พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 332 เหล่าแม่ทัพแย่งผลงาน
บทที่ 332 เหล่าแม่ทัพแย่งผลงาน
จวนผู้สำเร็จราชการ เมืองลกเอี๋ยง
หลังจากจบการประชุม ตั๋งโต๊ะก็เชิญเล่าเจี้ยงไปจวนของตัวเอง
ตอนนี้กองทัพกบฏค่อย ๆ ใกล้เข้ามาแล้ว ตั๋งโต๊ะก็ต้องเริ่มจัดเตรียมกำลังอย่างยิ่งใหญ่ไว้คอยท่าด้วย
“ขุนพลพิทักษ์ ไอ้โจรชั่วแซ่อ้วนสองคนนั้นกบฏต่อราชสำนัก ช่างน่าชังนัก ทว่าพวกเขามีกองทัพที่แข็งแกร่ง จะไม่เตรียมป้องกันมิได้!”
“บัดนี้อ้วนเสี้ยวได้ระดมเจ้าเมืองทุกเมืองในกวนตงเตรียมเข้ารวมกองกำลังกันแล้ว! อ้วนสุดยิ่งกำเริบเสิบสานกว่า ริอ่านสังหารจางจื่อ เจ้าเมืองลำหยงที่ข้าส่งไป ตอนนี้ตั้งทัพอยู่กับกบฏซุนเกี๋ยน! ขุนพลพิทักษ์เก่งกาจการรบทัพจับศึก ลองเสนอความเห็นให้ข้าดูสักหน่อยเถิด!”
เล่าเจี้ยงไม่ได้ตอบในทันที กลับกันจมอยู่ในความคิด
หากเป็นไปตามประวัติศาสตร์ อ้วนเสี้ยวจะหยุดอยู่ที่ซวนจ่าว ส่วนอ้วนสุดจะหยุดอยู่ที่หลู่หยางไม่เคลื่อนพลมา กระนั้นใครเล่าจะรับประกันได้ว่าสองคนนี้จะไม่ร่วมทัพกัน?
สิ่งที่ทำให้เล่าเจี้ยงรู้สึกไม่สบายใจมากที่สุดในตอนนี้คือไม่เพียงแต่ต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานของสองอ้วน แต่ยังต้องระวังการรุกรานของกองทัพคลื่นขาวแห่งเหอตง เจ้าเมืองโห้ลายของอองของด้วย ใช้คำว่ารอบด้านถูกปิดล้อมทุกด้านมาอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันก็ไม่เกินจริงเลย!
หลังจากครุ่นคิดหลายตลบ เล่าเจี้ยงก็ตัดสินใจปล่อยให้ตั๋งโต๊ะเป็นฝ่ายโจมตีก่อน หากสู้ไม่ได้ค่อยหนีก็ยังไม่สาย
“ผู้สำเร็จราชการตั๋ง กองทัพกบฏแข็งแกร่งเกรียงไกร เราจะให้สองอ้วนมารวมเข้าเป็นกองกำลังเดียวกันไม่ได้ มิสู้ถือโอกาสโจมตีในตอนที่พวกเขายังไม่รวมตัวกันจะดีกว่า”
ตั๋งโต๊ะพยักหน้าเล็กน้อย เขาก็คิดเช่นเดียวกัน ทว่าจะเลือกใครเป็นคนโจมตีนั้น นี่แหละคือปัญหาใหญ่
“ที่ขุนพลพิทักษ์กล่าวนั้นถูกที่สุด! เพียงแต่ยามนี้โห้ลายกับเหอตงล้วนมีกำลังเสริมของกลุ่มกบฏ ข้ารับมือป้องกันไม่ไหวจริง ๆ”
“เช่นนั้นผู้สำเร็จราชการตั๋งหมายถึง?”
“ข้าเตรียมจะให้แม่ทัพงิวฮู*[1] ไปต่อต้านกลุ่มกบฏในโห้ลายกับเหอตง เพียงแต่หนึ่งในสองอ้วนต้องขอรบกวนขุนพลพิทักษ์แล้ว”
เล่าเจี้ยงรู้ว่าตั๋งโต๊ะไม่มีทางส่งกองกำลังทั้งหมดของตัวเองไป และจะอยู่เฝ้ารักษาการณ์ในลกเอี๋ยง ส่วนคำขอนี้เขาเองก็คาดเอาไว้นานแล้ว
“ได้ เช่นนั้นรบกวนผู้สำเร็จราชการตั๋งส่งกองกำลังไปปราบอ้วนสุด ส่วนกองทัพพันธมิตรของอ้วนเสี้ยวข้าจะไปสกัดกั้นพวกเขาที่ด่านเฮาโลก๋วนเอง”
ตั๋งโต๊ะปีติยินดีทันที ความคาดหวังสูงสุดของเขาคือเล่าเจี้ยงสามารถไปต่อสู้กับอ้วนเสี้ยวได้ ถึงอย่างไรกองทัพใต้บัญชาอ้วนเสี้ยวก็คือกองทัพพันธมิตรจากทั่วแผ่นดิน แต่อ้วนสุดมีเพียงซุนเกี๋ยนคนเดียวเท่านั้น!
“เช่นนั้นก็ขอบคุณขุนพลพิทักษ์ยิ่งนัก เมื่อปราบกลุ่มกบฏได้แล้ว ข้าจะขอคุณงามความดีจากฝ่าบาทให้ขุนพลพิทักษ์ อย่างแน่นอน!”
การขอคุณงามความดีของตั๋งโต๊ะหาใช่แค่พูดไปงั้น ๆ ตอนนี้คำพูดของเขาเทียบเท่ากับพระบัญชาของฮ่องเต้แล้ว
“ขอบคุณผู้สำเร็จราชการตั๋ง เพียงแต่ที่พูดกับท่านลิยูก่อนหน้า ขอผู้สำเร็จราชการตั๋งอย่าลืมเด็ดขาด!”
เล่าเจี้ยงไม่ชอบให้คนอื่นสัญญาล้ม ๆ แล้ง ๆ กับเขา จึงเอ่ยเตือนตั๋งโต๊ะ
“ขุนพลพิทักษ์โปรดวางใจ ราชทูตเดินทางไปแล้ว ไม่มีปัญหาแน่นอน!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เล่าเจี้ยงก็ขอตัวลาก่อน!”
ตั๋งโต๊ะรีบผุดลุกขึ้นส่ง และยังกำชับขึ้นอีกครั้ง
“ขอขุนพลพิทักษ์เคลื่อนทัพโดยเร็ว และปราบปรามคนทรยศอ้วนเสี้ยวโดยเร็ว!”
หลังจากส่งเล่าเจี้ยงเสร็จ ตั๋งโต๊ะเรียกระดมแม่ทัพใต้บัญชาทุกคนทันที
จากการผ่านมาครึ่งปี ขุนพลใต้บัญชาตั๋งโต๊ะหาใช่มีแต่ลิฉุย กุยกีสองคนแล้ว ยังมีผู้มีความสามารถ ผู้กล้าจากเหอตง ซานฟู่และเลียงจิ๋วแย่งกันมาสวามิภักดิ์กับเขามากมาย
งิวฮู เป็นลูกเขยของตั๋งโต๊ะเช่นเดียวกับลิยู หลังจากตั๋งโต๊ะเข้าควบคุมราชสำนัก เขาก็จากซานฟู่มาสวามิภักดิ์ แถมยังนำกองกำลังมามากมาย! ซึ่งในนั้นมีเตียวเจ*[2] ฮัวหยง*[3] และคนอื่น ๆ ที่หาใช่คนธรรมดาจะเทียบได้
หลังจากตั๋งโต๊ะประกาศนิรโทษกรรมแก่พวกกบฏในเลียงจิ๋ว ก็มีผู้เก่งกาจหลายคนมาสวามิภักดิ์กับตั๋งโต๊ะ ซึ่งในนั้นมีโฮจิ้น*[4] หวนเตียว*[5] ลิบ้อง*[6] อ่องหอง*[7] และคนอื่น ๆ หาได้มาแต่ตัวลำพัง แต่นำกองกำลังทหารมาด้วยบ้างประปราย
ในบรรดาคนขอหลบภัยเหล่านี้ คนที่โดดเด่นที่สุดคงไม่พ้นซีเอ๋ง*[8] จากเมืองเสวียนถู ชาวเหลียวตง ความสามารถในการนำทัพไม่ธรรมดา และยังได้รับความสำคัญจากตั๋งโต๊ะ
กองกำลังใต้บัญชาของตั๋งโต๊ะมิอาจเทียบได้กับครึ่งปีก่อน บัดนี้มีทั้งหมดเกือบแสนคนแล้ว นี่คือสาเหตุที่ตั๋งโต๊ะกล้าใช้เล่าเจี้ยง
“แม่ทัพทุกท่าน บัดนี้เกิดการกบฏทั่วแว่นแคว้น ทว่าผู้นำหาใช่แค่สองอ้วนเท่านั้น! ขอเพียงแค่สังหารสองอ้วนได้ เช่นนั้นผู้เก่งกาจในใต้หล้าคงไม่ต้องกังวล และมาสวามิภักดิ์กับข้าแล้ว”
เมื่อเห็นขุนพลนั่งเต็มห้องโถงแล้ว ตั๋งโต๊ะรู้สึกภูมิใจขึ้นมาระลอกหนึ่ง ใช้คำว่า ‘คนมีความสามารถหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย’ มาอธิบายก็ไม่เกินจริงเลย!
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้าเห็นสองอ้วนนั่นเป็นเพียงหญ้ากอหนึ่ง การฆ่าพวกมันก็เหมือนกับเชือดหมูเชือดแกะ ลูกยินดีนำกองทัพเป๊งจิ๋วออกรบ และจะต้องเอาหัวของทั้งสองอ้วนมามอบให้แน่”
ลิโป้ลุกออกมาอย่างกล้าหาญ
ยามนี้กำลังของตั๋งโต๊ะเริ่มซับซ้อน และมีหลายฝ่ายมากขึ้น ตัวลิโป้เองพูดคุยกับคนอื่นไม่เก่ง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับขุนพลใต้บัญชาตั๋งโต๊ะจึงไม่ค่อยดีนัก โชคดีที่มีกองทหารเป๊งจิ๋วสามหมื่นนายอยู่ในมือ คนส่วนใหญ่จึงไม่กล้ายั่วยุ
อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากเลียงจิ๋วหรือจากสังกัดเดิมของตั๋งโต๊ะ พวกเขามิได้เห็นลิโป้เป็นลูกนายท่าน แต่เป็นขุนศึกที่ได้รับความโปรดปรานกว่าใครอื่น ซึ่งสร้างความริษยาในกองทัพอย่างยิ่ง นี่จึงบีบให้ลิโป้ร้อนใจอยากแสดงฝีมือมากขึ้น
“ฮ่า ๆ ๆ ได้ ข้ามีเฟิ่งเซียนอยู่ ก็ไม่มีเรื่องให้กังวลแล้ว”
จวบจนตอนนี้ ตั๋งโต๊ะยังคงไม่ลืมภาพที่ลิโป้ดวลเดี่ยวกับสองขุนพลใต้บัญชาเล่าเจี้ยงเลย การมีอยู่ของลิโป้ ทำให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้นจริง ๆ
“จะฆ่าไก่ไยต้องใช้มีดฆ่าวัว?*[9] มิต้องให้แม่ทัพลิโป้ออกโรง ข้าก็สามารถสังหารสองอ้วนนั่นได้”
ตามคาด ตั๋งโต๊ะยกย่องลิโป้กระตุ้นความขุ่นเคืองในหมู่ทหารสังกัดเก่า ฮัวหยงผุดลุกขึ้นชำเลืองมองลิโป้ตาขวาง
ลิโป้หรี่ตาลงเล็กน้อย สองมือกำแน่นไม่หยุด
ฮัวหยงผู้นี้ดูเหมือนจะประจบเขา แต่จริง ๆ แล้วคิดจะเตะตัดขาไม่ให้โอกาสเขาได้สร้างผลงาน
ลิโป้ทนอีกฝ่ายมานานแล้ว นี่หาใช่ครั้งแรกที่ฮัวหยงยั่วยุเขา เศษสวะเช่นนี้ ลิโป้มั่นใจว่าสามารถสังหารให้ตายด้วยมือเดียวได้
“แม่ทัพฮัว อย่าได้เอาชีวิตมาเสี่ยงเลย”
ตั๋งโต๊ะอยู่ด้วย ลิโป้ย่อมไม่กล้าระเบิดโทสะออกมา เขาทำได้เพียงเหยียดหยามอย่างคลุมเครือเท่านั้น
“หึ! ข้าสังหารสองอ้วนได้เหมือนเชือดไก่”
ฮัวหยงยิ่งคุยยิ่งล้ำเส้น ลิโป้เทียบว่าเป็นการเชือดหมูเชือดแกะ แต่ฮัวหยงกลับบอกเชือดไก่ เแปลได้ว่าไม่เห็นลิโป้อยู่ในสายตาเลย
“เจ้า!”
ลิโป้หมายจะระเบิดโทสะออกมา ตั๋งโต๊ะก็หยุดการขับเขี้ยวเคี้ยวฟันระหว่างสองคนไปเสียก่อน
“เอาเถิด! ตอนนี้ศัตรูอยู่เบื้องหน้า ใครให้พวกเจ้าทะเลาะกัน?”
ไม่ใช่เพียงลิโป้ยำเกรงบิดา แต่ฮัวหยงเองก็กลัวตายด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นตั๋งโต๊ะโกรธเกรี้ยวก็รู้สึกห่อเหี่ยวทันที
“โฮจิ้น ลิโป้ ฮัวหยงรับคำสั่ง!
มีอีกคนหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน รูปร่างดูค่อนข้างแข็งแกร่งมาก
“ขอรับ!”
“เราขอแต่งตั้งโฮจิ้นเป็นแม่ทัพมณฑล ลิโป้เป็นรองแม่ทัพมณฑล และฮัวหยงเป็นผู้บัญชาการทัพหน้า คุมกองกำลังสามหมื่นนาย ไปสู้รับจับศึกกับอ้วนสุดที่เมืองหลู่หยาง จำไว้ ไอ้กบฏอ้วนสุดกับซุนเกี๋ยนสองคนล้วนมีความแค้นกับข้า ห้ามปล่อยเขาไปเด็ดขาด”
โฮจิ้นเปรมปรีดิ์ขึ้นมาทันที ตำแหน่งแม่ทัพมณฑลนั้นไม่ธรรมดา มีสิทธิ์เด็ดขาดก่อนเริ่มสงคราม และที่สะใจสุด ๆ คือลิโป้ต้องเชื่อฟังคำสั่งตัวเอง
“ข้าน้อยจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างสุดชีวิต จะตัดหัวอ้วนสุดกับซุนเกี๋ยนมามอบให้ผู้สำเร็จราชการตั๋งแน่นอน!”
ตั๋งโต๊ะพยักหน้าด้วยความพอใจ เมื่อเปรียบโฮจิ้นกับลิโป้แล้ว ตั๋งโต๊ะเชื่อใจโฮจิ้นมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกน้องจากซีเป่ยของตัวเอง
“เฟิ่งเซียนลูกพ่อ คราวนี้ร่วมมือกับแม่ทัพโฮให้ดี ๆ ห้ามหุนหันพลันแล่นเด็ดขาด”
ตั๋งโต๊ะจัดแจงเช่นนี้ก็เกือบแทบล้มประดาตาย ขุนพลจากเลียงจิ๋วกับเป๊งจิ๋วขัดแย้งกันไม่พัก น่าปวดหัวนัก ตนหวังว่าจะใช้โอกาสออกรบหนนี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายปรองดองกันบ้าง
“ลูกรับคำสั่ง และจะร่วมมือกับแม่ทัพโฮอย่างดีแน่นอน!”
สีหน้าลิโป้ค่อนข้างเรียบเฉย ไม่แสดงความไม่พอใจออกมา ทว่าในใจคิดอะไรอยู่นั้นก็มิอาจรู้ได้
[1] งิวฮู (牛辅) ขุนศึกผู้เป็นลูกเขยของตั๋งโต๊ะ เมื่อตั๋งโต๊ะถูกกำจัดจึงขนสมบัติหหนี แต่ถูกลูกน้องปล้นสังหาร
[2] เตียวเจ (张济) ขุนพลรับใช้ตั๋งโต๊ะ เดิมทีเป็นลูกน้องงิวฮู แต่โดนสั่งให้ไปออกรบสนับสนุนลิฉุยกับกุยกีแทน แล้วก็อยู่ใต้สองคนนั้นเรื่อยมา ภายหลังพยายามขอละเว้นโทษจากอ้องอุ้น ผู้นำคนใหม่ในราชสำนัก แต่กาเซี่ยงเป่าหูอ้องอุ้นให้ประหารเขาเสีย
[3] ฮัวหยง (华雄) ขุนพลคนสำคัญของตั๋งโต๊ะ มีฝีมือรองจากลิโป้ ไหล่เรียวคล้ายลิง หน้าคล้ายเสือดาว สูงหกศอกเศษ เป็นผู้ต้านทัพพันธมิตร 18 หัวเมืองที่ด่านกิสุยก๋วน และทำให้กองทัพซุนเกี๋ยนแตกกระเจิง ตามวรรณกรรม เขาถูกกวนอูสังหารภายในเวลาชายังไม่หายอุ่นในการดวลตัวต่อตัว แต่ตามประวัติศาสตร์ เขาถูกกวนอูชิงลงมือสังหารระหว่างทำศึกกับซุนเกี๋ยน
[4] โฮจิ้น (胡軫) ขุนศึกของตั๋งโต๊ะ เป็นผู้ทรงอิทธิพลจากแคว้นเลียงจิ๋ว ไม่ถูกกับลิโป้ ภายหลังเข้าร่วมกับลิฉุยและกุยกี
[5] หวนเตียว (樊稠) เป็นขุนพลคนสนิทคนหนึ่งของตั๋งโต๊ะ หลังจากตั๋งโต๊ะเสียชีวิต หวนเตียวร่วมมือกับลิฉุย กุยกี และเตียวเจ
[6] ลิบ้อง (李蒙) ขุนพลของตั๋งโต๊ะ ต่อมากลายเป็นลูกน้องลิฉุย ช่วยลิฉุยชิงราชธานีคืนจากลิโป้ แต่ถูกเจ้านายสังหารเพราะแพ้ศึกม้าเท้งหันซุย แม้ชื่อจะคล้าย แต่เป็นคนละคนกับลิบองแห่งง่อก๊ก
[7] อ่องหอง (王芳) ขุนนางของตั๋งโต๊ะ ต่อมาอยู่กับอ้องอุ้น
[8] ซีเอ๋ง (徐荣) ขุนศึกของตั๋งโต๊ะ มีผลงานพิชิตซุนเกี๋ยนและโจโฉ ต่อมาทำงานกับอ้องอุ้น แต่ถูกลิฉุยกับกุยกีสังหาร
[9] จะฆ่าไก่ไยต้องใช้มีดฆ่าวัว (杀鸡焉用宰牛刀) ใช้เปรียบเปรยการทุ่มใช้กำลังอันมากมายเพื่อผลลัพธ์อันน้อยนิด ซึ่งมันจะไม่คุ้มค่ากับที่ได้ลงแรงไป