พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 184 กองทัพซีเหลียงกำลังรออะไร
บทที่ 184 กองทัพซีเหลียงกำลังรออะไร
บทที่ 184 กองทัพซีเหลียงกำลังรออะไร?
การเคลื่อนไหวของกองทัพซีเหลียงตกอยู่ในสายตาเตียวอุ๋นทั้งหมด แม้จะไม่เข้าใจเรื่องการทหาร กระนั้นกองทัพซีเหลียงเตรียมจะหลบหนีแน่นอน เขาดูออก!
หลบหนี ก็หมายความว่าอีกฝ่ายพ่ายแพ้ กองทัพทางการได้รับชัยชนะภายใต้การนำของตัวเอง!
“ทหารทั้งหลาย กองทัพศัตรูไม่ไหวแล้ว เร่งตามไป อย่าให้ศัตรูหนีไปได้!”
“เร็ว! ทหารทั้งหลาย ก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ วิธีสร้างผลงานอยู่ตรงหน้านี้แล้ว!”
เตียวอุ๋นตะเบ็งจนสุดปอด ความตื่นเต้นเผยออกมาผ่านน้ำเสียงแปร่งแตก
เมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากผู้นำ กองทัพทางการยิ่งระเบิดพลัง ร่างกายที่เดิมอ่อนล้าราวกับได้เติมพลังจนเติมขึ้นใหม่อีกครั้ง
แค่พริบตาเดียวกองทหารซีเหลียงหลายร้อยคนถูกสังหาร ทำให้ขุนพลทหารม้าแห่งชนเผ่าเชียงหูกระอักเลือดในใจไม่หยุด
“เร็ว! รีบถอยเร็ว ไม่ต้องเข้าปะทะกับกองทัพทางการแล้ว!”
ในที่สุดกองทัพซีเหลียงก็ถอยทัพไปไกลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์นี้ พวกเขาทิ้งทหารม้ามากกว่าหนึ่งพันคน
เตียวอุ๋นจะละทิ้งโอกาสอันยิ่งใหญ่นี้ไปได้อย่างไร ควบตะบึงไล่ตามไปเป็นคนแรก
“แม่ทัพเตียว! อย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง!”
ไม่ว่าซุนเกี๋ยนจะตะโกนจากด้านหลังอย่างไร เตียวอุ๋นก็ไม่ตอบ เอาแต่หน้ามืดไล่ตามไป
“เฮ้อ! เร็วเข้า รีบรุกทัพไปข้างหน้า อย่าให้แม่ทัพเตียวเป็นอะไรไปได้!”
อารมณ์ของซุนเกี๋ยนย่ำแย่มาก สัญชาตญาณหลายปีในสนามรบบอกว่าฝ่ายตัวเองต้องตกอยู่ในวิกฤติหนักแน่!
แต่ว่า เตียวอุ๋นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสามเหล่าทัพ จะให้เกิดอะไรขึ้นกับเขาไม่ได้เด็ดขาด!
รู้ทั้งรู้ว่าเบื้องหน้าคือถ้ำเสือรังหมาป่า แต่เขาก็ยังจะต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง!
ความรู้สึกมิอาจทำตามใจตัวเองได้นี้ ทำให้ซุนเกี๋ยนรู้ซึ้งถึงความจำใจของการเป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชา
และเป็นเพราะความรู้สึกครั้งนี้เอง ถึงทำให้เขาเกิดความคิดห้ามด้อยกว่าผู้อื่น และแสวงหาความเป็นใหญ่ในภายภาคหน้า
เตียวอุ๋นไม่ได้ยินเสียงเรียกของซุนเกี๋ยนหรือ?
ไม่ใช่! ซุนเกี๋ยนตะเบ็งเสียงขนาดนั้น เขาจะไม่ได้ยินได้อย่างไร?
ตอนนี้เตียวอุ๋นถูกผลการรบตรงหน้าบังตาและสติไปแล้ว ยิ่งห้ามปรามเขาก็ยิ่งมุ่งมั่นมากขึ้น
อีกนิดเดียว อีกนิดก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วใต้หล้าแล้ว…
ไม่นาน เตียวอุ๋นก็ไล่ตามทหารม้าที่อยู่ข้างหน้าทัน แต่ก็มีข้อสงสัยตามมาด้วย
ทหารม้าได้หยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว และไม่มีท่าทีจะเข้าปะทะแต่อย่างใด
“ใครบอกให้พวกเจ้าหยุด? เหตุใดไม่ไล่ตามไป!”
เตียวอุ๋นตำหนิไปพลาง มุ่งตรงไปข้างหน้าไปพลาง เขาอยากเห็นจริง ๆ ใครมันกล้าสั่งให้หยุดตาม!
“มันเป็นใคร ใครช่างกล้านักปล่อยศัตรูให้หนีไป!”
แต่ทหารที่อยู่รอบ ๆ มองเขาด้วยสีหน้าใสซื่อ ไม่มีใครตอบคำถามเขา
“แม่ทัพเตียว ไม่มีใครออกคำสั่ง ท่านมาดูเองเถิด”
ในเวลานี้เองเสียงของตั๋งโต๊ะก็ดังมาจากด้านหน้า ทว่าในวาจาแฝงไปด้วยควาหยอกล้ออยู่มาก
“ตั๋งโต๊ะ! เจ้ากล้านัก ริอ่าน…”
“หืม?!”
เตียวอุ๋นเดินมาอยู่เบื้องหน้ากองทัพ เขามั่นใจอยู่แล้วว่าตั๋งโต๊ะออกคำสั่งแน่นอน และกำลังจะดุอีกฝ่าย แต่ก็ตกใจกับภาพตรงหน้าเสียก่อน
เห็นกองทัพซีเหลียงเบื้องหน้าตั้งค่ายกลเสร็จแล้ว จากกระบวนทัพที่หละหลวม แปรเปลี่ยนเป็นกระบวนทัพเกล็ดปลาแทน!
กระบวนทัพเกล็ดปลา ความหมายก็ตามชื่อ ทหารม้าจัดเรียงขบวนเหมือนเกล็ดปลา!
เมื่อเทียบในแง่ด้านโจมตีกับกระบวนทัพรูปลิ่มและรูปหัวศรแล้ว กระบวนทัพรูปเกล็ดปลาไม่มีพลังโจมตีที่รุนแรงอะไรมากขนาดนั้น ทว่าพลังป้องกันนั้นแข็งแกร่งมาก เมื่อบุกจู่โจมทัพศัตรู นอกจากสามารถสร้างความเสียหายรุนแรงได้แล้ว ยังมีพลังป้องกันแข็งแกร่งตามข้อได้เปรียบของขบวนทัพด้วย!
“นี่… นี่… นี่!!”
เตียวอุ๋นสับสน ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดกองทัพซีเหลียงที่กำลังหลบหนีกันจ้าละหวั่นจะตั้งค่ายกลได้ ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงมาสกัดกั้นแนวหน้า!
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
เตียวอุ๋นคิดไม่ออก จึงได้แค่ขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพปราบเถื่อนที่รบกับชนเผ่ามานาน
“แม่ทัพเตียวยังมองไม่ออกหรือ?”
น้ำเสียงของตั๋งโต๊ะขุ่นเคืองมาก ถึงขนาดไม่ชายตาแลมองคนถามด้วยซ้ำ
เตียวอุ๋นถูกยั่วโมโหไม่น้อย เพียงแต่ตอนนี้สถานการณ์สุ่มเสี่ยงนัก เขาไม่สามารถเป็นฝ่ายระเบิดโทสะก่อนได้
ทันใดนั้น ซุนเกี๋ยนก็นำทหารราบมาถึง เตียวอุ๋นจึงเรียกเขามาอย่างรวดเร็ว
“เหวินไถ เจ้าดูเร็ว มันเกิดอะไรขึ้น?”
ซุนเกี๋ยนรีบไปด้านหน้า ภาพตรงหน้าทำให้เขานิ่งอึ้ง และอดเหงื่อออกหลังไม่ได้
“แม่ทัพเตียว พวกเราติดกับแล้ว”
“อะไรนะ ติดกับ! ติดกับตรงไหน!”
เห็นได้ชัดว่าเตียวอุ๋นตกใจไม่น้อย แม้แต่เสียงยังเปลี่ยนเป็นสูงปรี้ด
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!”
เมื่อตั๋งโต๊ะเห็นอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาเช่นนี้ ก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้
ซุนเกี๋ยนไม่สนใจปฏิกิริยาของแม่ทัพปราบเถื่อน แล้วรีบดึงเตียวอุ๋นมา
“แม่ทัพเตียว รีบหนีไป! ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันแล้ว!”
เตียวอุ๋นสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของซุนเกี๋ยน สีหน้ายังคงไม่อยากจะเชื่อ
“เราติดกับตรงไหนกันแน่! เหตุใดเราไม่โจมตีเข้าไป!”
“ตี่หยางเล่า? ขุนพลตี่อยู่ไหน? เขาอยู่ไหน!”
เตียวอุ๋นมองซ้ายแลขวา แต่น่าเสียดายไม่มีใครตอบคำถามเขา
“แม่ทัพเตียว จะจับตัวข้าผู้นี้มิใช่หรือ ไยไม่เข้ามาเล่า?”
ในระหว่างเตียวอุ๋นกระวนกระวายใจอยู่นั้นก็มีเสียงตะโกนดังมาแต่ไกล เขาทอดมองไป เป็นเปียนจางนั่นเอง!
“ไอ้กบฏ อย่าได้ใจนักเลย! เมื่อครู่ปล่อยเจ้าหลบหนีไป ไม่คิดเลยว่าเจ้ายังกล้าอยู่ที่นี่อีก!”
เปียนจางได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดเลยในสถานการณ์เช่นนี้ เตียวอุ๋นจะหยิ่งผยองเช่นนี้อยู่อีก
“แม่ทัพเตียวมีความกล้าเช่นนี้ ทำให้ตัวข้านั้นต้องมองใหม่จริง ๆ!”
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!”
เตียวอุ๋นแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้าก่อน จากนั้นสายตาที่มองเปียนจางเจือไปด้วยความภูมิใจเล็กน้อย
“เปียนจาง ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเคยเป็นขุนนางสำคัญในราชสำนัก หากเจ้าลงจากหลังม้าและยอมจำนนตอนนี้ ข้ารับรองว่าเจ้าจะไม่ตาย ว่าอย่างไร!”
สิ้นเสียงเตียวอุ๋น ขอไม่เอ่ยถึงปฏิกิริยาทางด้านกองทัพซีเหลียง พวกขุนพลกองทัพทางการต่างก็นิ่งอึ้ง!
แม่ทัพเตียวผู้นี้เป็นคนโง่หรือ ยังมองสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ออก?อีก
สรุปแล้วใครเป็นคนชี้เป็นชี้ตายกันแน่?
หลังจากนั้น ทางด้านกองทัพซีเหลียงก็เกิดเสียงระเบิดหัวเราะดังลั่น เป่ยกงปั่วอวี้ถึงกับก้มตัวหัวเราะ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“ทหารทั้งหลาย พวกเจ้าได้ยินไหม? เตียวอุ๋นผู้นี้เสียสติไปแล้ว!”
เตียวอุ๋นไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหัวเราะอะไร แต่เขารู้ว่าเกำลังหัวเราะเยาะตัวเองแน่
“ไอ้กบฏ เมื่อครู่หนีกันจ้าละหวั่น ตอนนี้กล้าอวดโอหังต่อหน้าขบวนทัพอีก!”
“ใครกล้าจับไอ้กบฏคนนี้กับข้าบ้าง!”
เตียวอุ๋นชี้เป่ยกงปั่วอวี้ด้วยความโกรธเกรี้ยว บอกให้ลูกน้องตัวเองก้าวออกไป อยากจะให้ประลองขุนพลอีกครั้ง
ทว่ารอบ ๆ เตียวอุ๋นกลับเงียบผิดปกติ ไม่มีใครตอบเขาเลย ปล่อยให้แม่ทัพเพิ่งหัดใส่เกราะค้างอยู่อย่างนั้น
“ทำไม! นอกจากขุนพลตี่แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าแล้วหรือ!”
น่าเสียดายไม่ว่าเตียวอุ๋นจะกระตุ้น โกรธเกรี้ยวอย่างไร ยังคงไม่มีใครตอบสนองเช่นเดิม ซึ่งยิ่งตอกย้ำข่าวลือแม่ทัพไร้ความสามารถของเตียวอุ๋นมากขึ้น!
ซุนเกี๋ยนดึงแขนเตียวอุ๋นเบา ๆ แต่กลับได้แววตาขุ่นเคืองกลับมาแทน
“ขุนพลอาสาซุน เจ้าทำอะไร!”
“แม่ทัพเตียว พวกเราถูกล้อมแล้ว”
ซุนเกี๋ยนระอาอย่างมาก ตอนนี้แค่หนีก็ยังยากแล้ว
เตียวอุ๋นเบิกตากว้าง ไม่เชื่อคำพูดของพยัคฆ์แห่งกังตั๋งเลย รีบกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
“หา! เราถูกล้อมแล้ว? เราถูกล้อมตรงไหน! เจ้าอย่ามาพูดมั่ว!”
ซุนเกี๋ยนสิ้นหวังสุดขีด เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดราชสำนักถึงส่งคนแบบนี้มาเป็นแม่ทัพ แถมยังลากตัวเองมาเป็นเป้าวิจารณ์ต่อหน้าธารกำนัลด้วย
“แม่ทัพเตียว ท่านลืมเรื่องของแม่ทัพฮองฮูสงก่อนหน้านี้แล้วหรือ? สถานการณ์นี้คล้ายกับเหตุการณ์ก่อนหน้าขนาดไหน”
ชึก!
เมื่อซุนเกี๋ยนเอ่ยถึงฮองฮูสง เตียวอุ๋นก็ตื่นขึ้นมาทันที
จะว่าไป ดูเหมือนฮองฮูสงก็ถูกล่อด้วยกลลวงพ่ายของกองทัพซีเหลียง
“เหวินไถ แล้วเหตุใดศัตรูถึงไม่โจมตีเล่า? พวกเขากำลังรออะไร?”