พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 310 การต่อสู้ติดต่อกันของลิโป้
บทที่ 310 การต่อสู้ติดต่อกันของลิโป้
ต่างจากจูล่ง ไทสูจู้ไม่มีเจตนาป้องกันแต่โจมตีอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ลิโป้รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาแล้ว ดูได้จากเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยลงมาจากรอบหน้าผากไม่หยุด
เขาในตอนนี้แค่ป้องกันการโจมตีของไทสูจู้ยังรู้สึกยากลำบาก ไม่ต้องเอ่ยถึงเริ่มโจมตีกลับเลย
ลิโป้คำรามในใจ ตอนเผชิญกับทวนเหวี่ยงเอกภพของจูล่งเมื่อครู่ เขารับการโจมตีที่รุนแรงมาก หากเลือกจะปล่อยอาวุธแล้วหลบหนี จะต้องลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดได้อย่างแน่นอน
น่าเสียดาย ลิโป้หยิ่งทระนงเกินไป เขายอมให้แขนบาดเจ็บ ดีกว่ายอมปล่อยอาวุธข้างกาย
หลังต้านแรงกระแทกมหาศาล แขนขวาของลิโป้ก็เกือบชาไปหมด ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยอาวุธแม้สักลมหายใจ
แต่ถึงแม้จะมีข้อได้เปรียบที่คู่ต่อสู้เหนื่อยอ่อน แต่ไทสูจู้กลับคุมเชิงลิโป้ไว้ได้อย่างเลือนรางเท่านั้น หากมองตามสถานการณ์ปัจจุบัน อีกห้าสิบกระบวนท่าก็ไม่รู้แพ้ชนะแน่นอน
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ไทสูจู้ยิ่งต่อสู้ ความหวาดกลัวก็ยิ่งเกาะกุมจิตใจ ตนใช้กำลังทั้งหมดแล้วแต่ยังคงจัดการลิโป้ที่เสียเปรียบมิได้
ก่อนหน้านี้ไทสูจู้สังเกตการต่อสู้ระหว่างลิโป้กับจูล่งอย่างไม่คาดสายตา เมื่อพิจารณาจากท่าไม้ตายสุดท้าย แม้จูล่งจะปราชัย กระนั้นลิโป้ก็ต้องได้รับแรงสะเทือนไม่น้อยด้วยเช่นกัน มองจากมือขวาที่ถือง้าวกรีดนภาอย่างยากลำบาก อีกฝ่ายสูญเสียพละกำลังไปส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด
แม้จะมีข้อได้เปรียบมากมาย กระนั้นตนยังคงมิอาจสยบลิโป้ได้ นี่ทำให้ไทสูจู้ได้รับความเสียหายทางจิตใจในทุกการโจมตี และยิ่งหวาดกลัวต่อความแข็งแกร่งของชายอ่อนแรงผู้นี้
หากเป็นลิโป้ตอนมีพละกำลังเต็มร้อย ตัวเขาเองจะยืนหยัดได้นานแค่ไหนกัน?
ไทสูจู้ไม่แน่ใจ แต่เขารู้ว่าตัวเองไม่มีทางยืนได้นานเท่าจูล่งแน่นอน
ระหว่างที่เขาฟุ้งซ่านนั้นเอง ลิโป้คว้าโอกาสไว้ได้อีกครั้ง เหวี่ยงง้าวกวาดทวนยาวของไทสูจู้จนพ้นทาง!!
แย่แล้ว!
เปรี้ยง!
ไทสูจู้อุทานในใจ ก่อนเหวี่ยงทวนมาต้านง้าวของลิโป้อย่างลนลาน แม้จะสกัดง้าวนี้ไว้ได้ กระนั้นก็ไม่อาจพลิกกลับมาคุมเชิงได้อีก
น่าอัปยศจริง ๆ แม้แต่ลิโป้ที่กำลังอ่อนแรงเช่นนี้ ตนยังก็สู้ไม่ได้ ไทสูจู้ผู้เคยไร้พ่ายถึงกับท้อแท้
ช่วงเวลาสิ้นหวังนั้นเอง…
“ไอ้หน้าอ่อน เตียนอุยผู้นี้มาแล้ว!”
ลิโป้ที่เพิ่งจัดการไทสูจู้ไปก็ได้ยินเสียงคำรามฟ้าร้องดังก้องข้างหู จิตใจที่ตึงเครียดของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ
ครั้นก็ได้สติกลับมา ก็เห็นเตียนอุยได้มาถึงตรงหน้าแล้ว!
“ไอ้หน้าอ่อน ตายเสีย!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ความใจเสียของไทสูจู้ย้ายไปอยู่ที่ลิโป้ในพริบตา
ถึงคราวลิโป้คิดว่า ‘ฉิบหายแล้ว’ และเหวี่ยงง้าวมาสกัดกั้นด้วยความลนลานบ้าง
เตียนอุยตบม้าควบตะบึงเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมทวนคู่ กล้ามเนื้อแขนที่ปูดโปนทั้งสองข้างบ่งบอกว่าเขาจะใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีไปกับการโจมตีนี้ โถมทวนทั้งสองอันปะทะง้าวกรีดนภาฉับพลัน!
เคร้ง!!!
ลิโป้ผู้ไม่ยอมปล่อยง้าวร่างกระเด็นลอยไปกลางอากาศ! สภาพเดียวกับทวนของจูล่ง เขาตกอยู่แทบเท้ากองทัพเป๊งจิ๋ว ร่วงลงกับพื้นอย่างแรง!
เป็นอีกครั้งที่เตียนอุยโจมตีจนลิโป้ลอยกระเด็นออกไป!
“แก… อั่ก!”
ลิโป้โกรธแค้นจนกระอักเลือด บวกกับแรงรับพลังโจมตีเข้าไปสุดกำลัง ครั้นได้ลงไปนอน ร่างกายก็หมดสติไปทันที
ฝั่งกองทัพเป๊งจิ๋วมึนงง ถึงขนาดลืมเข้าไปดูอาการเขา เทพสงครามที่พวกเขามองว่าไร้พ่ายมาโดยตลอด กลับพ่ายลงอีกครั้งด้วยการด้วยน้ำมือชายร้ายกาจตรงหน้า
เมื่อมองหน้ารูปชั่วถือทวนคู่ทรงพลัง กองทหารม้าหมาป่าแห่งเป๊งจิ๋วก็ตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก ทั้งกองทัพ เป๊งจิ๋วตกอยู่ในความตื่นตระหนก และยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
“ผู้ตรวจการเต๊ง เจ้ายังอยากจะรบอีกไหม?”
จนกระทั่งเล่าเจี้ยงปริปากถาม เต๊งหงวนถึงได้สติกลับมาจากความหวาดหวั่น ในตาเหลือเพียงความหวาดกลัว
น่าขันนัก! นี่จะใช้อะไรมาสู้ได้อีก!!
“ขุนพลพิทักษ์ ขะ… ข้ายินดีปฏิบัติตามคำสั่งขุนพลพิทักษ์ และถอนทัพกลับไปที่ค่าย”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า แล้วโบกมือส่งสัญญาณให้เต๊งหงวนรีบออกไป
เต๊งหงวนเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก หลังสั่งคนพาลิโป้ที่หมดสติถอนทัพกลับทันที ไม่นานก็หายลับไปจากสายตา
ตั๋งโต๊ะควบม้ามาอยู่ตรงหน้าเล่าเจี้ยง ทว่าแววตาเจือไปด้วยความไม่เต็มใจเล็กน้อย
“ขุนพลพิทักษ์ บัดนี้กองทัพเป๊งจิ๋วสับสนวุ่นวาย ไยไม่ใช้โอกาสนี้โจมตีและสังหารพวกเขาเล่า? เราจะต้องชนะเป็นแน่!”
เล่าเจี้ยงย่นคิ้วเข้าหากัน ตั๋งโต๊ะผู้นี้ได้คืบจะเอาศอกจริง ๆ ตนช่วยเขาจัดการกับลิโป้ให้แท้ ๆ กลับคิดจะให้ตัวเองลงแรงเข่นฆ่าอีก
“ไม่ต้องแล้ว แม่ทัพตั๋งโต๊ะวางแผนจะดึงลิโป้มามิใช่หรือ? หากครานี้เจ้าส่งคนไป น่าจะไม่ถูกปฏิเสธ”
“จริงหรือ?”
ตั๋งโต๊ะตกตะลึง สายตาเต็มไปด้วยความละโมบ ลิโป้แข็งแกร่งถึงขนาดต้องรวมพลังของสามผู้บัญชาการในจวนเล่าเจี้ยงเข้าด้วยกันจึงจะเอาชนะเขาได้ หากตนได้ลิโป้มาเป็นพวก จะมีใครในใต้หล้ากล้าเป็นศัตรูกับเขากัน
เล่าเจี้ยงไม่สนใจตั๋งโต๊ะ เพียงออกคำสั่งพลางหันหัวม้ากลับทันที
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ อย่าลืมเรื่องที่เจ้าสัญญากับข้าก่อนหน้านี้เสียเล่า”
หลังจากลั่นวาจาไว้ดังนั้น เล่าเจี้ยงก็นำกองกำลังจากไป ทั้งสนามรบเหลือเพียงตั๋งโต๊ะและกองทหารนับหมื่นใต้บัญชาเขา
“นายท่าน ลิโป้เป็นขุนศึกที่ทรงพลังก็จริงอยู่ ทว่านายท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าขุนศึกใต้บัญชาทั้งสามของเล่าเจี้ยงก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน เกรงว่าเราคงแข็งข้อได้ยาก”
ตั๋งโต๊ะพยักหน้า หลังประสบกับศึกในวันนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจความต่างระหว่างตนกับเล่าเจี้ยง
“ถูกต้อง ข้าจะต้องได้ลิโป้มา! เจ้ารีบไปถ่ายทอดคำสั่งให้ลิซกไปเยี่ยมลิโป้อีกครั้ง และต้องดึงคนผู้นี้มาให้ข้าให้ได้!”
คล้ายกับตั๋งโต๊ะมองเห็นอนาคต ตนจะครอบครองเมืองหลวงและเอาชนะเล่าเจี้ยงได้หรือไม่นั้น… ขึ้นอยู่กับลิโป้!
…
ทางตอนเหนือของเมืองลกเอี๋ยง ค่ายของขุนพลพิทักษ์
หลังจากเล่าเจี้ยงนำกองทัพกลับค่าย ก็เรียกแพทย์สนามมาทันที ไม่ว่าจูล่งจะยืนยันว่าไม่เป็นไรแแค่ไหน นายท่านก็ยังคงไม่สบายใจ
จวบจนตรวจแล้วหลายครั้ง หมอทหารยืนยันซ้ำหลายหนว่าไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไร แค่จำเป็นต้องพักผ่อน เล่าเจี้ยงถึงได้สบายใจในที่สุด
“จูล่ง ประมือกับลิโป้หนนี้เจ้ามีความเห็นอะไรบ้างไหม?”
เมื่อกล่าวถึงลิโป้ สีหน้าจูล่งดูตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งมือยังสั่นเทา เห็นทีคงได้ความประทับใจมาไม่น้อย
“นายท่าน ลิโป้เปรียบเหมือนเทพสงครามนั้นไม่ใช่คำโกหกแน่นอน ไม่ว่าจะวิชาง้าว พละกำลัง ความยืดหยุ่นหรือความเร็ว ล้วนเหนือชั้นกว่าข้า ครานี้ข้าจะไม่บ่นที่พ่ายแพ้ แต่ยอมรับด้วยใจจริง”
ถึงตอนนี้ หากโวยวายว่า ‘ข้าไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แค่พลาดไปหนึ่งกระบวนท่าเท่านั้นเอง’ คงดูเสแสร้งยิ่ง แพ้ก็คือแพ้ ไม่มีอะไรที่จูล่งยอมรับไม่ได้
ไม่นึกเลยว่าจูล่งจะพูดตรงกับเตียนอุย
“เห็นไหม! ข้าไม่ได้โกหก ไอ้หน้าอ่อนนั่นเก่งมากจริง ๆ! ครั้งแรกข้าโชคดี ทำให้ม้าของมันขาหักได้ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแน่”
เล่าเจี้ยงรู้ว่าเตียนอุยจะไม่ยอมรับว่าแพ้ง่าย ๆ น่าจะเป็นเพราะว่าได้เห็นกำลังทั้งหมดของลิโป้ในวันนี้ จึงพูดจาที่ไม่สมกับเป็นตัวเองออกมา
“จืออี้ แล้วเจ้าเล่า?”
ครั้นไทสูจู้ได้ยินนายท่านถามเช่นนั้น ก็หน้าสั่นไปครู่หนึ่ง วันนี้เขาอัปยศอดสูมากจริง ๆ
“นายท่าน ข้าไร้ความสามารถ แม้แต่ลิโป้ที่เหนื่อยล้าไร้กำลังก็มิอาจเอาชนะได้ หากลิโป้ออกกำลังทั้งหมด เกรงว่า… ข้าคงยืนหยัดอยู่ได้ไม่นาน…”
สิ่งที่ทำให้เล่าเจี้ยงประหลาดใจมากที่สุดคือไทสูจู้ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายไม่เพียงแต่เอาชนะลิโป้ไม่ได้ แต่กลับเกือบสิ้นชื่ออยู่ใต้ง้าวของลิโป้แล้ว
ทั้งจวนขุนพลพิทักษ์ ไม่มีใครลุยเดี่ยวกับลิโป้ได้สักคน!