พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 180 ถูกสังหารติดต่อกัน
บทที่ 180 ถูกสังหารติดต่อกัน
ตามคาด หลังจากเตียวอุ๋นได้ยินเช่นนี้ ก็โล่งใจขึ้นมาก แม้แต่ดวงตายังเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ
“อีกเดี๋ยวเราบุกตะลุยโจมตีข้าศึก คงต้องพึ่งแม่ทัพตี่ด้วยแล้ว!”
“ข้าน้อยจะไม่ทำให้ผิดหวัง!”
ตี่หยางเผยสีหน้าปีติยินดี และกุมมือรับคำสั่งทันใด
ครืน…
เบื้องหน้ามีเสียงดังมาไม่ขาดสาย ประหนึ่งฟ้าคำรามก็ไม่ปาน
ไม่นาน ควันฝุ่นฟุ้งตลบ ทหารม้านับไม่ถ้วนปรากฏสู่สายตา
มาแล้ว…
เตียวอุ๋นแอบกรีดร้อง เขารู้ว่ากลุ่มกบฏต้องมาแล้วแน่ และอีกเดี๋ยวการต่อสู้ก็จะเริ่มต้นขึ้น!
ในตอนนั้นเอง ม้าของเตียวอุ๋นดีดตัวขึ้นมา แล้วส่ายไปมาไม่หยุด ไม่ว่าจะดุอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
“หยุด… หยุด!”
เตียวอุ๋นดึงสายบังเหียนไม่หยุด เพียงแต่ม้าเขากลับดีดมากขึ้น
แย่แล้ว กองทัพศัตรูมาถึงตรงหน้าแล้ว!
เตียวอุ๋นมองกองทัพซีเหลียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เขาร้อนลนจนเหงื่อผุดเต็มกรอบใบหน้า
ในช่วงเวลาวิกฤตนั้น เตียวอุ๋นรู้สึกว่ามีร่างหนึ่งแวบมาอยู่ตรงหน้า และกุมสายบังเหียนไว้
“หยุด!”
หลังจากเสียงคำราม ม้าศึกก็ค่อย ๆ สงบลง
เตียวอุ๋นหอบหายใจไม่หยุด พลางมองคนที่มาช่วย
“ขะ… ขอบคุณ ขะ… ขุนพลอาสาซุนมาก!”
เป็นซุนเกี๋ยนนี่เองที่ลุกออกมาช่วยในช่วงเวลาวิกฤต
“แม่ทัพเตียวไม่ต้องเกรงใจ มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”
ซุนเกี๋ยนไม่เคยเอาความดีความชอบเข้าตัวเอง จึงกุมมือปฏิเสธการขอบคุณ
“ดี… ซุน…”
ในตอนที่เตียวอุ๋นจะเอ่ยขอบคุณ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังขึ้นมาจากไม่ไกลนัก
“ไอหยา! เกิดอะไรขึ้น หรือผู้บัญชาการขี่ม้าไม่เป็น?”
“พี่น้องทั้งหลาย เห็นหรือยัง? คู่ต่อสู้ของเราแม้แต่ม้าก็ยังขี่ไม่เป็น! ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
เมื่อทหารของกองทัพซีเหลียงได้ยินคำพูดของผู้บัญชาการ ก็พากันหัวเราะลั่นสนาม!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“ตลกชะมัด!”
“กลับบ้านไปอุ้มลูกดีกว่า!”
เตียวอุ๋นไหนเลยจะเคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ จึงหน้าแดงก่ำทันทีด้วยความโกรธ
“ไอ้กบฏ เจ้าเป็นใคร? กล้าดีเยี่ยงไรมาดูถูกข้า!”
แม้เตียวอุ๋นจะตำหนิอย่างรุนแรง กระนั้นน้ำเสียงยังสั่นเครือเล็กน้อย อานุภาพของกองทัพซีเหลียงนั้นแข็งแกร่งเกินไป
เบื้องหน้าคือทหารม้าเรียงกันไกลสุดลูกหูลูกตาไม่รู้ว่ามีจำนวนกี่คน แสนยานุภาพที่เห็นเบื้องหน้านี้น่าตกใจจริง ๆ!
“ฮ่า ๆ ๆ ฟังนะ! ข้าผู้นี้คือเป่ยกงปั่วอวี้!”
คล้ายกับเป่ยกงปั่วอวี้สังเกตเห็นความกลัวของเตียวอุ๋น จึงยกดาบใหญ่ในมือขึ้นประกาศศักดา ไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
“ไอ้กบฏอย่าได้เหิมเกริมนัก วันนี้แหละ ข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”
ความโกรธของเตียวอุ๋นได้กลบความกลัวไปจนสิ้น เขาชี้หน้าด่าเป่ยกงปั่วอวี้อย่างไม่มีหวั่นเกรงใด ๆ
ตอนแรกถูกเป่ยกงปั่วอวี้เยาะเย้ย จากนั้นก็ถูกเหยียดหยามด้วยวาจา เตียวอุ๋นเป็นบัณฑิตไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนเลย
“ไยแม่ทัพเตียวต้องโกรธปานนี้ด้วย?”
คนผู้หนึ่งออกมาจากทัพกบฏ พลางหัวเราะเยาะ
“เจ้าคือใครอีก?”
เมื่อเตียวอุ๋นเห็นผู้พูดถูกรายล้อมไปด้วยฝูงชนกลุ่มกบฏ ก็รู้อยู่ในใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
“ข้าน้อยเปียนจาง คารวะแม่ทัพเตียว”
เป็นเปียนจางจริง ๆ!
รูม่านตาเตียวอุ๋นหดลง พลางอดหรี่ตาตะโกนตำหนิเสียงดังไม่ได้
“เปียนจาง เดิมทีเจ้าเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการแคว้นเลียงจิ๋วของราชสำนัก เหตุใดถึงทรยศต่อราชสำนักและก่อความวุ่นวายขึ้นมา?”
เปียนจางส่ายหัวปฏิเสธ
“แม่ทัพเตียวเข้าใจผิดหรือเปล่า? ข้าเปียนจางระดมพลทหาร ลงโทษคนชั่วเพื่อช่วยราชวงศ์ฮั่นและจัดระเบียบราชสำนักใหม่! ไฉนจึงกลายเป็นทรยศราชสำนักไปเสียได้?”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
เตียวอุ๋นเคยเห็นคนไร้ยางอาย ทว่าไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน จนแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้าทันใด
“เจ้าไอ้คนกบฏช่างกล่าววาจาเรื่อยเปื่อยจริง ๆ! เจ้าเป่ยกงปั่วอวี้นั่นเผาทำลาย เข่นฆ่า และปล้นสะดมไปทั่วทุกที่ เจ้ายังกล้าพูดว่าเป็นกองทัพผู้ชอบธรรมอีกหรือ!”
เปียนจางเองก็หัวเราะขึ้นมา ก่อนหันไปทางเป่ยกงปั่วอวี้
“แม่ทัพเป่ยกง เจ้ามาบอกแม่ทัพเตียวสิว่าพวกเราระดมพลขึ้นมาเพื่อเหตุใด?”
“แน่นอนว่ากำจัดขันที ฆ่าล้างพวกขุนนางชั่ว!”
เป่ยกงปั่วอวี้คำรามออกมา ในวาจาเต็มไปด้วยความชอบธรรม
เปียนจางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พลางมองเตียวอุ๋นด้วยรอยยิ้ม
“แม่ทัพเตียว เจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม? พวกเราระดมพลเพื่อประชาชนในใต้หล้า! ท่านแม่ทัพรู้ซึ้งในสัจจธรรม ไยต้องขวางด้วย?”
เตียวอุ๋นมองเปียนจางอย่างไม่อยากจะเชื่อ ไม่คิดเลยว่าชายคนนี้จะกลับดำเป็นขาวอยู่ต่อหน้าขบวนทัพ ยุให้รำ ตำให้รั่ว! และไร้ยางอายขนาดนี้
“แม่ทัพเตียวเป็นวีรบุรุษเช่นนี้ ไยไม่เข้าร่วมกับเราเล่า? พวกเราฆ่าขุนนางชั่วด้วยกัน ช่วยเหลือฝ่าบาท ไม่ดีหรอกหรือ!”
เปียนจางเห็นเตียวอุ๋นพูดไม่ออก ก็เริ่มชักชวนเตียวอุ๋นให้ยอมจำนน!
เตียวอุ๋นรู้ว่าตนมิอาจนิ่งเงียบอีกต่อไปได้ จึงชี้หน้าด่าเปียนจาง
“ไอ้กบฏ อย่าพูดจาไร้สาระนักเลย! ตระกูลเตียวข้ากินเงินเดือนราชวงศ์ฮั่นมาอย่างยาวนาน เป็นขุนนางฮั่นมาตลอดชีวิต จะเข้าร่วมกลุ่มกบฏที่นำหายนะมาสู่บ้านเมืองแลประชาชนของเจ้าได้อย่างไร”
“ใครจะร่วมเอาชีวิตไอ้กบฏผู้นี้กับข้าบ้าง”
สิ้นเสียงเตียวอุ๋น ก็มีขุนพลคนหนึ่งพุ่งออกมาจากขบวนทันที ในมือถือหอก ขี่ม้าพุ่งตรงไปหาเปียนจาง
“คนผู้นี้คือใคร?”
เตียวอุ๋นรู้สึกยินดีอย่างมาก พลางถามซ้ายขวาทันใด
โจวเซิ่นรีบก้าวออกมาจากแถว และแนะนำขุนพลของตัวเองด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ
“นี่คือขุนพลไป๋เจียง ขุนพลของข้า เขามีความกล้าหาญเหนือผู้คน! ต้องสังหารสำเร็จแน่!”
เตียวอุ๋นเห็นโจวเซิ่นมั่นใจมากเช่นนี้ ก็ดีใจ และพยักหน้ายิ้มให้โจวเซิ่น
“ดี! หากแม่ทัพไป๋ทำสำเร็จครั้งนี้ แม่ทัพโจวก็จะได้ความดีความชอบไปด้วย!”
สิ้นเสียเตียวอุ๋น เสียงกลัดกลุ้มของซุนเกี๋ยนก็ดังเข้ามาในหูเขา
“แม่ทัพเตียว ไป๋เจียงถูกสังหารแล้ว…”
“อะไรน่ะ!”
เตียวอุ๋นรีบมองไปยังสนามรบ เห็นศพหนึ่งกองอยู่บนพื้น หัวหายไปตรงไหนแล้วก็ไม่รู้
“ฮ่าฮ่าฮ่า วรยุทธ์แค่นี้ยังกล้ามาสังหารข้า! น่าขัน น่าขันนัก!”
จู่ ๆ เตียวอุ๋นก็รู้สึกอับอาย และอดถลึงตาจ้องโจวเซิ่นไม่ได้
“ใครกล้าออกไป! ข้าจะตกรางวัลให้อย่างงาม!”
“ข้าไป!”
มีคนโผ่ลมาจากด้านข้างอีกคน ในมือถือทวนยาว พุ่งเข้าหาแม่ทัพศัตรู
เตียวอุ๋นรีบถาม “ขุนพลผู้นี้เป็นใคร?”
“ท่านแม่ทัพ ผู้นี้คือโจวอิ้น ลูกน้องใต้บังคับบัญชาขุนพลเพียนจวิน!”*[1]
เตียวอุ๋นจับจ้องสนามรบตลอด เขาหวังว่าโจวอิ้นจะทำสำเร็จ สามารถสังหารศัตรูเพิ่มขวัญกำลังใจได้!
น่าเสียดายที่เตียวอุ๋นต้องผิดหวังอีกครั้ง
โจวอิ้นปะทะกับศัตรูไม่ถึงสิบกระบวนท่า ก็ถูกคู่ต่อสู้ยกดาบฟาดฟัน จนตกจากหลังม้า
“ฮ่าฮ่าฮ่า เตียวอุ๋น แม้แต่ทหารตัวเล็ก ๆ ในมือข้าเจ้ายังสู้ไม่ได้ อย่าฝันว่าจะสังหารข้าได้เลย! ข้าว่าเจ้าคงเบื่อมีชีวิตอยู่แล้ว!”
เมื่อเป่ยกงปั่วอวี้เห็นทหารตัวเล็ก ๆ ของตนสังหารไปสองคนติด ก็ยิ่งไม่เห็นเตียวอุ๋นอยู่ในสายตา พลางกล่าววาจาสบประมาทเหยียดหยาม
“หา!”
ทหารถูกสังหารไปสองคนติด ๆ ทำให้เกิดความโกลาหลในหมู่กองทัพทางการ พลันขวัญกำลังใจลดฮวบลงในพริบตาเดียว
ทุกการเคลื่อนไหวในสนามรบ ตกอยู่ในสายตาคน ๆ หนึ่ง
เล่าเจี้ยงพาเตียนอุยกับทหารองครักษ์อีกร้อยคน ยืนอยู่บนที่สูง หรือก็คือเนินน้อยแห่งเดียวที่อยู่ในสนามรบ
“นายท่าน เจ้าพวกที่เตียวอุ๋นส่งไปมีความสามารถอะไรกัน? มันไม่เป็นการทำให้ตัวเองลำบากหรอกหรือ!”
“หึหึหึหึ”
เล่าเจี้ยงไม่ตอบกลับ แค่หัวเราะออกมาเบา ๆ
[1] ขุนพลเพียนจวิน คือขุนพลที่รับผิดชอบงานพิเศษบางอย่าง เช่น การปกปิด การจู่โจม การสังหารขุนพล เป็นต้น