พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 329 วางยาลอบสังหาร
บทที่ 329 วางยาลอบสังหาร
ณ เมืองหลวงลกเอี๋ยง พระราชวัง ตำหนักเฟิงหลวน
โฮไทเฮากำลังเอนกายนอนสบายอยู่บนตั่ง เพลิดเพลินไปกับการนวดจากนางกำนัลทั้งสี่ ซึ่งเหมือนไม่ใช่โฮไทเฮาผู้สิ้นหวังเมื่อครึ่งปีก่อนเลย
นางโชคดีมาก
โชคดีที่ตั๋งโต๊ะเป็นชายบ้ากาม!
ครึ่งปีมานี้ ภายใต้การปรนนิบัติอย่าง ‘ใส่ใจ’ ของโฮไทเฮา ตั๋งโต๊ะได้หมอบราบคาบอยู่ใต้ชายกระโปรงนางแล้ว กลอุบายแปลกใหม่ผุดขึ้นมาอย่างไม่มีสิ้นสุด ทำให้ตั๋งโต๊ะไม่สนใจเรื่องการเมืองโดยสิ้นเชิง และแทบอยากนอนกกอยู่กับพระนางตลอดเวลา
ตั๋งไทฮองไทเฮาผู้เคยเป็นที่โปรดปรานของตั๋งโต๊ะมาก่อนถูกลืมไปนานแล้ว หากไม่ใช่เพราะเล่าเหียบยังเป็นฮ่องเต้อยู่ โฮไทเฮาคงหาโอกาสสังหารนางไปนานแล้ว!
ถึงกระนั้น ตอนนี้โฮไทเฮาก็ยังเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้ตั๋งโต๊ะใกล้จะยอมโอนอ่อนผ่อนตามนางทุกอย่าง ไม่ปฏิบัติต่อนางอย่างโหดร้ายเหมือนอย่างตอนแรกอีก
“ไทเฮาเพคะ ดูเหมือนโอกาสที่องค์ชายใหญ่จะขึ้นครองราชย์ใกล้เข้ามานะเพคะ”
โฮไทเฮาปรายตามองนางกำนัลก่อนพยักหน้าเบา ๆ
นางกำนัลผู้นี้คือคนที่พระนางไว้วางใจมากที่สุด ยามมีเรื่องอะไรก็มอบหมายให้ไปทำตลอด ด้วยเหตุนี้สายสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและบริวารนี้จึงไม่ธรรมดา
“หลันเอ๋อร์ ช่วงนี้เปียนเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไทเฮาโปรดวางพระทัย ตอนนี้องค์ชายใหญ่สนุกสนานไร้กังวล รอเพียงสืบทอดบัลลังก์เท่านั้นเพคะ!”
นางกำนัลที่ชื่อหลันเอ๋อร์โพล่งออกมา เห็นได้ชัดว่าแม้แต่ดูแลเล่าเปียนนางก็เป็นคนรับผิดชอบ
“อืม เช่นนั้นเราก็สบายใจ ปล่อยเจ้าเด็กเล่าเหียบนั้นได้หยิ่งผยองไปอีกสักสองสามวัน อีกไม่นานเราก็จะดึงมันลงมาได้แล้ว!”
ตอนนี้ในราชสำนักมีเสียงตั๋งโต๊ะเพียงเสียงเดียว เชื่อว่าไม่ว่าใครจะเป็นฮ่องเต้ ตั๋งโต๊ะจะไม่คัดค้านอะไรทั้งสิ้น
เมื่อโฮไทเฮานึกถึงตั๋งโต๊ะก็อดแก้มซับสีขึ้นมาไม่ได้ คร้้นมองดูเวลา คาดว่าเขาใกล้จะมาหาแล้ว
ปัง!
เสียงประตูเปิดดังก้อง ตามมาด้วยทหารหลายสิบนายกรูกันเข้ามา
โฮไทเฮากริ้วมาก ด้วยการสนับสนุนของตั๋งโต๊ะทำให้ครึ่งปีมานี้สถานะของนางเปลี่ยนไปไม่น้อยเมื่อเมื่อเทียบกับในอดีต ใครมันอาจบุกเข้าตำหนักนางกัน!
“พวกเจ้ากล้ามากนะ ริอ่านบุกเข้าตำหนักเรา ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ!?”
ในเวลานี้เอง ทหารก็แยกไปประจำการสองฝั่ง เปิดทางให้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากตรงกลางอย่างช้า ๆ
“โฮไทเฮาช่างหยิ่งผยองเหลือเกินนะพ่ะย่ะค่ะ”
โฮไทเฮามองเห็นผู้พูดได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังจำได้ในทันที
“ลิยู…”
ลิยูกุมมือคำนับโฮไทเฮา ก่อนแย้มยิ้มพร้อมทักทาย
“ถวายบังคมโฮไทเฮา”
โฮไทเฮารู้สถานะของลิยูอยู่แล้ว จึงไม่กล้าขัดแย้งกับเขาง่าย ๆ
“ที่นี่คือวังหลัง ใต้เท้ามาผิดที่หรือเปล่า?”
รอยยิ้มกุนซือผู้มาเยือนยิ่งแสยะกว้างขึ้น ก่อนเขาจะโบกมือ ให้ทหารลากเด็กคนหนึ่งออกมา
“เปียนเอ๋อร์!”
โฮไทเฮามองปราดเดียวก็มองออกแล้วว่าคนที่โดนกุมตัวไว้คือเล่าเปียน จึงก้าวไปจะช่วยโดยไม่รู้ตัว แต่กลับถูกดาบยาวคมปลาบบังคับให้ถอยหลังกลับไป
“ใต้เท้าลิ นี่เจ้าจะทำอะไร ผู้สำเร็จราชการตั๋งเล่า? ข้าอยากเจอผู้สำเร็จราชการตั๋ง!”
ลิยูไม่ตอบ แค่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทหารที่อยู่ข้างหลังเขาพลันรีบรุดไปข้างหน้าเข้าควบคุมโฮไทเฮาอย่างรวดเร็ว
“ลิยู! เจ้าจะทำอะไร! เจ้าจะกบฏหรือ ข้าอยากพบผู้สำเร็จราชการตั๋ง!”
ลิยูไม่อาจละสายตาจากดวงหน้าและอาภรณ์ของโฮไทเฮาได้ มิน่าเล่าตั๋งโต๊ะถึงตัดใจทิ้งไม่ลง พระนางมีเสน่ห์มากจริง ๆ บวกกับสถานะไทเฮาด้วยแล้ว ใครในใต้หล้าจะต้านทานความยั่วยวนได้
กุนซือทรราชก้าวไปข้างหน้า ใช้มือสัมผัสแก้มโฮไทเฮาเบา ๆ
“ผิวดี ๆ เช่นนี้ ช่างน่าเสียดายยิ่ง”
โฮไทเฮาทั้งอับอายทั้งโกรธเกรี้ยวระคนกัน อย่างไรเสียนางก็เป็นไทเฮาแห่งแผ่นดิน จะยอมให้คนอื่นมาดูหมิ่นได้หรือ นางยอมจำนนต่อตั๋งโต๊ะด้วยไม่มีทางเลือกและสร้างคุณประโยชน์ให้ลูกชาย แล้วบัดนี้จะให้คนอย่างลิยูมาทำกำเริบเสิบสานได้อย่างไร?
“ลิยู เจ้าบังอาจนักนะ ไม่กลัวผู้สำเร็จราชการตั๋งจะลงโทษเจ้าหรือ!”
กุนซือทรราชถอยหลังไปสองสามก้าว ต้องขอบคุณพระนางแล้วที่ช่วยเตือนสติ เขาเปลี่ยนท่าทีเป็นเคร่งขรึมฉับพลัน
“ผู้สำเร็จราชการตั๋งมีรับสั่งให้ส่งโฮไทเฮากับองค์ชายใหญ่เล่าเปียนไปพบกับพระเจ้าเลนเต้บนสวรรค์!”
“อะไรนะ!”
โฮไทเฮาเขากรีดร้องด้วยความตกใจ มองลิยูด้วยสายตาเบิกกว้าง มิอาจยอมรับสิ่งที่ตัวเองได้ยินได้
“ลิยู เจ้าพูดสิ่งใด?”
ลิยูไม่อยากเปลืองน้ำลายเลยสักนิด เขาโบกมือออกคำสั่งทันที ทหารมากมายก้าวไปข้างหน้า และเริ่มเทยาพิษกรอกเข้าปากโฮไทเฮากับเล่าเปียน
“อึก…”
โฮไทเฮายังคงขัดขืนสุดชีวิต ทว่าคนที่จับนางไว้ล้วนเป็นทหาร ไหนเลยจะดิ้นหลุดได้!
ไม่ช้าองค์ชายใหญ่เล่าเปียนก็ล้มลงอย่างไร้ทางสู้ เด็กชายน้ำลายฟูมปากก่อนสิ้นสติไป ตามมาด้วยโฮไทเฮาล้มลงกับพื้นเช่นเดียวกัน เพียงแต่นางยังคงจ้องมองลิยูด้วยความโกรธ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้น
“ลากนางกำนัลพวกนี้ไปฆ่าเสีย!”
พวกนางกำนัลตกใจกรีดร้องขึ้นมาทันใด แต่น่าเสียดายทหารเหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องจักรสังหาร ไม่เข้าใจว่าอะไรคือรักหยกถนอมบุปผาเลยสักนิด แค่รุมทุบตีพวกนางแล้วลากออกไปอย่างหมูตาย
“พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด ข้าจะไปดูว่าโฮไทเฮาผู้นี้สิ้นแล้วหรือไม่”
เมื่อพวกทหารได้ยนคำสั่งของลิยูก็พากันเดินออกไป เหลือเพียงกุนซือทรราชกับสองแม่ลูกที่ไม่รู้เป็นหรือตายอยู่ในห้อง
“โถ ๆ โฮไทเฮา น้องสาวคนขายเนื้อโฮจิ๋น เจ้าบอกว่าตนเองยินดีทำได้ทุกอย่าง ทว่าสุดท้ายก็ยังเปลืองตัวโดยเสียเปล่า”
“หึ น่าเสียดาย น่าเสียดาย”
ลิยูก้มตัวนั่งลง ใช้มือลูบแก้มโฮไทเฮาเบา ๆ อีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน
…
สามวันต่อมา ตำหนักหย่งเล่อได้จัดประชุมอีกครั้ง คราวนี้ตั๋งโต๊ะออกคำสั่งฝ่าฝันถึงประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องเข้าร่วม แม้จะเป็นอัมพาตติดเตียง แบกมาได้ก็ต้องแบกมา!
เมื่อถูกบังคับจากความโหดร้ายของตั๋งโต๊ะ บรรดาขุนนางไม่กล้าฝ่าฝืนใด ๆ พวกเขาก็มารวมตัวกันที่ตำหนักหย่งเล่อ
พระเจ้าเหี้ยนเต้ หรือฮ่องเต้น้อยเล่าเหียบ ตลอดจนเหล่าขุนนางทยอยมาเข้าร่วม ทว่าไม่มีใครกล้าเปิดปากโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีใครกล้าลงมือทำอะไรทั้งนั้น เพราะยังมีอีกคนหนึ่งที่ยังมาไม่ถึง
ผู้สำเร็จราชการตั๋งโต๊ะ!
ตั๋งโต๊ะยังไม่มา ใครจะกล้าบุ่มบ่าม?
หลังจากรอมาเนิ่นนานก็ยังไม่มีวี่แววผู้เรียกประชุม บรรดาขุนนางก็เริ่มพร่ำบ่นในใจ และยิ่งมีบางคนถึงกับคิดว่าตั๋งโต๊ะตายไปแล้วหรือเปล่า
ทว่าน่าเสียดายที่นี่เป็นเพียงการคาดเดา หากตั๋งโต๊ะตายง่ายขนาดนั้น คงไม่ยึดครองลกเอี๋ยงคนเดียวได้หรอก
ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ ในที่สุดเสียงชุดเกราะดังขึ้นจากด้านนอกตำหนัก เหล่าขุนนางต่างรู้ นี่หมายความว่าตั๋งโต๊ะมาแล้ว!
ทุกครั้งที่ตั๋งโต๊ะเข้าประชุมจะนำทหารจำนวนมากมาด้วย และจะมีลิโป้ติดตามข้างกายเสมอ
“ต้อนรับผู้สำเร็จราชการตั๋งเข้าประชุม!”
เสียงตะโกนแหลมเล็กดังขึ้น เหล่าขุนนางพากันกุมมือโค้งคำนับ แม้แต่พระเจ้าเหี้ยนเต้ตัวน้อยก็ลุกขึ้นยืน
ตั๋งโต๊ะสวมชุดเกราะ ติดดาบข้างเอว พลางเดินอาด ๆ อย่างมีอำนาจเข้าตำหนัก ทหารที่พามาด้วยหาได้หยุดอยู่นอกตำหนักเหมือนก่อน แต่กรูกันเข้ามาในตำหนักหย่งเล่อ อีกทั้งหน้าประตูยังมีขุนพลอีกคนเฝ้าอยู่ คือรองแม่ทัพ ลิโป้นั่นเอง
“ยินดีต้อนรับท่านสมุหนายก!”
ในขณะที่ตั๋งโต๊ะเดินหน้าต่อไป บรรดาขุนนางก็รีบทำความเคารพ ด้วยกลัวว่าจะไปยั่วยุโจรชั่วแห่งชาติผู้โหดร้ายคนนี้ให้โกรธเกรี้ยวเข้า
“ทุกท่านไม่ต้องมากพิธี เชิญลุกขึ้นเถิด!”
พวกขุนนางพากันยืนขึ้น โดยที่ทั้งหมดยังก้มหน้า ไม่มีใครกล้าสบตาผู้สำเร็จราชการเลย
ตั๋งโต๊ะเดินไปมาบนแท่นพิธี สายตากวาดมองเหล่าขุนนางเบื้องล่างไม่หยุด
“วันนี้เป็นวันพิเศษ ข้ามีหลายเรื่องต้องปรึกษากับขุนนางทุกท่าน! จริงสิ ยังมีอีกคนต้องหวนคืนเข้ามาราชสำนักของข้า!”
บรรดาขุนนางต่างขมวดคิ้ว ในใจสงสัยว่าใครคือผู้โชคร้ายตกเข้ามาในถ้ำเสือแห่งนี้กัน!
ตั๋งโต๊ะผายมือไปที่ประตูตำหนัก ขันทีเข้าใจสัญญาณทันที จึงรีบแหกปากตะโกนอีกครั้ง
“เชิญขุนพลพิทักษ์เล่าเจี้ยง!”