล่าเจี้ยงเองก็ส่ายหน้า เขาไม่คิดเหมือนกันว่าฮองฮูสงจะพ่าย แถมยังพ่ายแพ้อย่างหมดท่าด้วย
“เปียนจางกับซุนฮิวนั่นเดินทางไกลมายังกวนจง ต้องอยู่ได้ไม่นานแน่ ตราบใดที่ยังยืนหยัดต่อไป ไม่นาน เสบียงทัพศัตรูย่อมหมดลงแน่”
“หลักการง่ายๆ เช่นนี้ ฮองฮูสงจะไม่รู้หรือ? จะต้องสู้จนตายกันไปข้างหนึ่งตั้งแต่แรกเริ่มเลยหรือไร?”
ในระหว่างที่เล่าเจี้ยงและซุนฮิวสองคนไม่เข้าใจความประมาทของฮองฮูสง กาเซี่ยงกลับแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้า
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“เหวินเหอหัวเราะทำไมหรือ?”
กาเซี่ยงไม่ตอบคำถามของซุนฮิว ยังคงขบขันต่อไปไม่หยุด
“นายท่าน ฮองฮูสงยกทัพออกรบด้วยโทสะ เขาจะไม่พ่ายได้อย่างไร?”
“ซุนวูกล่าวว่า ‘รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งก็ไม่เป็นอันตราย รู้แต่เขากลับไม่รู้ตน ต้องผลัดกันแพ้ชนะ ไม่รู้ทั้งศัตรู ไม่รู้ทั้งตนเอง รบไปก็มีแต่พ่าย’”
“ฮองฮูสงผู้นั้นไม่เข้าใจสถานการณ์ของกองทัพซีเหลียงเลย และรีบร้อนเข้าปะทะ หากชนะสิถึงจะไม่สมเหตุสมผล!”
เล่าเจี้ยงลูบคางเบา ๆ ในหัวก็ครุ่นคิดสิ่งที่กาเซี่ยงพูด
“เหวินเหอ เหตุใดฮองฮูสงถึงยกกองออกรบด้วยโทสะ เขาจะไปเกรี้ยวกราดสิ่งใดได้”
“ย่อมเป็นนายท่าน”
กาเซี่ยงยิ้มบาง และชี้ไปที่เล่าเจี้ยง
“ข้ารึ… ข้าไม่เคยล่วงเกินเขาเลยนะ!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายท่าน ตั้งแต่กบฏโพกผ้าเหลือง ผู้คนในใต้หล้ารู้เพียงว่าแม่ทัพหลังเล่าเจี้ยงกวาดล้างกลุ่มโพกผ้าหัวเหลืองด้วยตัวคนเดียว ใครจะยังจำสามวีรบุรุษแห่งราชวงศ์ฮั่นได้บ้าง”
“ฮองฮูสงย่อมไม่ยินยอม ทว่ามีขันทีกดดันจึงเลือกที่จะเสี่ยง หวังปราบกลุ่มกบฏในคราวเดียว!”
ซุนฮินได้ยินคำพูดของกาเซี่ยง ก็เข้าใจทันที
“เช่นนี้นี่เอง มิน่าเล่าฮองฮูสงถึงใช้ทหารแบบนี้ ตั้งแต่โบราณมา ผู้ที่เร่งประสบความสำเร็จ ไม่เคยมีจุดจบที่ดีเลย!”
เล่าเจี้ยงยกนิ้วให้กับกาเซี่ยง เขาได้เปิดหูเปิดตากับทักษะการมองความนึกคิดผู้คนได้เฉียบขาดของกุนซือปีศาจอีกครั้ง
แม่ทัพหลังยอมรับ การวิเคราะห์และมองคนของกาเซี่ยงนั้นทะลุปรุโปร่งยิ่ง บางทีทั้งราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย คงไม่มีใครสามารถมองทะลุจิตใจผู้คนได้ดีไปกว่าเขาแล้ว!
“ฮองฮูสงกลายเป็นตั๊กแตนหลังฤดูใบไม้ร่วงไปแล้ว กระโดดโลดเต้นได้ไม่กี่วันก็ถึงคราวตาย ฝ่าบาทมีพระบัญชาสั่งปลดและถอดยศเขาแล้ว!”
“ตอนนี้ข้าอยากปรึกษากับกุนซือทั้งสองหน่อย พวกเจ้าสองคน ใครจะเดินทางไปซีเป่ยร่วมกับข้า?”
กาเซี่ยงกับซุนฮิวมองหน้ากัน ไม่มีใครเอ่ยก่อน
ใครจะไปซีเป่ย? เป็นเรื่องที่ยากลำบากจริง ๆ ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างผลงาน!
เล่าเจี้ยงเองก็ลำบากใจ กลัวว่าพาคนหนึ่งไป อีกคนจะคิดมาก ทว่าก็พาไปด้วยทั้งหมดมิได้ จวนแม่ทัพใหญ่ในลกเอี๋ยงยังต้องดำเนินต่อไป จะไม่มีคนบัญชาการไม่ได้
ความจริงแม่ทัพหลังเอนเอียงไปทางซุนฮิวมากกว่า ถึงอย่างไรจุดแข็งของบัณฑิตไร้ชื่อผู้นี้คือวางแผนเดินทัพออกรบ เขามักจะจับจุดบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และโจมตีปิดศึกได้ ผู้แนะนำให้แม่ทัพเล่ารบถ่วงเวลากับโจรโพกผ้าเหลืองจนได้ชัยก็คือซุนฮิว
ทว่ากาเซี่ยงก็ใช้ได้ เขาเป็นคนแคว้นเลียงจิ๋ว ต้องวิเคราะห์สถานการณ์ในเลียงจิ๋วได้อย่างแม่นยำมากขึ้นแน่ ทั้งยังมาจากชายแดน ย่อมรู้จักพวกชนเผ่าดีกว่า และแผนการร้ายต่าง ๆ ก็อย่าได้หวังจะรอดพ้นสายตากุนซือปีศาจไปได้เลย!
เมื่อต้องใช้คนทีไร แม่ทัพหลังกลับชังที่ตัวเองมีลูกน้องน้อยนัก! เล่าเจี้ยงอดรู้สึกว่าตนยังขาดกุนซือไม่ได้
อยากได้อีก…
“เหวินเหอตามนายท่านไปเถิด!”
“กงต๋า เจ้านั่นแหละไป!”
ในระหว่างที่เล่าเจี้ยงลำบากใจ ทั้งสองก็โพล่งแนะนำให้อีกฝ่ายไปร่วมเดินทัพ