พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 206 หุบเขาเร้นลับ
บทที่ 206 หุบเขาเร้นลับ
ท่ามกลางราตรีมืด เล่าเจี้ยงพาไทสูจู้ จูล่งและแม่ทัพคนอื่น ๆ นำทหารม้าตะบึงไปยังหุบเขาเร้นลับอย่างไม่หยุดพัก ความมืดนี้มิอาจขวางทางกองทัพฮั่นได้
เล่าเจี้ยงจัดเตรียมหน่วยสอดแนมไว้นานแล้ว ส่วนเรื่องเส้นทางจากเมืองเหมยหยางไปยังหุบเขาเร้นลับ เขาก็รู้เป็นอย่างดี
การเดินทัพด้วยความเร็วเช่นนี้ ไม่นานนักก็ดึงดูดความสนใจของคนผู้หนึ่ง นั่นคือตี่หยางที่ติดตามแม่ทัพหลังอยู่ข้าง ๆ
ตั้งแต่เล่าเจี้ยงให้เขาติดตามอยู่ข้างกาย ตี่หยางไม่มีโอกาสพบลูกน้องตัวเองอีกเลย เขาจึงสูญเสียความมั่นใจในการยึดเมืองเหมยหยางไปอย่างสิ้นเชิง
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ตี่หยางไม่สบายใจมาก เขาหาโอกาสแอบหนีไปอย่างเงียบ ๆ ระหว่างทางมาตลอด แต่เล่าเจี้ยงไม่ให้โอกาสเลยสักนิด ไม่เพียงจัดให้จูล่งกับไทสูจู้อยู่ข้างกายเขาเท่านั้น แต่ยังแยกทหารของกองพลอาชาไปทั่วรอบทิศ!
ตี่หยางไม่เพียงไร้โอกาสหนี แต่ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับแม่ทัพหลังเลยด้วยซ้ำ ประหนึ่งตนเป็นนักโทษ นอกจากอิสระในการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยแล้ว การกระทำทุกอย่างล้วนถูกควบคุมไว้หมด
หนึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดเล่าเจี้ยงนำกองทัพบุกเข้าใกล้หุบเขาเร้นลับ เขาเริ่มให้หน่วยสอดแนมไปสืบข่าว และสั่งทั้งกองทัพพักชั่วคราว
ในที่สุดตี่หยางก็มีโอกาสเข้าใกล้แม่ทัพหลัง จึงรีบเดินไปหาอีกฝ่าย
“แม่ทัพหลัง เราเร่งเดินทางกันเช่นนี้ ทหารราบจะตามทันได้อย่างไร?”
เล่าเจี้ยงยิ้มอย่างไม่แยแส
“แม่ทัพตี่ไม่ต้องกังวล ทหารราบมีแม่ทัพโจวกับแม่ทัพตั๋งโต๊ะบัญชาการอยู่ คิดว่าอีกไม่นานคงมาถึง”
ตี่หยางขมวดคิ้วชนกันแน่น ในใจโอดครวญมากยิ่งขึ้น
เจ้าเล่าเจี้ยงคนนี้เห็นข้าเป็นคนโง่หรือไร? ทหารม้าควบทะยานมาอย่างเต็มกำลังเช่นนี้ แล้วทหารราบที่พึ่งแค่สองขาจะตามทันได้อย่างไร? ต่อให้กระตุ้นเพิ่มขึ้นอีก ต้องวิ่งจนขาหักเลยหรือไร?
“หรือแม่ทัพหลังลืมเรื่องไม่กี่เดือนก่อนไปแล้ว ที่แม่ทัพเตียวสั่งทหารราบไล่ตามทหารม้า ผลสุดท้ายก็หมดเรี่ยวแรง”
เล่าเจี้ยงไม่ตอบ แค่เพียงส่ายหน้า
ตี่หยางเห็นเช่นนี้ก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงถามต่อไป
“ผู้บัญชาการเตียนอุยเล่า เหตุใดถึงไม่เห็นเขาแล้ว? เขาไม่ใช่พลคุ้มกันส่วนตัวของแม่ทัพหลังหรือ”
“กองกำลังของเตียนอุยล้วนเป็นทหารราบ ย่อมต้องเดินทัพพร้อมกับทหารราบอยู่แล้ว”
น้ำเสียงของเล่าเจี้ยงราบเรียบมาก สงบจนตี่หยางไม่สามารถสัมผัสอารมณ์ใด ๆ ได้
ตี่หยางยังอยากเอ่ยปากถามต่อ แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกอีกฝ่ายขัดขึ้นมา
“แม่ทัพตี่ อีกเดี๋ยวจะรบกับศัตรูแล้ว แม่ทัพควรพักผ่อนเสียหน่อยนะ”
หลังจากที่เล่าเจี้ยงพูดจบก็เริ่มปิดเปลือกตาพักผ่อน หมางเมินเขาไปเสีย
ตี่หยางแคลงใจอย่างมาก ในเมื่อยังไม่กระจ่างจะพักผ่อนได้อย่างไร จึงไม่สนใจเล่าเจี้ยงจะมีน้ำโหหรือไม่ แล้วเอ่ยปากถามออกมา
“แม่ทัพหลัง ข้า…”
“แม่ทัพตี่ ไม่ได้ยินที่นายข้าพูดหรือ? ไปพักผ่อน!”
ไทสูจู้ที่อยู่ข้าง ๆ แม่ทัพหลังก้าวออกมาขวางแม่ทัพตี่พร้อมส่งสายตาเตือน
ตี่หยางพอได้ยินเรื่องขุนศึกข้างกายเล่าเจี้ยงมาบ้าง แต่ละคนไม่มีใครจัดการได้ง่ายเลย! ทั้งหมดองอาจกล้าหาญ หาใช่คนที่ตัวเองจะรับมือด้วยได้
“ขอรับ ข้าน้อยขอตัวลา”
ตี่หยางไม่กล้าเร่งรีบ จึงทำได้เพียงถอยจากไปพร้อมกับความไม่สบายใจ
ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็พบว่าการเคลื่อนไหวของตัวเองยังคงถูกจำกัดอย่างเข้มงวดอยู่ แม้จะไม่มีทหารคอยเฝ้า กระนั้นก็มีทหารม้าชั้นยอดอย่างน้อยสิบกว่าคนที่คอยจับตาดูตัวเองอยู่!
แย่แล้ว! หรือเล่าเจี้ยงรู้เรื่องข้าแล้ว?
ตี่หยางรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณโดยรอบดูสงบ แต่กลับเต็มไปด้วยไอสังหารปกคลุม!
สงบลงเสีย สูดลมหายใจ ยิ่งตื่นตระหนกมากเท่าไรก็ยิ่งทำพลาดได้ง่าย! เล่าเจี้ยงยังไม่รู้แน่หรอก ไม่เช่นนั้นคงลงโทษข้าไปนานแล้ว!
ตี่หยางหาพื้นที่เปิดโล่ง พิงตัวอยู่ด้านข้างกระโจม แสร้งทำเป็นหลับตาทำสมาธิราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ความมืดค่อย ๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแสงสว่างทอประกายขึ้นมาจากระยะไกล
“นายท่าน หน่วยสอดแนมส่งข่าวมา กองทัพศัตรูกำลังขนส่งเสบียงและหญ้าอยู่ที่ทางเข้าหุบเขาเร้นลับ”
เล่าเจี้ยงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นลุกขึ้น พลางส่งสายตาให้จูล่งกับไทสูจู้
ทั้งสองเข้าใจในทันที จึงรวมพลทหาร แล้วเตรียมเข้าไปเผาเสบียงและหญ้าในหุบเขาเร้นลับ
ตี่หยางได้ยินรายงานของทหารก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที แม้ตี่หยางจะหลับตาอยู่ไกลมาตลอด ความจริงแล้วเขาไม่ได้หลับเลย แค่แกล้งทำเท่านั้น
เล่าเจี้ยงยังคงยิ้ม มองตี่หยางอย่างเป็นมิตร
“แม่ทัพตี่พักผ่อนเสร็จแล้วหรือ?”
“ข้าน้อยตั้งมั่นพร้อมรับมือกับศัตรูเสมอ!”
“ดี! อีกเดี๋ยวจะเกิดการต่อสู้กันแล้ว ถึงตอนนั้นก็อยากเห็นแม่ทัพตี่สำแดงพลัง”
ครั้นเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของอีกฝ่าย ตี่หยางถึงขนาดสงสัยว่าตัวเองกังวลเกินไปหรือเปล่า? หรือจะเข้าใจแม่ทัพหลังผิดไป?
อย่างไรเสีย ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงดูไปทีละก้าวเท่านั้น
“ข้าน้อยจะไม่ทำให้แม่ทัพหลังผิดหวัง”
หลังจากจัดทัพเสร็จ เล่าเจี้ยงนำทัพตรงเข้าไปยังหุบเขาเร้นลับทันทีโดยไม่ได้ซ่อนร่องรอยแต่อย่างใด เสียงสะเทือนเลือนลั่นจนทำให้นกและสัตว์ป่านับไม่ถ้วนพากันแตกกระเจิง!
ตี่หยางยังคงตามแม่ทัพหลังอยู่แนวหน้า ทว่าในเวลานี้เขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
ฟ้าค่อย ๆ สว่าง วิสัยทัศน์เบื้องหน้าปรากฏชัดขึ้นทีละน้อย
ตี่หยางวิเคราะห์สถานการณ์จากการเคลื่อนไหวของทหารม้าและควันคลุ้งฝุ่นตลบด้านหลัง อย่างน้อยตรงนี้มีทหารม้ากว่าสองหมื่นคน ซึ่งเป็นทหารทั้งหมดของกองทัพฮั่นจริง ๆ
เล่าเจี้ยงนำทหารม้าทั้งหมดมา ก็แสดงว่าเขาไม่พบพิรุธแผนของหลี่เหวินโหว นั่นหมายความว่าตัวเองปลอดภัยอย่างแน่นอน
จวบจนตะบึงมาถึงหุบเขาเร้นลับ กองทัพฮั่นไม่พบอุปสรรคใดเลย
กองทัพซีเหลียงที่กำลังขนเสบียงและหญ้าอยู่ที่ปากหุบเขาต่างก็ตกใจ กองทัพฮั่นเพิ่งปรากฏตัวขึ้น ก็ทำพวกเขาตกใจจนวิ่งเข้าไปในหุบเขาโดยไม่มีสัญญาณการต่อต้านใด ๆ เลยสักนิด
ตี่หยางควบม้าไปข้างหน้า กุมมือขอคำสั่งจากเล่าเจี้ยง
“แม่ทัพหลัง หากเราบุกเข้าไปสังหารตอนนี้ ต้องได้ชัยชนะเป็นแน่!”
เล่าเจี้ยงส่ายหน้าปฏิเสธความเห็นของตี่หยาง
“ไม่ต้อง ภายในหุบเขาไม่ทราบสถานการณ์แน่ชัด จะเข้าไปอย่างหุนหันพลันแล่นไม่ได้”
แม่ทัพหลังมองไปยังกองเสบียงและหญ้าดุจภูเขาตรงหน้า พลางยิ้มเยาะออกมา
“เผาเสบียงและหญ้าพวกนี้ซะ จากนั้นพวกเราไปจากที่นี่กัน”
“อะไรนะ จากไป? แม่ทัพหลังบอกจะกวาดล้างกองทัพศัตรูทั้งหมดมิใช่หรือ?”
ตี่หยางงุนงงอย่างมาก และมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย
ทหารไม่สนใจว่าตี่หยางจะคิดอย่างไร หลังจากได้รับคำสั่งก็พากันก้าวไปข้างหน้า แล้วเริ่มจุดไฟเผา
ทุกอย่างถูกห่อหุ้มด้วยฟาง เพียงสัมผัสเปลวไฟ ก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทั้งปากหุบเขาถูกไฟปิดกั้นทันที ก่อเกิดควันสีดำลอยขึ้นไปบนฟ้า
“หันหัวม้า เตรียมถอยทัพ!”
เล่าเจี้ยงออกคำสั่ง ทหารแยกออกไปสองด้าน และเริ่มหันหัวม้ากลับพร้อมกัน
“อะไรกัน? นี่…”
“ทำตามคำสั่ง!”
เล่าเจี้ยงไม่สนใจท่าทางประหลาดใจของตี่หยาง เพียงแค่เอ่ยเฉียบขาดกับเขาแค่สี่คำ
จากนั้นไม่รอให้ตี่หยางตอบสนอง จูล่งเข้าไปดึงสายบังเหียนของตี่หยาง ลากเขาไปด้านหลัง
ตี่หยางเริ่มหวาดกลัวมากขึ้น เขาพบว่าม้าศึกหลายตัวไม่มีทหารขี่เลย!
หรือหนึ่งคนรับผิดชอบม้าสองตัว? เช่นนั้นที่นี่มีทหารกี่คนกัน? แล้วที่เหลือล่ะ?
ตี่หยางสับสนสุด ๆ เขาถูกดึงไปข้างหน้าด้วยความงุนงง และไม่รู้แล้วว่าต่อไปจะต้องเผชิญกับอะไร!