พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 274 โฮจิ๋นมีแผนสำรอง
บทที่ 274 โฮจิ๋นมีแผนสำรอง
หลังการฝึกซ้อมทหารสิ้นสุดลง ลกเอี๋ยงก็ตกสู่ความสงบอีกครา ทุกอย่างเหมือนกลับไปสู่ความสงบรุ่งโรจน์
ตามคำร้องขอของซุนฮิว เล่าเจี้ยงไม่ได้ยื่นมือเข้าไปยุ่งกับกิจการใด ๆ ของกองทัพอุทยานทิศประจิม ทุกอย่างมอบให้กับเกียนสิดหมด เหตุที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ฝ่าบาทวางพระทัย
มิฉะนั้นหากเล่าเจี้ยงกีดกันเกียนสิด ควบคุมกองทัพอุทยานทิศประจิมด้วยตัวเองจนกลายเป็นกองกำลังที่ใหญ่ที่สุดในลกเอี๋ยง คงจะยากจะหลีกเลี่ยงมิให้พระเจ้าเลนเต้รู้สึกถึงภัยอันตราย
ถึงครานั้นจุดจบของโฮจิ๋น อาจจะเป็นจุดจบของเล่าเจี้ยง หลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว เล่าเจี้ยงก็ไม่ได้ละโมบในอำนาจของกองทัพอุทยานทิศประจิมเพียงนั้น
แต่กระนั้นแม้ขุนพลพิทักษ์จะไม่ได้ไปแทรกแซง ภายในกองทัพอุทยานทิศประจิมกลับเกิดปัญหาขึ้น
หู่เปินจงหลางเจี้ยง*[1] ผู้บัญชาการกองทัพกลางอ้วนเสี้ยวลาออกจากตำแหน่งไป
จากนั้นอี้หลาง*[2] ผู้บัญชาการรั้งทัพ โจโฉก็มาลาออกเช่นกัน
ไม่กี่วันต่อมา นายกองขวาอิเขง*[3] ก็มาลาออกกับเล่าเจี้ยงด้วย
พริบตาเดียว กองทัพอุทยานทิศประจิมมีผู้บัญชาการลาออกไปถึงสามคน! ทั้งสามคนนี้เคยรับตำแหน่งอยู่ในสังกัดจวนแม่ทัพใหญ่ ทั้งสามลาออกพร้อมกันครั้งนี้ ราวกับจะแสดงความไม่พอใจต่อพระเจ้าเลนเต้
กระนั้นเล่าเจี้ยงไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงพวกเขาแต่อย่างใด กลับกันเขารู้สึกเบิกบานใจมาก เล่าเจี้ยงกำลังกังวลว่าไม่มีเหตุผลให้ยื่นมือเข้าไปในกองทัพอุทยานทิศประจิมอยู่เลย แต่โฮจิ๋นโง่หยิบยื่นโอกาสมาให้อีกแล้ว
เล่าเจี้ยงได้มอบอำนาจทั้งหมดของกองทัพอุทยานทิศประจิมให้กับเกียนสิดไปแล้ว ตอนนี้ตัวเองจะแต่งตั้งผู้บัญชาการสามคนขึ้นมาบ้าง เกียนสิดย่อมพูดอะไรไม่ได้
ผลเป็นไปตามที่คาดเดาไว้ เกียนสิดไม่ได้คัดค้านอะไรกับการที่ขุนพลพิทักษ์หาคนเข้าไปเป็นผู้บัญชาการในกองทัพอุทยานทิศประจิม… ตรงข้ามสนับสนุนด้วยซ้ำ
ฉะนั้น ซุนฮิวรับตำแหน่งแทนอ้วนเสี้ยว กลายเป็นผู้บัญชาการกองทัพกลาง จูล่งรับตำแหน่งแทนโจโฉ เป็นนายกองรั้งท้าย และเตียนอุยรับตำแหน่งแทนอิเขง เป็นนายกองขวา
ไพร่พลนับหมื่นของกองทหารม้าหัวทวน ไทสูจู้เป็นผู้บัญชาการเช่นเดิม ส่วนเล่าเจี้ยงกลายเป็นบุคคลมีอำนาจมากที่สุดทั้งในและนอกเมืองลกเอี๋ยง
…
ณ จวนแม่ทัพใหญ่ เมืองลกเอี๋ยง
ในที่สุดอาการบาดเจ็บของโฮเบี้ยวก็ดีขึ้น ตอนนี้สามารถลุกจากเตียงเคลื่อนไหวไปมาอย่างอิสระได้แล้ว
“พี่ใหญ่ ความขมขื่นนี้ข้ากลืนมันไม่ลงจริง ๆ หากไม่ล้างแค้น ข้าคงไม่มีหน้าเป็นขุนพลทหารม้ารถศึกต่อไปแล้ว!”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โฮเบี้ยวบ่นกับโฮจิ๋น นับตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เขาก็ร้องไห้โวยวายกับพี่ชายตัวเองไม่หยุด
“น้องรองไม่ต้องเป็นห่วง ความอัปยศที่พระเจ้าเลนเต้กับเล่าเจี้ยงมอบให้เราสองพี่น้อง ไม่ช้าก็เร็วข้าจะทวงกลับมาแน่!”
โฮจิ๋นดูออกว่าพระเจ้าเลนเต้กำลังวางแผนจะกำจัดฝ่ายพระญาติให้ราบคาบ
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ความหวังที่เล่าเปียนจะได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปคงเป็นเรื่องเพ้อฝัน
“พี่ใหญ่ ไฉนท่านถึงให้อ้วนเสี้ยว โจโฉกับอิเขงลาออกจากขุนนางทั้งหมดเล่า? แบบนี้จะไม่เอื้อประโยชน์ให้เล่าเจี้ยงควบคุมกองทัพอุทยานทิศประจิมหรอกหรือ? ข้าว่าน่าจะให้ทั้งสามคนสร้างปัญหาให้เล่าเจี้ยงไม่หยุด ไม่ให้เขาหยุดพักแม้แต่สักลมหายใจเดียวเลย!”
โฮเบี้ยวไม่เข้าใจการกระทำของโฮจิ๋นมาก ทั้งที่เล่าเจี้ยงหาเรื่องสองพี่น้องตระกูลอ้วนมาตลอด ไม่คิดเลยว่าพี่ชายจะเป็นฝ่ายหลีกทางให้เล่าเจี้ยงก่อน
โฮจิ๋นยิ้มบาง ใบหน้าเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ
“น้องรอง เจ้าไม่เข้าใจ คนนอกคงคิดว่าข้ากลัวเล่าเจี้ยงจนหดหัวไม่หยุด แต่ความจริงข้ากำลังบีบให้เขาไปสู่ทางตัน!”
“อย่างไรกัน?”
“เจ้าลองคิดดู เมื่อก่อนเหตุใดฝ่าบาทถึงกลัวพวกเรา? ก็เพราะกำลังอำนาจในมือเราสามารถควบคุมราชธานีลกเอี๋ยงได้! แล้วตอนนี้ล่ะ อำนาจถูกโอนย้ายไปที่เล่าเจี้ยงแล้ว เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะคิดเช่นไร?”
ดวงตาโฮเบี้ยวเป็นประกาย และเข้าใจความหมายบางอย่างทันที
“เช่นนี้นี่เอง พี่ชายช่างมองการณ์ไกลจริง ๆ แต่ข้าได้ยินมาว่าเพื่อให้ฝ่าบาทวางพระทัย เล่าเจี้ยงจึงมอบอำนาจทั้งหมดให้กับเกียนสิด”
โฮจิ๋นพยักหน้า เขาไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะสามารถทนต่อความยั่วยวนชิ้นใหญ่นี้ได้!
“ใช่ เราประเมินเขาต่ำเกินไป แต่ไม่เป็นไร เขาคิดว่าเราสองพี่น้องตระกูลโฮโง่เขลามิใช่หรอกหรือ? เช่นนั้นเราโง่ให้ดู! ให้เขาคลายความระแวดระวังต่อเรา และหันไปจัดการผู้อื่นแทน”
“อีกอย่าง… พระวรกายของฝ่าบาทย่ำแย่ลงมาก ข้าเดาว่าคงอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน ขอแค่ถึงตอนนั้นทำให้เปียนเอ๋อร์ขึ้นครองบัลลังก์ได้ ทั่วทั้งลกเอี๋ยงจะไม่ใช่ของเราสองพี่น้องหรอกหรือ”
โฮเบี้ยวรู้สึกว่าคำพูดของพี่ใหญ่มีเหตุผล ทว่ายังคงมีสีหน้ากลัดกลุ้ม
“พี่ใหญ่ ไอ้ฮ่องเต้แก่นั่นอยากให้เล่าเหียบครองบัลลังก์มาตลอด ต่อให้สู้สุดชีวิต เราก็สู้เล่าเจี้ยงไม่ได้!”
เมื่อนึกถึงการประลองหลายวันที่ผ่านมา โฮเบี้ยวยังคงนึกหวาดหวั่น โดยเฉพาะชายหนุ่มบนหลังม้าขาวถือทวนยาวคนนั้น ช่างทำให้เขาใจสั่นสะท้านจริง ๆ
“ฮ่า ๆ ไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมการไว้แล้ว ถึงตอนนั้นข้าไม่ปล่อยเล่าเจี้ยงแน่! หากเขาฉลาด ก็นำกองทหารเขาไสหัวกลับฮั่นต๋ง หากโง่ ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร ต้องให้เขาตายอยู่ที่ลกเอี๋ยงให้ได้!”
นัยน์ตาโฮจิ๋นฉายแววดุร้าย ไม่ว่าเล่าเจี้ยงจะกล้าหาญหรือมีลูกน้องใต้บัญชาการเก่งแค่ไหน ก็เป็นแค่คนผู้หนึ่งกับกองทัพหมื่นนายก็แค่นั้น
ส่วนกองทัพอุทยานทิศประจิมก็แค่เหล่าทหารหน้าใหม่ ไม่ใช่ภัยคุกคามแน่นอน แม้แต่โฮจิ๋นที่ไม่ค่อยรู้เรื่องการทหารมากนักยังไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา!
…
สองเดือนต่อมา ณ เมืองเหมยหยาง เขตจิงจ้าวอิ่น ที่ราบภาคกลางกวนจง
ตั๋งโต๊ะเฝ้าประจำการอยู่ที่นี่เป็นเวลาสามปีแล้ว ในสามปีนี้ กลุ่มกบฏเลียงจิ๋วไม่เคยบุกโจมตีเมืองเหมยหยางเลย
ณ ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นแค่เพียงแม่ทัพปราบเถื่อนอีกแล้ว หนึ่งปีก่อนเคยได้รับเลื่อนขั้นจากการทำความดีความชอบ และดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการเทศมณฑลทั้งจิงจ้าวอิ่นกับสั่วเฝิงอี้
“นายท่าน คนของเราสืบข่าวจากลกเอี๋ยงกลับมาแล้ว”
ตั๋งโต๊ะมองไปทางต้นเสียงอ่อนโยน ไม่ได้ไม่พอใจแต่อย่างใด กลับกันแฝงไปด้วยความไว้วางใจ
เจ้าของเสียงอ่อนโยนนี้คือลิยู ลูกเขยควบนักคิดของตั๋งโต๊ะนั่นเอง
“เหวินโหยว ดูเหมือนหนนี้โฮจิ๋นคงถูกบีบจนถึงขอบหน้าผาแล้วจริง ๆ?”
ลิยูเผยรอยยิ้มร้ายกาจออกมา พลางพยักหน้าเบา ๆ
“ใช่! แม่ทัพหลัง ไม่สิ ตอนนี้ควรเรียกว่าขุนพลพิทักษ์! ขุนพลพิทักษ์เล่าเจี้ยงเอาชนะกองทหารม้าสามพันนายของโฮเบี้ยวด้วยพลทหารม้าห้าร้อยนายในการฝึกซ้อมทหาร ฝ่าบาทไม่เพียงเลื่อนตำแหน่งให้เล่าเจี้ยง แต่ยังมอบกองทัพอุทยานทิศประจิมให้อยู่ภายใต้บัญชาของขุนพลพิทักษ์ด้วย”
“โฮจิ๋นในตอนนี้อับจนไร้หนทางแล้ว อีกอย่างตามข้อมูลที่เชื่อถือได้ ฝ่าบาทไม่คิดจะให้โอรสองค์โตเล่าเปียนสืบทอดบัลลังก์ หรือก็คือโฮจิ๋นสูญเสียอำนาจของพระญาติไปอย่างสิ้นเชิง”
ตั๋งโต๊ะแสดงท่าทางเข้าใจทันที พลันคลายข้อสงสัยในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาได้
“มิน่าเล่า เขาถึงได้ให้ข้อเสนอกับข้าดีเช่นนี้! เป็นใครก็มิอาจปฏิเสธได้!”
สิ่งที่แม่ทัพใหญ่เสนอให้เขาคือ… ตำแหน่งขุนพลพิทักษ์ ครองแคว้นหนึ่งในต้าฮั่นได้ตามใจ แถมได้ยศเซี่ยนโหว*[4]
“นายท่าน ขุนพลพิทักษ์ตอนนี้คือเล่าเจี้ยง โฮจิ๋นมอบตำแหน่งขุนพลพิทักษ์ให้แก่นายท่าน นี่จะมีผลที่ตามมาอย่างไร… แค่คิดก็รู้ได้แล้วกระมัง”
ตั๋งโต๊ะพยักหน้า นี่เป็นเรื่องชวนปวดหัวที่สุดเช่นกัน เพราะเขาไม่อยากเป็นศัตรูกับเล่าเจี้ยง
เล่าเจี้ยงผู้นี้น่ากลัวขนาดไหน ตั๋งโต๊ะเคยเห็นมาแล้ว อีกอย่างความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ไม่ได้เลวร้าย และไม่เคยถึงขั้นเป็นศัตรูหรือขัดแย้งกันทางทหารแน่นอน
ทุกครั้งที่เจอกัน เล่าเจี้ยงและตั๋งโต๊ะต่างสุภาพไว้หน้ากันมาก และค่อนข้างเห็นอกเห็นใจกันดี
ที่สำคัญที่สุดคือ… ตั๋งโต๊ะไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะเล่าเจี้ยงได้!
[1] หู่เปินจงหลางเจี้ยง (虎贲中郎将) เป็นตำแหน่งที่อยู่ในสังกัดจงหลาง (中郎) เป็นองครักษ์ส่วนพระองค์จักรพรรดิ
[2] อี้หลาง (议郎) เป็นหนึ่งในขุนนางหลาง (郎官) ตั้งขึ้นในยุคราชวงศ์ฉิน มีหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษา (ผู้มาติดต่อราชการ) และทำหน้าที่เป็นนายทวารบาล ส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการรั้งทัพ (殿军校尉) มีหน้าที่ปกป้องกองทัพหลักระหว่างถอยทัพไม่ให้ได้รับการโจมตี และถูกจัดให้อยู่ท้ายสุดของขบวนทัพ เป็นกองที่สกัดกั้นไม่ให้ศัตรูโจมตี
[3] อิเขง (淳于琼) ขุนพลของเมืองกิจิ๋ว ภายหลังทำงานใต้อ้วนเสี้ยว ตามวรรณกรรมตายเพราะนอนเมาสุราระหว่างที่เขาฮิวทำอุบายวางเพลิงค่ายอ้วนเสี้ยว ตามประวัติศาสตร์ เขาต่อสู้กับโจโฉอย่างอาจหาญในศึกอ้วนเสี้ยวปะทะโจโฉ และตายอย่างมีเกียรติ
[4] เซี่ยนโหว (縣侯) บรรดาศักดิ์ตราประทับทองผูกสายห้อยสีม่วงระดับสูงสุด