พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 63 หมู่บ้านตระกูลเตียวไร้พยานปากเอกแล้ว!
บทที่ 63 หมู่บ้านตระกูลเตียวไร้พยานปากเอกแล้ว!
เป็นดังที่เล่าเจี้ยงคาดไว้ หมู่บ้านตระกูลเตียวในเวลานี้ได้ล้มตายเป็นศพกันไปหมดแล้ว ช่างน่าสยดสยองดุจขุมนรก
กองทัพโพกผ้าเหลืองออกเผา ฆ่า ปล้นสะดมไปทั่วทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นชายหญิงคนแก่เด็ก หรือเห็นใครก็ตัดหัวหมด
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการต่อต้านของสองคน
ซุนต๋องมองชาวบ้านที่ร้องไห้ระงมอยู่ทั่วทุกที่ด้วยรอยยิ้มอันน่ากลัว
“นี่คือจุดจบของพวกที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของท่านแม่ทัพแห่งสวรรค์!”
ก่อนจะหันไปถามลูกน้อง “ฆ่าสองคนนั้นแล้วหรือยัง?”
“ท่านแม่ทัพ สองคนนั้นแข็งแกร่งมาก พวกเขาฆ่าคนของเราตายไปหลายสิบคนแล้ว”
“อะไรนะ!”
ซุนต๋องเปลี่ยนสีหน้าไป นานเพียงนี้แล้ว ยังจัดการสองคนนั้นไม่ได้!
“เจ้ายืนบื้ออยู่ทำไม พยานสักคนเดียวก็อย่าให้เหลือรอด เสร็จแล้วก็จุดไฟเผาที่นี่เสีย!”
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ!”
ซุนต๋องนำทหารองครักษ์ออกไปนอกหมู่บ้าน มองคนสองคนที่ถูกล้อมอย่างแน่นหนากำลังดิ้นรนต่อต้านอยู่ ก็อดเกิดโทสะขึ้นมาในใจไม่ได้
“รู้หรือไม่ เป็นเพราะพวกเจ้าทั้งสองนั่นแหละ ถึงทำให้ทั้งหมู่บ้านของพวกเจ้าต้องเดือนร้อนไปด้วย!”
ชายคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เจ้าทำอะไรกับคนในหมู่บ้าน?”
“ฮ่า ๆ ๆ!”
ซุนต๋องแหงนหน้าหัวเราะ มุมปากเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“ไม่ว่าจะแก่หรือเด็ก ก็ไม่เหลือสักคน! จริงสิ มีผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนจะมีนามว่าเตียวเอวี้ย นางดูสวยโดดเด่น เมื่อครู่ข้าเพิ่งเสวยสุขไปด้วยนิดหน่อย ฮ่า ๆ ทว่านางไม่รู้จักความสุข กลับฆ่าตัวตายเสีย”
“นะ…น้องหญิง!”
ชายรูปงามเบิกตาโพลง จับทวนยาวไว้แน่นและสั่นไม่หยุด เขาไม่เคยยอมรับการข่มเหงรังแกสตรีคนไหนในแผ่นดินทั้งนั้น อีกฝ่ายถึงขั้นกล้ารังแกสตรีในครอบครัวเขา
“หากไม่สับเจ้าเป็นชิ้น ๆ ข้าเตียวหยุน นามรองจูล่งผู้นี้ จะไม่ขอเป็นลูกผู้ชาย!”
จูล่งสองตาแดงก่ำ เขาส่งเสียงคำรามออกมาพร้อมถือทวนพุ่งเข้าใส่ศัตรู
“อย่าฆ่ามันละ ข้าอยากทรมานเล่นอย่างช้า ๆ!”
ซุนต๋องไร้ความหวาดกลัว เขามีคนข้างกายหลายพันคน ทั้งยังมีทหารองครักษ์ที่เพียบพร้อมของตัวเองอยู่ด้วย
ตอนนี้มีคนเกือบสองพันคนล้อมรอบพวกจูล่งสองคนอยู่ ต่อให้เขาเป็นยอดนักรบฌ้อปาอ๋องที่ฟื้นขึ้นมา ก็อยากจะรอดพ้นจากความตายได้!
“จูล่ง อย่าวู่วาม!”
จูล่งไม่ได้ยินเสียงตะโกนรั้งของสหายตัวเองเลยแม้แต่น้อย เขาจับจ้องไปที่ซุนต๋องเขม็ง ไม่สนใจทหารโพกผ้าเหลืองที่กำลังปิดล้อมเขาแม้แต่น้อย
“ฆ่า!”
ชายรูปงามคำรามอย่างกราดเกรี้ยว เขาสูญเสียสติไปแล้ว
ญาติสนิทถูกเหยียดหยาม คนในหมู่บ้านถูกฆ่าตาย ทั้งหมดนี้เขาจะทวงความยุติธรรมกลับมาเอง
จูล่งแทงทวนออกไปเจาะทะลุร่างคนผู้หนึ่ง จากนั้นจึงกวัดแกว่งอาวุธปัดป้องดาบที่ทะยานเข้ามาหา ก่อนจะพลิกมือกวาดอีกรอบ เชือดคอใครไปหลายคน
แค่ช่วงพริบตาสั้น ๆ ชายผู้นี้ได้สังหารคนไปมากมายแล้ว
กองทัพโพกผ้าเหลืองตกใจกับความห้าวหาญของจูล่ง มากเสียจนไม่มีใครกล้าก้าวไปข้างหน้า
“ไม่ต้องจับเป็นแล้ว ใครฆ่าเขาได้ คนนั้นจะได้เป็นแม่ทัพใต้บัญชาข้า และจะได้รางวัลอย่างงาม!”
ซุนต๋องเห็นอีกฝ่ายรับมือยาก จึงเร่งเร้าทหารลงมืออย่างโหดเหี้ยม
ภายใต้รางวัลอันหนักหน่วงจะต้องมีผู้กล้าหาญ เมื่อเห็นว่าไม่จำเป็นต้องจับเป็นแล้ว ทหารโพกผ้าเหลืองก็ล้อมเขาไว้ทันที
แม้จูล่งเห็นศัตรูอยู่รอบทิศก็ไม่หวั่นเกรงแต่อย่างใด มือกวัดแกว่งอาวุธทำลายล้างอีกครั้ง ใครดาหน้าเข้ามาหาต่างต้องตายคาที่
ทวนยาวในมือของชายผุ้นี้ดุจมังกรหงส์ร่ายรำ วูบวาบไปมา และทุกคราที่กวัดแกว่งจะต้องมีคนตาย
และไม่นาน บริเวณโดยรอบก็เต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญ เสียงกรีดร้องของกองทัพโพกผ้าเหลือง จูล่งเข้าไปใกล้ซุนต๋องทีละก้าว
“บุกเข้าไป ใครฆ่ามันได้ข้าจะตกรางวัลให้อย่างงาม”
ซุนต๋องในเวลานี้เหงื่อแตกทันที เขาคาดไม่ถึงเลยว่าความห้าวหาญของคนคนหนึ่งจะมาถึงจุดนี้ได้
พวกทหารที่อยู่รอบ ๆ พากันล้อมเขาไป ล้อมเขาไว้อย่างแน่นหนาจนแม้แต่น้ำหยดเดียวก็ผ่านเข้าไปไม่ได้
แม้จูล่งจะห้าวหาญมาก แต่ความเร็วในการก้าวไปข้างหน้าก็หยุดชะงักลงแล้ว
ศัตรูที่อยู่รอบตัวยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ฆ่าหนึ่งคน ก็เพิ่มมาอีกสองคนทันที
เขาค่อย ๆ มองไม่เห็นตำแหน่งของซุนต๋อง
จูล่งไม่มีความคิดอื่นใดในใจ มีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น
ฆ่า…
ฆ่าซุนต๋องให้ตาย!
แก้แค้นให้น้องสาว ให้คนในหมู่บ้าน
จูล่งจำไม่ได้แล้วว่ามือเปื้อนเลือดคนไปเท่าไร เขาแค่อยากแก้แค้นเท่านั้น!
ข้าต้องบั่นคอไอ้โจรชั่วไร้ยางอายตรงหน้าให้เป็นชิ้น ๆ
น่าเสียดายที่มนุษย์มีขีดจำกัด ไม่ว่าเขาจะกล้าหาญแค่ไหน ก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
ในตอนแรกไม่มีใครสามารถยืนได้ภายในห้าก้าว แต่เมื่อการต่อสู้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ กลุ่มโพกผ้าเหลืองเริ่มบีบใกล้เข้ามา
สี่ก้าว สามก้าว สองก้าว!
ในที่สุด ทั้งกองทัพโพกผ้าเหลืองก็ล้อมจูล่งเอาไว้ได้
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ถูกตัดสินแล้ว ซุนต๋องก็เริ่มเยาะเย้ย
“เจ้าห้าวหาญมากแล้วอย่างไร? เจ้าสามารถฆ่าคนได้เป็นสิบ เป็นร้อย แต่ข้ามีคนเป็นพัน เป็นหมื่น!”
“พี่น้องหลายพันคนของข้า แค่ถ่มน้ำลายใส่เจ้า ก็ทำให้เจ้าจมน้ำตายได้เช่นกัน!”
“บุกเข้าไป สับมันเป็นชิ้น ๆ!”
ภายใต้คำสั่งของซุนต๋อง กองทัพโพกผ้าเหลืองต่างกวัดแกว่งอาวุธ โจมตีไปทางสุภาพบุรุษผู้คลุ้มคลั่ง
จูล่งรีบแกว่งทวนต้านเอาไว้ ทว่าทวนยาวในมือของเขาไม่ยืดหยุ่นเหมือนก่อนอีกต่อไป
จบแค่นี้แล้วหรือ?
ครั้นนึกถึงน้องสาวที่เปื้อนมลทิน ชาวบ้านที่ตายอย่างน่าอนาถ
“ย้าก!!!”
จูล่งกระตุ้นพลังอันไม่มีที่สิ้นสุดออกมาพลางกู่ร้องเสียงคำราม และโจมตีศัตรูกลับไปอีกครั้ง
…
เล่าเจี้ยงกำลังนำทัพไปยังหมู่บ้านตระกูลเตียว เขารู้สึกกระสับกระส่าย และมีลางสังหรณ์ไม่ดีมาตลอดทาง
ในประวัติศาสตร์ไม่มีเล่าเจี้ยงผู้รบชนะเตียวก๊ก และซุนต๋องตายอยู่ที่อำเภอกงจ๋ง
แม่ทัพโจรโพกผ้าเหลืองไม่เพียงแต่หลบหนีเท่านั้น ยังหนีไปที่เมืองเสียงสันเพื่อสร้างปัญหาอีกด้วย
หากจูล่งตายด้วยน้ำมือซุนต๋อง นักท่องเวลาคงร้องไห้โดยไม่มีน้ำตาจริง ๆ แน่
“เร็ว! เร่งทัพอีก!”
ความร้อนใจของนายท่านทำให้ไทสูจู้ประหลาดใจ เขาแทบไม่เคยเห็นเล่าเจี้ยงกังวลขนาดนี้มาก่อน
“นายท่าน หมู่บ้านตระกูลเตียวอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบลี้แล้ว ไม่ช้าก็ตามทันแล้ว”
เล่าเจี้ยงไม่ตอบ เขาเร่งความเร็วม้าอย่างต่อราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
เจ้าห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาดนะ สุภาพบุรุษแห่งเสียงสัน!
นักท่องเวลาขอพรในใจไม่หยุด
“แฮก! แฮก! แฮก!”
จูล่งหอบหายใจหนักไม่หยุด สองมือจับทวนยาวไว้แน่น เพื่อพยุงร่างกายที่อ่อนล้าของตัวเองไว้
สภาพศพที่ตายอย่างน่าสังเวชเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น บ่งบอกถึงเรื่องราวความโหดร้ายของการต่อสู้ครั้งนี้
ด้วยพลังของคนผู้เดียว สามารถเอาชนะทหารโพกผ้าเหลืองหลายพันคน และสังหารทหารไปมากกว่าร้อยคน!
ทหารโพกผ้าเหลืองทั้งหมดพากันถอยห่างออกไปสิบก้าว ในตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ห้าวหาญเกินไปแล้ว!
นี่คือมนุษย์จริงหรือ?
ซุนต๋องเหงื่อไหลออกมาไม่หยุด เริ่มรู้สึกเสียใจภายหลังที่มาหมู่บ้านตระกูลเตียว …เสียใจภายหลังมากที่เป็นศัตรูกับคนขายเนื้อผู้นี้
ตุบ!
จูล่งคลายทวนยาวในมือ ล้มคุกเข่าลงบนพื้นทันที
ชายรูปงามเหนื่อยมากจนไม่มีแรงแม้แต่จะขยับนิ้ว เขาจึงทำได้เพียงแต่จ้องมองไปที่ซุนต๋องด้วยความโกรธเท่านั้น
“ฮ่า ๆ ๆ!”
“เจ้าสู้เก่งมิใช่หรือ? มาสิ!”
เมื่อเห็นท่าทางภาคภูมิใจของซุนต๋อง จูล่งก็กราดเกรี้ยวอย่างยิ่งยวด เขาชังยิ่งนัก ชัังไอ้โจรชั่วผู้นี้ ชังตัวเอง และยิ่งชังแผ่นดินนี้
“โจรชั่วช้า ต่อให้ข้าเป็นผีก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป”
ซุนต๋องเยาะเย้ยกับคำขู่ดังกล่าว มุมปากก็ยกยิ้มออกมา
“เช่นนั้นข้าก็จะทำให้เจ้าเป็นไม่ได้แม้แต่ผี! บุกเข้าไป! ฟันเขาให้เป็นชิ้น ๆ!”
จูล่งเห็นทหารโพกผ้าเหลืองกรูกันเข้ามาฆ่า ก็อดหลั่งน้ำตาบุรุษออกมาไม่ได้
ท่านพี่ น้องหญิง ข้าขอโทษพวกเจ้าด้วยที่มิอาจลงมือสังหารแก้แค้นแทนพวกเจ้าได้…
ท่าทางน่าสังเวชของชายตรงหน้ายิ่งทำให้ซุนต๋องหัวเราะดังลั่น รู้สึกสะใจมากอย่างอธิบายไม่ถูก
กุบกับ! กุบกับ! กุบกับ!
ในตอนนั้นเอง มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากที่ไกล ๆ ตามมาด้วยผืนดินสนั่นสั่นไหว