พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 221 ต่างคนต่างมีทางเดินเป็นของตัวเอง
บทที่ 221 ต่างคนต่างมีทางเดินเป็นของตัวเอง
หลายวันต่อมา เมืองเหมยหยางไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ มัวแต่ยุ่งอยู่กับการคำนวณผลแห่งชัยชนะ
การใช้กำลังทหารของกองทัพฮั่นต่อกรกับกองทัพเสเหลียงในครั้งนี้ทำลายความทะเยอทะยานของเปียนจาง เป่ยกงปั่วอวี้และคนอื่น ๆ ในการบุกยึดดินแดนซานฟู่อย่างสิ้นเชิง
เปียนจางเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีจึงหนีไป ทว่าแทบจะเป็นการรอดตัวไปคนเดียว ทหารสามหมื่นนายใต้บังคับบัญชาล้วนถูกทำลายล้างทั้งหมด
ทหารม้าของเป่ยกงปั่วอวี้กับหลี่เหวินโหวหนีไปได้เพียงไม่กี่พันคนและทุกคนก็อยู่ในอาการบาดเจ็บ
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยคือเหลียงขุยที่ซุ่มโจมตีเล่าเจี้ยงใต้เชิงเขาเป่ยซาน แต่สุดท้ายสูญเสียไปแค่พันกว่าคน
มีเพียงโหวเหวินที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเร้นลับ กับหันซุยที่เฝ้าค่ายเท่านั้นที่ไม่ได้รับความสูญเสียใด ๆ
หันซุยเป็นคนตัดสินใจหักดิบที่สุด เมื่อเห็นซุนเกี๋ยนบุกโจมตี ก็ไม่มีความคิดสู้กลับแม้แต่น้อย กลับทิ้งค่ายจากไปทันที
นี่จึงทำให้กองทัพเสเหลียงสูญเสียเสบียงและหญ้าไปทั้งหมด
สนามรบแต่ละที่กองทัพฮั่นล้วนได้รับชัยชนะ โดยรวมแล้วพวกเขาสังหารกลุ่มกบฏเสเหลียงไปมากกว่าสี่หมื่นคน จับเป็นเชลยมากกว่าสามหมื่นคน และกองทัพทางการสูญเสียไปไม่ถึงหมื่นคนซึ่งส่วนใหญ่ในนั้นเป็นคนของจวนแม่ทัพหลังเล่าเจี้ยง
เมื่อเปียนจางและคนอื่น ๆ มารวมตัวกันก็มีทหารไม่ถึงสองหมื่นนายแล้ว ทั้งยังไม่มีเสบียงและหญ้า และยังไม่มีฐานที่มั่นอีก หลังจากที่ไม่กี่คนมารวมตัวกันก็ทำได้เพียงล่าถอยกลับเลียงจิ๋วชั่วคราว และหาโอกาสใหม่อีกครั้ง
…
เมืองเหมยหยาง ห้องประชุมจวนเจ้าเมือง
เตียวอุ๋นนั่งอยู่ในตำแหน่งที่นั่งหลัก แม้ว่าจะมีแม่ทัพภายในห้องมาก กลับล้วนเป็นคนที่ไม่คุ้นเคย
ซุนเกี๋ยนลาออกและจากไปแล้ว ตั๋งโต๊ะลาป่วยไม่จึงออกไป ส่วนเล่าเจี้ยงยิ่งเด็ดขาด นำกองกำลังของตัวเองกลับลกเอี๋ยง
ทว่าเตียวอุ๋นไม่มีท่าทางไม่พอใจใด ๆ
ในใจมีความสุขอย่างมาก
ทุกคนที่ต่อต้านและไม่สนใจเขาต่างจากไปหมดแล้ว ทำให้เตียวอุ๋นนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
ในที่สุดก็สามารถใช้สิทธิ์ในฐานะแม่ทัพทหารม้าเกาะหนักได้อย่างแท้จริงแล้ว!
เขามีกองกำลังหลายหมื่นคน และทุกคนในค่ายต่างก็แหงนหน้าขึ้นมองเขา และไม่มีใครดูหมิ่นหรือไม่เชื่อฟังใด ๆ อีก
“ทุกท่าน ไม่นานมานี้กลุ่มกบฏเสเหลียงพ่ายแพ้ให้กองทัพเรา! กบฏทั้งหมดถูกกวาดล้างสิ้น หัวหน้ากบฏหลี่เหวินโหวโดนบั่นหัว เหลือเพียงเปียนจาง เป่ยกงปั่วอวี้ และคนอื่น ๆ หลบหนีไป!”
“ตอนนี้ตรวจสอบชัดเจนแล้ว เปียนจาง เป่ยกงปั่วอวี้ และคนอื่น ๆ ได้หนีไปที่เมืองหยูจง ตามการคาดเดาของข้า พวกเขาน่าจะอยากหลบหนีกลับไปที่ฐานบ้านเกิดของพวกเขาในเมืองจินเฉิง”
“กองทัพเราได้รับชัยชนะมาหลายวัน ขวัญกำลังใจแข็งแกร่งขึ้น! ข้าคิดว่าให้กองทัพทั้งหมดรีบบุกไปที่เลียงจิ๋ว กวาดล้างเปียนจาง เป่ยกงปั่วอวี้ และกบฏอื่น ๆ ให้สิ้น และหวนคืนความสงบสุขให้กับผู้คนในแคว้นเลียงจิ๋ว!”
โจวเซิ่นยืนขึ้น แสดงความเห็นชอบต่อแผนของเตียวอุ๋นเป็นคนแรก
“แม่ทัพเตียวปราดเปรื่องยิ่งนัก! กองทัพโจรถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว แม้จะหนีกลับไปยังเลียงจิ๋ว ก็ทำได้เพียงประคองชีวิตให้รอด! ข้าคิดว่าโอกาสมาถึงแล้ว กบฏทุกคนจะต้องถูกตัดหัวแน่”
นอกจากเตียวอุ๋น โจวเซิ่นเป็นแม่ทัพสูงที่สุดแล้ว เขาแสดงท่าที ของตัวเองออกมา แม่ทัพที่เหลือก็ไม่กล้าค้านใด ๆ ทุกคนล้วนลุกขึ้นแสดงท่าทีว่าเห็นด้วย
“พวกเราจะทำตามคำสั่งของแม่ทัพเตียว!”
เตียวอุ๋นเองก็ยืนขึ้นด้วยเช่นกัน จากใบหน้ายินดีของเขาก็ดูออกแล้วว่าเขาพอใจมาก
“ดี! รบกวนแม่ทัพทุกท่านไปเตรียมตัวเถิด อีกสามวันเคลื่อนทัพไปยังเลียงจิ๋ว!”
“รับทราบ!”
“แม่ทัพโจว”
เตียวอุ๋นหันไปมองโจวเซิ่น “เชลยกองทัพเสเหลียงล้วนเป็นคนทรยศชาวเชียงหู เก็บพวกมันไว้ก็สิ้นเปลืองอาหารเปล่า ๆ และไม่สามารถสอนได้เลย เจ้าไปฆ่าพวกมันให้หมดซะ!”
“ฆ่าเชลย?”
โจวเซิ่นรู้สึกประหลาดใจมาก ก่อนมองไปที่เตียวอุ๋นอย่างสงสัย
“ใช่! ฆ่าพวกมันให้หมด!”
เห็นแม่ทัพปราบโจรยังคงมีสีหน้าลำบากใจ ไม่สะทกสะท้านใด เตียวอุ๋นจึงเอ่ยเร่งเขาอีกครั้ง
“แม่ทัพโจวไม่ต้องกังวล แค่ปฏิบัติตามคำสั่งก็พอแล้ว!”
ท่าทางของเตียวอุ๋นนั้นแข็งกร้าวมาก โจวเซิ่นเองก็ไม่กล้าตั้งคำถามมากเกินไป จึงทำได้เพียงกุมมือรับคำสั่ง
“ขอรับ ข้าน้อยรับคำสั่ง…”
หนึ่งวันต่อมา เชลยกว่าสามหมื่นคนถูกสังหารหมด ข่าวนี้แพร่กระจายไปราวกับไฟป่า ไม่นานก็เขย่าใต้หล้า!
เหตุใดเตียวอุ๋นถึงฆ่าเชลยพวกนี้?
มีเพียงสองเหตุผลเท่านั้น คือหนึ่งทำให้ศัตรูหวาดกลัว สองคือสร้างความน่าเกรงขาม
เมื่อเล่าเจี้ยงจากไปแล้ว เตียวอุ๋นต้องการความน่าเกรงขามเอาไว้กดแม่ทัพทุกท่าน และการฆ่าเชลยเป็นวิธีที่ดีที่สุดและเร็วที่สุด
เตียวอุ๋นต้องการเลียนแบบฮองฮูสง ตอนนั้นฮองฮูสงสังหารทหารโพกผ้าเหลืองหลายหมื่นคนสร้างเป็นหอขึ้นมา ไม่นานชื่อเสียงก็แพร่ไปทั่วใต้หล้า วิธีการนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเตียวอุ๋น
คนเป็นแม่ทัพ ไม่ควรมีเมตตาดุจสตรี จะต้องโหดเหี้ยมเข้าไว้!
นี่คือความเข้าใจในตอนนี้ของเตียวอุ๋น…
ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเล่าเจี้ยง เขาทำภารกิจของเขาสำเร็จแล้ว
เมื่อเตียวอุ๋นกล่าวคำสาบานเสร็จแล้ว จึงเคลื่อนพลกองทัพไปยังเลียงจิ๋ว แม่ทัพเล่าก็ได้ผ่านเมืองเตียงอันไปแล้ว
แม้กองกำลังของเล่าเจี้ยงจะมีคนลดลงไปมากกว่าครึ่ง ถึงกระนั้นอานุภาพก็ไม่มีลดลงเลย และสิ่งสำคัญที่สุดคือชื่อเสียงยังคงเกรียงไกรเช่นเดิม
หากไม่มีเขา ก็ยังเป็นคนหนึ่งรับผิดชอบสองคน ทหารทุกคนล้วนขี่ม้ากลับไปได้
เล่าเจี้ยงไม่ได้เอาความเตียวอุ๋นเรื่องบาดเจ็บล้มตายของทหารใต้บัญชาอีก ทว่าม้าศึกกลับไม่ใจอ่อนเลยสักนิด
ชายหนุ่มรวบรวมม้าศึกหนึ่งหมื่นสองพันตัวโดยไม่ถามเตียวอุ๋นว่าเห็นด้วยหรือไม่ และออกจากเมืองไปอย่างทะนงองอาจ
ความจริงเตียวอุ๋นไม่มีความเห็นใด เขาไม่อยากเห็นเล่าเจี้ยงอีกแม้แต่สักพริบตา ดังนั้นการใช้ม้าศึกขับไล่เขาให้จากไป จึงเป็นสิ่งที่เตียวอุ๋นต้องการจริง ๆ
“นายท่าน ว่ากันว่าเป้าหง*[1] จากเมืองฝูเฟิงนำทหารเมืองฝูเฟิงสามหมื่นนายไปสนับสนุนเตียวอุ๋น ตอนนี้ได้ร่วมกับเตียวอุ๋นแล้ว และมุ่งหน้าไปยังเลียงจิ๋วด้วยกัน”
ฮองตงก้าวไปข้างหน้ารายงานสถานการณ์ล่าสุดให้นายท่านฟัง
เล่าเจี้ยงพยักหน้า พลางสำรวจฮองตงอีกครั้ง
“ฮั่นเซิง อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีปัญหาจริง ๆ ใช่ไหม?”
ฮองตงซาบซึ้งใจมาก ก่อนที่เขาจะออกจากเมือง นายท่านก็สอบถามอาการบาดเจ็บของเขาหลายครั้ง ตลอดทางก็ยังเป็นห่วงไม่เสื่อมคลาย
“นายท่านไม่ต้องเป็นห่วง แค่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่มีอะไรต้องกังวล”
เตียนอุยเข้ามาใกล้เช่นกัน สีหน้าดูไม่ยอมเล็กน้อย
“แม่ทัพฮองตง ท่านใจอ่อนเกินไปแล้ว! หากไอ้สารเลวเตียวอุ๋นนั่นกล้าทำเช่นนี้กับข้า ข้าคงบีบหัวมันมาทำเป็นกระโถนให้นายท่านแล้ว!”
เล่าเจี้ยงเหลือบมองเตียนอุย รู้อยู่แล้วว่าชายผู้นี้ย่อมพูดสิ่งเจริญใจออกมาไม่ได้
“เจ้าเก็บมันไว้ใช้เองเถิด ข้าไม่ต้องการกระโถนน่าเกลียดแบบนั้น”
เตียนอุยฟังความหมายแฝงในคำพูดของนายท่านไม่ออก แถมยังพยักหน้าอย่างซื่อบื้อ
“นั่นสิ นายท่านไม่บอกข้าก็ไม่สังเกตนะเนี่ย เตียวอุ๋นผู้นี้น่าเกลียดจริง ๆ”
ทัศนคติของเตียนอุยนั้นดีมาก แม้คนทั้งใต้หล้าจะคิดว่าเขาน่าเกลียดที่สุด เจ้าตัวก็ยังคิดว่าตัวเองหล่อมากอยู่ดี
“นายท่าน การเข้าร่วมของเป้าหงทำให้เตียวอุ๋นแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาก เขานำกองทหารที่ได้รับชัยชนะนับหมื่นคน เปียนจางและคนอื่น ๆ จนตรอกแล้ว จะต้านทานได้อย่างไร?”
ไทสูจู้เข้ามาหาเช่นกัน สีหน้าดูไม่เต็มใจอย่างชัดเจน
พวกเขาใช้ความพยายามไปอย่างมาก สหายพี่น้องตายไปมากมาย สุดท้ายก็ปล่อยให้เตียวอุ๋นได้ไป ที่น่ารังเกียจที่สุดคือเตียวอุ๋นเป็นคนทำให้ทหารใต้บัญชาตายกับมือ
เล่าเจี้ยงไม่ได้วิตกกังวลขนาดนั้น ยังคงมีสีหน้าผ่อนคลาย เขารู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการเคลื่อนทัพไปเลียงจิ๋วของเตียวอุ๋น!
“จืออี้ ข้ารู้ว่าเจ้าเดือดดาลกับการบาดเจ็บล้มตายของพี่น้องในกองพลเกาทัณฑ์มาโดยตลอด ทว่าถึงอย่างไรคนตายไปแล้วก็มิอาจฟื้นคืนได้ อย่างเตียวอุ๋น ข้าก็ทำได้เพียงสั่งสอนบทเรียนให้แก่เขา หากเราฆ่าเขาจริง ๆ คงเป็นเรื่องใหญ่ ถึงอย่างไรตอนนี้เขาเป็นแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก แม้ฝ่าบาทจะทรงโปรดปรานข้าแค่ไหน ก็ไม่มีทางยอมเลิกราเพื่อยุติเรื่องราวแน่”
[1] เป้าหง เป็นผู้กองบัญชาการกองทัพล่าง ของกองทัพอุทยานประจิมที่ขึ้นกับพระเจ้าเลนเต้