พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 1: กำเนิดใหม่จากเถ้าธุลี
ความเสื่อมโทรม…ความแห้งแล้ง…คือภาพจำของมหานครแห่งนี้ วัชพืชเขียวขจีแทรกตัวขึ้นจากรอยแตกของพื้นปูนซีเมนต์ ที่นี่เกลื่อนกลาดไปด้วยเศษซากกระดูกขาวโพลน
หลินอันลากขาสองข้างที่หนักอึ้งราวกับโซ่ตรวน วิ่งสุดชีวิต ปอดของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา ทุกครั้งที่หายใจเข้า ซี่โครงที่หักก็ส่งความเจ็บปวดร้าวระบมไปทั่วร่าง
เบื้องหลังคือฝูงซอมบี้ที่กำลังคำรามก้อง ใบหน้าของพวกมันเน่าเฟะอัปลักษณ์น่าสยดสยอง
เขาหยุดไม่ได้ หากหยุดเมื่อใด… เหล่าผู้ตายที่ฟื้นคืนชีพฝูงนี้จะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ และกัดกินเลือดเนื้อของเขาทันที
ธันวาคม ปี 2035 สามปีก่อน...วันสิ้นโลกได้อุบัติขึ้น และลากโลกทั้งใบให้จมดิ่งสู่นรกอเวจี
เมื่อเห็น ที่หลบภัย ซึ่งสร้างขึ้นด้วยสองมือตนเองอยู่ใกล้แค่เอื้อม ใบหน้าที่เคยสิ้นหวังของเขาก็พลันปรากฏประกายแสงแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ปัง! ปัง! ปัง!” “เปิดประตู! รีบเปิดประตู!”
หลินอันทุบประตูเหล็กหนาหนักอย่างบ้าคลั่ง ฝูงอมนุษย์ด้านหลังอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงร้อยเมตรแล้ว กลิ่นเหม็นเน่าโชยปะทะจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน
“ฉันเอายากลับมาแล้ว! รีบเปิดประตูสิ! ถังหว่าน!” ในที่หลบภัยแห่งนั้น…คือครอบครัวสามชีวิตของคู่หมั้นเขา
“แกร๊ก”
หน้าต่างบานเล็กบนประตูถูกเลื่อนเปิด แต่บานประตูเหล็กยังคงปิดตาย ดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องออกมาจากช่องหน้าต่าง…แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย หลินอันจำได้…นั่นคือถังหว่าน
“ถังหว่าน! ฉันเอง! รีบเปิดประตูเร็วเข้า!” หลินอันตะโกนสุดเสียงจนแผลที่อกปริแตก เลือดสดที่ไหลซึมยิ่งกระตุ้นให้ฝูงซอมบี้ด้านหลังคลุ้มคลั่งและเพิ่มความเร็วขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงของเขา ดวงตาในช่องหน้าต่างก็เหลือบมองยาในมือ…มันคือยาที่หลินอันเสี่ยงชีวิตไปหามาเพื่อลดไข้ให้น้องชายของนาง
“หลินอัน ฉันจะเปิดประตูให้เดี๋ยวนี้แหละ” เสียงร้อนรนจากด้านในช่วยปลอบประโลมหัวใจที่กำลังแตกตื่นของหลินอัน แค่เข้าไปข้างในได้…ก็ปลอดภัยแล้ว ณ ชายขอบเมืองที่เต็มไปด้วยภยันตราย ที่หลบภัยแห่งนี้คือบ้านเพียงหลังเดียวของเขา
“เธอส่งยาเข้ามาก่อนสิ แล้วฉันจะปลดสลักให้” เมื่อได้ยินดังนั้น หลินอันที่ร่างกายอ่อนล้าเต็มทีก็รีบยื่นกล่องยาผ่านช่องหน้าต่างเข้าไปอย่างยากลำบาก ทว่าในใจกลับรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาอย่างประหลาด …ทำไมไม่เปิดประตูให้เข้ามาเลย?
มือในช่องหน้าต่างรีบคว้ากล่องยาไปอย่างรวดเร็ว…แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเปิดประตูแม้แต่น้อย
“ถังหว่าน?!” น้ำเสียงของหลินอันเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มันเสียดแทงและสิ้นหวังท่ามกลางความมืดมิด หัวใจของเขาดิ่งวูบ…ร่างกายเย็นเฉียบ ทำไม…ทำไมยังไม่เปิดประตูอีก?! เสียงซอมบี้ใกล้เข้ามาจนแทบจะหายใจรดต้นคอ
“หลินอัน…ฉันเห็นแผลที่อกเธอแล้วนะ” เสียงของถังหว่านเงียบไปชั่วครู่ ความห่วงใยก่อนหน้านี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นชา…ราวกับกำลังพูดกับคนแปลกหน้า “เธออาจจะติดเชื้อแล้วก็ได้” “ฉันให้เธอเข้ามาไม่ได้หรอก”
ราวกับถูกผลักลงสู่เหวน้ำแข็ง ซอมบี้ตัวแรกกระโจนเข้าใส่ร่างของเขา เนื้อหนังถูกกัดกระชากอย่างโหดเหี้ยม
“แล้วก็จะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ” “หัวหน้าเขตปลอดภัยสัญญาแล้วว่า ขอแค่ฉันยอมเป็นของเขา เขาก็จะให้ฉันเข้าไปอยู่ในนั้น” “และแน่นอน...นายก็ต้องตายด้วย”
ในบ้าน ถังหว่านปัดผมอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศกับหลินอันเหมือนเช่นทุกวัน
หลินอันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ประโยคนี้ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกทึ้งเนื้อสดๆ พลันมลายหายไปสิ้น เขาคำรามเสียงแหบโหยราวกับเลือดกำลังร่ำไห้ ตะโกนถามคนที่อยู่หลังบานหน้าต่างอย่างคลุ้มคลั่ง “ทำไม…ทำไมถึงทรยศฉัน!?” ฝ่ามือที่ทาบลงบนประตูประทับรอยเลือดสีแดงฉาน ดวงตาเบิกโพลงแทบปริแตก เขารู้สึกได้ว่าลำไส้กำลังถูกควักออกมา…ความอ่อนแรงอย่างสุดขีดถาโถมเข้าใส่
แววตาของถังหว่านในบานหน้าต่างยังคงเรียบเฉย แต่แฝงแววเย้ยหยัน “ก็เพราะแกมันเป็นไอ้ขี้แพ้ไงล่ะ” “ฉันไม่อยากทนหิวโหย อดๆ อยากๆ แล้วก็หวาดผวากับเรื่องบ้าๆ นี่อีกต่อไปแล้ว” “เขาแข็งแกร่งมาก เป็นถึง ผู้ปลุกพลัง” “ส่วนแก…ก็เป็นแค่คนธรรมดา”
ซอมบี้รุมทึ้งศีรษะของหลินอันอย่างบ้าคลั่ง กระดูกสันหลังส่งเสียงดังลั่นก่อนจะถูกดึงจนขาดสะบั้น นิ้วมือที่เน่าเปื่อยและแหลมคมของมันควักลึกลงไปในเบ้าตาของเขา
“ลูกจ๋า จะไปพูดกับไอ้ขยะนั่นให้มากความทำไม” “ปล่อยให้มันไปตายไกลๆ อย่ามาตายอยู่หน้าบ้านเรา” ภายในบ้าน แสงไฟอบอุ่นยังคงส่องสว่าง แม่ของถังหว่านรับกล่องยาที่เปื้อนเลือดมาอย่างไม่ใส่ใจ พลางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเย็นชา พวกนางมองดูร่างของหลินอันถูกฝูงอมนุษย์รุมทึ้งจนหมดสิ้นแล้วจึงจากไปอย่างสบายใจ
………..
ณ นครหลินเจียง ภายในห้องพักที่ตกแต่งอย่างงดงาม “หลินอัน ทำไมนายยังไม่โทรไปยืมเงินเพื่อนทหารของนายอีกล่ะ มัวเหม่ออะไรอยู่?” คนพูดคือคู่หมั้นของหลินอัน…ถังหว่าน
ราวกับคนจมน้ำที่กำลังตะเกียกตะกายเพื่ออากาศหายใจ หลินอันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เขาสะดุ้งเฮือก หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ภาพก่อนตายซ้อนทับกับภาพของคนตรงหน้า เมื่อครู่…เป็นแค่ฝันงั้นรึ!?
หัวของเขาปวดแทบระเบิด ร่างกายยังคงรู้สึกเจ็บปวดราวกับเนื้อหนังถูกฉีกทึ้ง ความเจ็บปวดนั้นสมจริงเหลือเกิน ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวินาทีก่อน เขารีบก้มมองโทรศัพท์มือถือ “9 พฤศจิกายน 2032”
หลินอันตกตะลึงจนคอแห้งผาก ไม่…นี่ไม่ใช่ฝัน! เขาเกิดใหม่แล้ว… ย้อนกลับมาเมื่อสามปีก่อน…ย้อนกลับมาก่อนวันสิ้นโลกจะอุบัติขึ้นสามวัน…ในวันที่เขาขอถังหว่านแต่งงาน
“หลินอัน ฉันจะบอกให้นะ” “ถ้านายอยากแต่งงานกับลูกสาวฉัน สินสอดต้องเพิ่มอีกสองแสน” “ถังเทียนน้องชายฉันก็ใกล้จะแต่งงานแล้วเหมือนกัน นายในฐานะพี่เขย จะไม่ช่วยเลยสักแดงเดียวได้ยังไง?” แม่ของถังหว่านขยิบตาให้ลูกชายคนเล็ก เป็นสัญญาณให้เขาเอ่ยปากขอเงิน
“พี่เขย เพื่อนทหารของพี่ไม่ใช่เพิ่งปลดประจำการเหรอ?” ถังเทียนนั่งไขว่ห้างบนโซฟา ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ได้ยินว่าเงินค่าปลดประจำการสมัยนี้เยอะอยู่นะ แค่ยืมเงินเอง พี่จะอายอะไรนักหนา”
ถังหว่านเห็นหลินอันยืนนิ่งก็ขมวดคิ้ว เดิมทีนางคิดว่าหลินอันที่เป็นทหารเกณฑ์นั้นซื่อสัตย์และมีเงินเก็บก้อนโต ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว ไม่คิดว่าตอนนี้เขาจะทำท่าอิดออด ไม่ยอมควักเงินออกมาสักที ทำให้นางรู้สึกเสียหน้าอย่างมาก “นายสนิทกับเพื่อนทหารของนายมากไม่ใช่เหรอ? ยังไงล่ะ? เงินแค่นี้ก็ยืมไม่ได้เลยรึไง?”
แม่ของถังหว่านเห็นหลินอันไม่ตอบสนองก็แค่นเสียงอย่างดูแคลน พร้อมกับแผดเสียงอย่างไม่เกรงใจ “หลินอัน ถ้าแกหาเงินก้อนนี้มาไม่ได้ งานแต่งนี้ก็ล้มเลิกไปซะ!” “ไม่มีความจริงใจเลยสักนิด เสียดายที่เมื่อก่อนฉันยังนึกว่าแกเป็นคนดี ไม่คิดว่าจะเป็นไอ้ขี้เหนียว ยากจนข้นแค้น!” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยการแดกดัน
ถังเทียนผู้เป็นน้องชายราวกับกลัวว่าเรื่องจะยังไม่บานปลาย เมื่อได้ยินแม่บอกให้ล้มเลิกงานแต่งก็รีบผสมโรงทันที “เจ๊! เมื่อก่อนมีคนรวยๆ มาจีบเจ๊อยู่ไม่ใช่เหรอ?” “ฉันว่าเจ๊เลิกกับไอ้กระจอกนี่แล้วไปแต่งกับคนนั้นดีกว่า” “ไปหาเถ้าแก่หวังคนนั้นสิ เขามีเงิน! คราวก่อนเขายังถามฉันเลยว่าอยากได้รถอะไร!”
ท่ามกลางเสียงจอแจของทั้งสามคน ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ดวงตาที่ก้มต่ำของหลินอันนั้น…ฉายแววอาฆาตมาดร้ายอย่างรุนแรง
ชาติที่แล้ว เพื่อทำตามความปรารถนาของแม่ยาย เขาจึงรีบร้อนแต่งงานกับถังหว่าน แม้จะรีบร้อนไปบ้าง แต่เขาก็มั่นใจว่าทำหน้าที่ของตนเองครบถ้วน ซื้อรถ ซื้อบ้าน สินสอดจ่ายครบไม่ขาดแม้แต่แดงเดียว สุดท้ายก็ยังต้องหน้าด้านไปยืมเงินเพื่อนทหารมาโปะให้ครบ ทว่า…หนึ่งวันก่อนงานแต่ง วันสิ้นโลกก็อุบัติขึ้น หลินอันผู้มีร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ต้องประคองครอบครัวของคู่หมั้นให้รอดชีวิตอย่างยากลำบาก จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายที่เขาถูกกัดกินทั้งเป็น เขาก็ยังคงสู้ตายเพื่อสิ่งที่เรียกว่า “ครอบครัว”
ประตูบานนั้นได้ตัดขาดหนทางรอดของเขา…และมันก็ทุบทำลายความเมตตาอันโง่เขลา รวมถึงมโนธรรมในใจเขาจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
เสียงเยาะเย้ยที่เสียดหู ดึงเขากลับสู่ความเป็นจริง “ไอ้กระจอก ไม่มีเงินก็อย่าทำเป็นอวดดี” “พี่สาวฉันยอมแต่งกับแกน่ะ ถือว่าให้เกียรติแกแล้วนะ คนที่ตามจีบพี่ฉันมีเป็นกอง!”
“โครม!”
หลินอันตวัดฝ่าเท้าออกไปเต็มแรง พลังมหาศาลถีบเข้าที่ท้องน้อยของถังเทียนจนตัวลอยกระเด็นไปไกลสามเมตร ถังเทียนหน้าแดงก่ำ อาเจียนเอาน้ำดีออกมาจนนองพื้น ร่างกายงอเป็นกุ้งอยู่ตรงมุมกำแพง …ไม่น่าเชื่อ! ถังหว่านมองหลินอันที่ชักเท้ากลับด้วยความตกตะลึง ความเย็นเยียบแล่นวาบไปถึงท้ายทอย นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นหลินอันลงมือทำร้ายคน ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ดูซื่อๆ ทื่อๆ อย่างเขา จะลงมือได้โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้
“ฆ่าคนแล้ว! มีคนฆ่าคน!” แม่ของถังหว่านได้สติก็กรีดร้องเสียงแหลม สองมือทุบขาตัวเองไม่หยุด “ไอ้ระยำ! ไอ้สมควรตาย! กล้าดียังไงมาตีลูกชายฉัน!” “ไอ้จน! ไม่มีเงินแล้วยังมาทำร้ายคนอีก! ฉันจะแจ้งความจับแกเข้าคุกให้ได้!”
“หุบปาก! อีแก่สารเลว!” หลินอันเดินเข้าไปหาแม่ของถังหว่าน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และปากร้ายทำให้เขารู้สึกขัดหูขัดตาอย่างยิ่ง เขาจำดวงตาคู่นี้ที่แสนเย็นชาได้แม่นยำ
“เพียะ! เพียะ! เพียะ!” ฝ่ามือฟาดลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า …สะใจสุดๆ! หลินอันลงมืออย่างไม่ยั้ง ในชั่วพริบตาก็ตบไปแล้วสิบกว่าฉาด แม่ของถังหว่านสลบไปในไม่กี่วินาที ร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับผ้าขี้ริ้ว
“หลินอัน แกบ้าไปแล้วเหรอ!” ถังหว่านอ้าปากค้าง กรีดร้องเสียงแหลมอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“บ้าเหรอ?” หลินอันยิ้มอย่างโหดเหี้ยม จิตสังหารพลันระเบิดออกมาราวกับเขื่อนแตก เขาจะทำให้คนพวกนี้ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดของการที่เลือดเนื้อถูกแยกออกจากกัน ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานและความสิ้นหวังก่อนตายของเขา! หลินอันเหยียบกระดูกขาที่เปราะบางของ “แม่ยาย” จนแหลกละเอียดอย่างไม่ลังเล ก่อนจะหันสายตาคมกริบดุจมีดไปยังถังหว่าน
“หลินอัน!” “แกจะทำอะไร!?” “ทำอะไร?” หลินอันก้มตัวลงเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นเยียบเสียดแทงเข้ากระดูก
ถังหว่านราวกับสัมผัสได้ถึงอันตราย เธอตัวสั่นเทา รีบวิ่งหนีเข้าไปในห้องแล้วล็อกประตูจากด้านใน “ฉันแจ้งตำรวจแล้วนะ!” “ตำรวจอยู่ข้างนอกแล้ว!” ถังหว่าน เปิดลำโพงโทรศัพท์ ด้วยมือที่สั่นเทา เสียงรอสายของตำรวจก็ดังขึ้น
ช่วงเวลาก่อนวันสิ้นโลกอุบัติขึ้น มักเกิดเหตุการณ์วุ่นวายบ่อยครั้ง นอกหน้าต่างได้ยินเสียงไซเรนตำรวจและรถพยาบาลดังแว่วมา เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณรอสาย หลินอันก็หยุดฝีเท้าลง ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยสายตาเย็นชา ราวกับกำลังครุ่นคิด เขาเอียงคอเล็กน้อย จ้องเขม็งไปที่ประตูห้องที่ล็อกแน่น …เหลือเวลาอีกเพียงสามวันก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง หากมัวแต่พัวพันกับคนพวกนี้ จะต้องเสียเวลาไปอย่างมหาศาล เสียเวลา…ก็เท่ากับเสียโอกาสที่ได้เกิดใหม่ …ไม่คุ้มค่า เศษสวะพวกนี้ยังไม่มีค่าพอที่จะทำให้เขาเสียเวลาอันมีค่าไป
ถ้างั้น…สามวัน! หลินอันยิ้มอย่างอำมหิต แล้วค่อยๆ หันหลังกลับ อีกสามวัน…วันสิ้นโลกจะอุบัติขึ้น อยากจะเห็นจริงๆ ว่าหากไม่มีเขาคอยปกป้องอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว…ถังหว่านและครอบครัวที่ไร้ค่าดั่งเศษขยะ จะเอาชีวิตรอดในยุคสุดท้ายนี้ได้อย่างไร หวังว่าพวกแกจะยังรักษาท่าทีอวดดีแบบนี้ไว้ได้…ตอนอยู่ในปากซอมบี้นะ
ความตายและประตูบานนั้นได้เปลี่ยนหลินอันในชาตินี้ไปอย่างสิ้นเชิง ชาตินี้…เขาจะใส่ใจแค่คนที่ควรค่าแก่การปกป้องเท่านั้น จะไม่กลับไปยึดติดกับความดีงามอันโง่เขลาเหมือนชาติก่อน ไม่ยอมให้ใครมาหลอกใช้อีกต่อไป! ต้องแข็งแกร่งขึ้น…แล้วเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกอันโหดร้ายนี้ให้ได้
เมื่อตัดสินใจว่าจะมาสะสางบัญชีแค้นในอีกสามวันให้หลัง หลินอันก็ไม่คิดจะเสียเวลาอีก เขาเตะประตูเหล็กบางๆ จนพังยับแล้วก้าวออกไป ยังได้ยินเสียงแว่วๆ ของถังหว่านที่ยังคงตะโกนด่าทอไม่หยุดจากหลังประตู พร้อมกับโทรศัพท์หาเถ้าแก่ที่คิดว่ามีอิทธิพลเพื่อขอความช่วยเหลือ …ช่างมันเถอะ หากถังหว่านคิดจะเรียกคนมาหาเรื่องเขา เขาก็ไม่รังเกียจที่จะแวะมาจัดการให้สิ้นซากระหว่างทาง
หลินอันกดความแค้นลึกลงไปในใจ อารมณ์ที่ไร้ประโยชน์มีแต่จะบั่นทอนสติปัญญา เวลาที่เหลืออยู่จากนี้ เขาไม่เพียงต้องกักตุนเสบียงให้เพียงพอก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง แต่ยังต้องเตรียมพร้อมสำหรับการปลุกพลังพรสวรรค์ด้วย
อีกสามวัน…เกมวันสิ้นโลก จะเริ่มต้นขึ้น เชื้อไวรัสซอมบี้จะระบาด สัตว์อสูรจากต่างมิติจะปรากฏตัว และเหตุการณ์ลี้ลับนับไม่ถ้วนจะเกิดขึ้นทั่วโลก และมนุษย์…จะได้รับ หน้าต่างสถานะ เหมือนในเกม ผู้โชคดีเพียงหยิบมือ จะได้รับพลังเหนือธรรมชาติจาก “จุดเชื่อมต่อพลังงาน” และปลุกพรสวรรค์ของตนเองขึ้นมา
เมื่อได้เกิดใหม่อีกครั้ง เขาจะต้องกุมชะตาชีวิตไว้ในมือตัวเองให้ได้ ชาตินี้…เขาจะไม่มีวันยอมเป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนอย่างน่าสมเพชอีกต่อไป! และ “จุดเชื่อมต่อพลังงาน” จะปรากฏขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ หลังจากวันสิ้นโลกเริ่มต้นเท่านั้น!
ชาติที่แล้วเพราะถูกครอบครัวถังหว่านถ่วงรั้งเอาไว้ ทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะได้เป็นผู้ปลุกพลัง แต่ตอนนี้…เขาจะเปลี่ยนแปลงมันทั้งหมด! ก้าวแรกสู่การพลิกชะตา… “ถนนเฟิ่งหมิง หมายเลข 97!”