พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 61 เล่าเจี้ยงมันเป็นใครกัน
บทที่ 61 เล่าเจี้ยงมันเป็นใครกัน
อำเภอฮั่วลู่ถูกกองทัพโพกผ้าเหลืองล้อมไว้ และสามารถบุกเข้าโจมตีได้ทุกเมื่อ
“ท่านนายอำเภอ ทัพโจรเข้าบุกโจมตีเมืองอีกแล้ว ทหารเฝ้าเมืองของเราเหลือแค่สองร้อยกว่าคน เกรงว่าจะต้านไว้ไม่อยู่แล้วขอรับ!”
ทั่วร่างผู้นำทหารประจำอำเภอเต็มไปด้วยเลือด ราวกับผ่านเหตุการณ์โชกโชนมา เขายืนหยัดอยู่บนกำแพงเมืองมานานหลายวันแล้ว
นายอำเภอจอสิว*[1] ทอดมองไปนอกเมือง ในตาไม่มีแววตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
“รีบไประดมชาวบ้านในเมืองมา ให้พวกเขาช่วยรักษาเมืองไว้ บอกแก่พวกเขาว่า หากถูกโจรโพกผ้าเหลืองตีเมืองแตก คงเสียงดังอึกทึกวุ่นวายจนมิอาจสงบได้แน่!”
ผู้บัญชาการทหารประจำอำเภอกุมมือรับคำสั่ง แล้วรีบวิ่งไปยังกลางเมือง
เมื่อเห็นกองทัพโพกผ้าเหลืองเบื้องล่างมาอย่างเอิกเกริก จอสิวไม่ค่อยกังวลมากเท่าไร
แม้กลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองจะมีคนนับพัน ทว่าแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกเสเพล ส่วนใหญ่ไม่มีแม้แต่อาวุธ อาศัยแค่บันไดปีนสามอันง่าย ๆ โจมตีเมือง
หากเป็นทหารโพกผ้าเหลืองแบบมาตรฐาน เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จะต้านการโจมตีของคนนับพันคนได้อย่างไร? และคงถูกตีแตกไปนานแล้ว
หัวหน้ากลุ่มโพกผ้าเหลืองมองกำแพงดินที่สูงแค่ไม่กี่จั้ง ก็รู้สึกขุ่นเคืองพิกล
ทั้ง ๆ ที่กำลังทหารของตัวเองมีมากกว่ากองทัพหลวงหลายเท่าตัว แต่ก็ยังโจมตีไม่ได้เสียที และไม่กี่วันมานี้ กลับเป็นฝ่ายตนเสียเองที่ล้มตายบาดเจ็บสาหัส
นายอำเภอผู้นี้น่ารังเกียจจริง ๆ ไม่เพียงไม่ทอดทิ้งเมืองหลบหนีไป กลับต่อต้านมาตลอด
เวลาที่ท่านนายทัพให้ยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ จำต้องตีเอาอำเภอฮั่วลู่มาโดยเร็ว ไม่เช่นนี้แม้แต่ชีวิตก็คงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว!
“คนบนนั้นฟังให้ดี รีบเปิดประตูยอมแพ้เสีย ทหารโพกผ้าเหลืองนับหลายหมื่นของเราตีอำเภอเจินติ้งได้แล้ว ตอนนี้กำลังเคลื่อนทัพมาที่นี่ หากยังไม่ยอมแพ้อีก เมื่อทัพใหญ่มาถึง ภายในเมืองต้องวุ่นวายแน่!”
“อะไรนะ!?”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา พวกทหารที่อยู่บนกำแพงต่างก็ตื่นตระหนก และเริ่มกระซิบกระซาบกัน
“ไม่คิดเลยว่ากลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองจะมีกำลังเสริม? ทั้งยังหลายหมื่นคนด้วย?”
“พวกเรามีแค่สองร้อยกว่าคน จะต้านอย่างไร!”
“หากไม่ได้จริง ๆ ก็…”
จอสิวเห็นพวกทหารโดนขู่ขวัญสำเร็จ ก็รีบก้าวไปข้างหน้า พลางตะโกนไปทางหัวหน้ากลุ่มโพกผ้าเหลือง
“โจรชั่วอย่ามาสร้างความแตกตื่น อย่าว่าแต่โจรโพกผ้าเหลืองที่อำเภอเจินติ้งเลย ต่อให้เตียวก๊กมา ข้าก็ไม่กลัว!”
หัวหน้ากลุ่มโพกผ้าเหลืองโกรธเกรี้ยว หากไม่ใช่เพราะคนเบื้องหน้า เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้คงยึดไปได้แล้ว
“เจ้าไอ้ขุนนางชั่วสมควรตาย! วันนี้ตีเมืองนี้ไม่ได้ ข้าจะไม่ถอนทัพ! เมื่อข้าจับเจ้าได้ จะลอกหนังเลาะกระดูก ให้เจ้าได้ตายอย่างไร้ที่ฝังกลบ!”
“ฮ่า ๆ ๆ”
จอสิวแหงนหน้าหัวเราะรวน ไม่สนใจการข่มขู่เลยแม้แต่น้อย
“โจรกบฏ คิดว่าข้าจะตกใจกลัวหรือ? บอกความจริงเจ้าแล้วกัน ผู้บัญชาการทหารม้าเล่าเจี้ยงได้มาถึงเมืองเสียงสันแล้ว!”
ผู้บัญชาการทหารม้าเล่าเจี้ยง!
คำหกคำนี้ทำให้ค่ายกลของทหารโพกผ้าเหลืองสับสนวุ่นวายทันที
“อะไรนะ!”
“ปีศาจร้ายมาแล้วหรือ!”
บุคคลมีชื่อเสียงดุจต้นไม้มีเงา ภายในใจของกลุ่มโพกผ้าเหลือง เล่าเจี้ยงเปรียบเหมือนปีศาจก็ไม่ปาน
เขาตัดหัวโปไฉก่อน จากนั้นก็ตีทัพเตียวก๊กแตก ทหารโพกผ้าเหลืองหลายคนที่ได้ยินชื่อนี้ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะสู้
เมื่อหัวหน้ากลุ่มโพกผ้าเหลืองได้ยินคำว่าเล่าเจี้ยงสองคำก็สั่นไปทั่วร่าง พลันมองซ้ายแลขวา
“เล่าเจี้ยงมันเป็นใครกัน? เป็นเพราะมันไม่ได้เจอข้าต่างหาก! หากมันกล้ามาที่แห่งนี้ ข้าจักฆ่าด้วยมือตัวเอง!”
ในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าทัพ จะตกใจกลัวแค่ชื่อคนคนหนึ่งไม่ได้ จึงทำได้เพียงทำเป็นกล้าอวดดี
เพียงแต่ยิ่งพูดเสียงของเขายิ่งเบาลง สุดท้ายก็มีเพียงตัวเองที่ได้ยิน
จอสิวหัวเราะขึ้นมาอีกระลอก เขาบรรลุจุดประสงค์แล้ว กลุ่มโพกผ้าเหลืองที่อยู่เบื้องหน้าตกใจกลัวจนหัวหด
“ฮ่า ๆ ๆ ดี! เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อนเถิด ประเดี๋ยวผู้บัญชาการเล่าก็มาแล้ว!”
สิ้นเสียงก็ไม่เห็นหัวหน้ากลุ่มโพกผ้าเหลืองอีก พวกมันหมุนตัวเดินจากไป…
ในเวลานี้เอง ผู้บัญชาการทหารประจำอำเภอที่ไประดมพวกชาวบ้านก็กลับมา และได้ยินจอสิวเอ่ยถึงเล่าเจี้ยงพอดี ก็ปีติยินดีอย่างมาก
“ท่านนายอำเภอ แม่ทัพเล่าเจี้ยงจะมาจริง ๆ หรือ?”
จอสิวยิ้มอ่อน ทว่าในใจกลับแอบก่นด่า
ผู้บัญชาการผู้นี้ช่างโง่เขลาจริง ๆ ข้าจะรู้ได้เยี่ยงไรว่าเล่าเจี้ยงจะมาหรือไม่!
“ระดมผู้คนไปถึงไหนแล้ว?”
“มีผู้คนหลายร้อยคนกำลังทยอยขึ้นมาบนกำแพงเมืองแล้ว”
“รีบไปจัดการเถิด ห้ามปล่อยให้โจรโพกผ้าเหลืองขึ้นมาบนกำแพงเมืองได้เด็ดขาด!”
“รับทราบ”
เมื่อผู้บัญชาการทหารประจำอำเภอวางกำลังคนรักษาเมืองเสร็จแล้ว ทหารโพกผ้าเหลืองยังคงวุ่นวายอยู่
เมื่อเห็นกลุ่มโพกผ้าเหลืองมีหลายพันคนเช่นนี้ ความจริงแล้วล้วนเป็นตัวประกันที่จี้มาชั่วคราว ทั้งหนุ่มแข็งแรงแก่อ่อนแอไม่เสมอกัน
ทั้งปล้นสะดมไปด้วย จับตัวประกันไปด้วย นี่เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มโพกผ้าเหลืองอย่างหนึ่ง
“ท่านแม่ทัพ เล่าเจี้ยงจะมาจริงหรือขอรับ?”
หลังจากทหารโพกผ้าเหลืองถามคำถามนี้ออกมา ทหารที่เหลือต่างพากันจ้องไปที่หัวหน้าของพวกเขา
หากหัวหน้าพยักหน้า ไม่แน่คนไม่กี่พันคนนี้ก็อาจแตกซ่านไปก็ได้!
หัวหน้าถลึงตาใส่เขา ช่างพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดจริง ๆ! ก่อนทำได้เพียงแสร้งไม่กลัว
“เล่าเจี้ยงผู้นั้นเป็นคน พวกเราก็เป็นคน!”
“เล่าเจี้ยงผู้นั้นมีมือมีเท้า พวกเราก็มี!”
“เล่าเจี้ยงผู้นั้นมีดาบใหญ่ เราเองก็มีดาบใหญ่เหมือนกัน!”
ขณะกล่าวยังชูดาบเล็กในมือ รูปทรงอาวุธไม่ค่อยตรงคำพูดจนเจ้าตัวหน้าแดง
“สรุปคือ! พวกเราไม่ต้องตกใจ หากเล่าเจี้ยงมาจริง ข้าจักเป็นคนตัดหัวเขาเอง!”
เมื่อทหารโพกผ้าเหลืองได้ยินคำพูดนี้ก็มีขวัญกำลังใจขึ้น และความหวาดกลัวก็ค่อย ๆ ลดลง
พวกเขาไม่เคยเจอผู้บัญชาการเล่า ได้ยินแค่คนกล่าวถึงเท่านั้น คำพูดอันฮึกเหิมของเจ้านายค่อย ๆ ทำให้ความหวาดกลัวลดลง
หัวหน้ากลุ่มโพกผ้าเหลืองเห็นลูกน้องไม่ตกใจกลัวอีก ก็มีสีหน้าพึงพอใจ
เห็นทีตัวเองก็มีกลิ่นอายของนายทหารใหญ่เหมือนกัน! แค่คำพูดรวบรัดไม่กี่คำก็ทำให้อารมณ์ของทหารสงบลงได้
“พี่น้องทั้งหลาย พวกเจ้าสนใจแค่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็พอ โจมตีกำแพงเมือง ปล้นสะดมได้ตามใจ!”
“หากเล่าเจี้ยงกล้ามาที่นี่จริง ข้าจะสกัดไว้แต่เพียงผู้เดียวเอง!”
“ย้าก!!!”
“ทุกคนฟังคำสั่ง เข้าบุกโจมตี!”
หัวหน้ากลุ่มโพกผ้าเหลืองตะโกนไปทางทหารด้วยสีหน้ามั่นใจ เขาต้องการกระตุ้นขวัญกำลังใจของพลทหาร และบุกเข้าโจมตีเมือง
แคว้นกิจิ๋วกว้างใหญ่ขนาดนี้ เขาไม่เชี่อหรอกว่าตัวเองจะโชคร้ายเจอกับเล่าเจี้ยง!
[1] จอสิว กุนซือผู้มีความคิดอ่านเป็นเลิศ ชำนาญในพิชัยสงคราม และซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยว ต้องตายไปพร้อมกับความภักดีที่ไม่ยอมเปลี่ยนเจ้านาย