พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 168: ช่องสนทนาเขตสงคราม
มันเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง คล้ายกับแหวนราชันย์หนูตรงที่มีผลในการค้นหา “สมบัติ” เช่นเดียวกัน
“ป้ายราชันย์หนู: เครื่องมือพิเศษ”
“ผลของเครื่องมือ: หลังจากใช้งานคุณสามารถอัญเชิญหนูธรรมดาได้ ยิ่งอัดฉีดพลังจิตมากเท่าไหร่ จำนวนที่อัญเชิญก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”
“ฝูงหนูที่ถูกอัญเชิญมาจำกัดอยู่แค่สิ่งมีชีวิตธรรมดา ฝูงหนูที่ถูกอัญเชิญมาจะนำ “สมบัติ” มามอบให้คุณ”
“คุณสามารถออกคำสั่งง่ายๆ ให้พวกมันได้”
“คำอธิบายเครื่องมือ: หนูที่ขยันขันแข็งจะพากันมามอบตัวให้คุณ โปรดดูแลพวกมันอย่างดี”
“โปรดทราบ: “สมบัติ” ที่หนูนำมาอาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่พวกมันสามารถนำมาได้ อาจจะมีเรื่องน่าประหลาดใจ”
……
หลินอันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็เลือกที่จะแขวนป้ายไว้ที่เอว แม้ว่าจะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเครื่องมืออัญเชิญชิ้นหนึ่ง ดีที่ป้ายเป็นเพียงแผ่นโลหะที่ไม่รู้จักชื่อ ไม่เหมือนกับเครื่องมือ【กลืนกิน】ที่เป็นหัวหนูครึ่งซีก ส่วนเรื่อง “เรื่องน่าประหลาดใจ” ในคำอธิบาย…เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ฝูงหนูธรรมดาที่ถูกอัญเชิญมาเกรงว่าจะหาได้แค่ผลไม้แห้งขึ้นรา ถุงเท้าเหม็น หรือเปลือกถั่วอะไรทำนองนั้น เพราะอย่างไรเสียสมบัติล้ำค่าของราชันย์หนูของพวกมันก็เป็นแค่ “ขยะ”
แต่เครื่องมือที่ดรอปจากอสูรกลายพันธุ์ราชันย์หนูก็น่าสนใจดี ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการค้นหาสมบัติและการอัญเชิญ ดูท่าของที่ดรอปออกมาจะเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับความสามารถของอสูรกายก่อนตาย
หลินอันมองไปยังมังกรดำบนข้อมือ ในดวงตาฉายแววอยากรู้อยากเห็น ไม่รู้ว่าหากฆ่ามังกรดำตาย…จะดรอปหนังสือทักษะระดับ S บวกกับอุปกรณ์เครื่องมือหรือไม่?
“ข้า…จน...มาก...”
ราวกับสัมผัสได้ถึงอันตราย เจ้าตัวเล็กก็เอ่ยขึ้นในห้วงสำนึกของเขาอย่างตะกุกตะกัก แล้วเปลี่ยนทิศทางย้ายหัวไปอยู่ใต้ข้อมือก่อนจะนอนหลับต่อไป
หลินอันจนปัญญา ที่แท้เจ้านี่ยังสามารถรับรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่? แต่ก็แค่คิดเท่านั้น มังกรดำคือที่พึ่งที่ใหญ่ที่สุดของเขาในการต่อต้านตัวตนขั้นที่ 4 ในอนาคต เขายังไม่ถึงกับต้องฆ่าไก่เพื่อเอาไข่ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังค่อนข้างสนใจการเป็นอัศวินมังกรที่ขี่มังกรต่อสู้ด้วย
ตัวรถสั่นสะเทือน ทิวทัศน์นอกหน้าต่างวาบผ่านไป หลินอันเอ่ยถามโม่หลิงที่หลับตาทำสมาธิ:
“ผลของหุ่นเชิดโลหิตเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลังจากเสียงกรีดร้องจากยุ้งฉางดังขึ้นเมื่อสามนาทีก่อน เด็กหญิงตัวน้อยก็นั่งนิ่งอยู่บนที่นั่ง ดูเหมือนจะกำลังใช้จิตสำนึกสื่อสารกับอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
ความลังเลและความสงสารไม่เคยเป็นนิสัยของหลินอัน ในเมื่อคนกลุ่มนั้นมีความคิดอื่นและยังมีความเสี่ยงที่จะเปิดเผยฐานที่มั่น เขาย่อมไม่อาจปล่อยให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้ ในยุคสุดท้าย คนที่ไม่รู้จักสถานการณ์เช่นนี้มีอยู่มากมาย ตอนนี้ไม่ตาย ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องตาย
ระหว่างทางเหลียงเส่ากวงก็ได้แนะนำสถานการณ์ของผู้รอดชีวิตกลุ่มนั้นอย่างคร่าวๆ หลังจากเกิดยุคสุดท้ายก็เข้าร่วมการคุ้มครองของกองทัพ พอหนีออกมาก็มาเจอกับเหลียงเส่ากวง ดังนั้นคนกลุ่มนี้โดยพื้นฐานแล้วไม่รู้ว่ายุคสุดท้ายหมายความว่าอะไร ในความคิดของพวกเขา ตนเองเป็นคนธรรมดาย่อมต้องได้รับการคุ้มครองจากผู้แข็งแกร่ง ส่วนเรื่องทำงาน? นิสัยของกองทัพจีนนั้นทุกคนที่นี่รู้ดี หากไม่ใช่เวลาที่จำเป็น ทหารเหล่านี้แม้แต่นิ้วเดียวก็ไม่ยอมให้พวกเขาขยับ และเหลียงเส่ากวงก็เป็นคนใจดี ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร ดังนั้นนับตั้งแต่เกิดยุคสุดท้าย พวกเขาก็ไม่เคยลำบากเลย
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าในยุคสุดท้าย คนที่ไร้ค่าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ยังคงเคยชินกับการใช้ประสบการณ์ที่เรียกว่าของตนเองไปคิดเรื่องต่างๆ ข้าอ่อนแอข้ามีเหตุผล เจ้ามีเยอะก็ควรจะให้ข้า ข้าพูดดีๆ สองสามคำก็สามารถหลอกลวงเจ้าได้ ต่อให้ถูกจับได้ก็ไม่มีอะไรน่าตกใจ
ดังนั้นหลินอันจึงขี้เกียจจะสนใจคนเหล่านี้ ใช้ประโยชน์จากขยะเพื่อทดสอบผลของหุ่นเชิดโลหิตเสียยังจะดีกว่า สำหรับผลของเครื่องมือกลืนกิน เขาก็ค่อนข้างสนใจ ก่อนจะมอบเครื่องมือกลืนกินให้โม่หลิง เขาก็เคยคิดว่าหุ่นเชิดโลหิตยังมีประโยชน์อะไรอีก เมื่อนึกถึงหวังเถิงที่เจอที่ห้างสรรพสินค้าก่อนหน้านี้ หรือก็คือผู้ปลุกพลังจักจั่นระเบิดตัวเองนั่นเอง เขาก็ตระหนักได้ว่าบางทีเครื่องมืออัญเชิญประเภทนี้อาจจะสามารถทำหน้าที่เป็น ‘ตา’ ที่เคลื่อนที่ได้เพื่อรับผิดชอบการสำรวจข้อมูล เพียงแต่ไม่รู้ว่าโม่หลิงจะสามารถสื่อสารได้หรือไม่ หรือมีความสามารถแบบนี้หรือเปล่า
โม่หลิงได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นพลางขมวดคิ้วแน่น:
“หุ่นเชิดโลหิต…อ่อนแอมาก น่าจะอ่อนแอกว่าซอมบี้ธรรมดาอยู่บ้าง”
หลินอันไม่ประหลาดใจ หุ่นเชิดโลหิตที่เปลี่ยนจากคนธรรมดาย่อมไม่มีพลังต่อสู้อะไร
“จุดอ่อนไม่สำคัญ ต่อไปสามารถเปลี่ยนหุ่นเชิดโลหิตได้ เธอสามารถควบคุมพวกมัน หรือแบ่งปันการมองเห็นของพวกมันได้ไหม?”
เด็กหญิงตัวน้อยลังเลก่อนจะส่ายหน้า:
“ไม่มีภาพส่งมา มีเพียงการรับรู้ที่เลือนราง ฉันสามารถออกคำสั่งง่ายๆ ให้พวกมันได้ หากมีอะไรอยู่ใกล้ๆ ก็สามารถรับรู้ได้อย่างเลือนราง แต่ว่ายิ่งระยะทางไกล ผลการรับรู้ก็จะยิ่งแย่ลง บางทีหลังจากหุ่นเชิดโลหิตแข็งแกร่งขึ้น ผลอาจจะดีขึ้น”
ปลายนิ้วของหลินอันเคาะเบาๆ ที่หน้าต่างรถอย่างครุ่นคิด ก็พอใช้ได้ แม้ว่าจะแย่กว่าที่คิดไว้บ้าง แต่ก็พอจะทำหน้าที่เป็น ‘ตา’ ได้ รูปร่างภายนอกของหุ่นเชิดโลหิตเหมือนกับซอมบี้ เมื่อปะปนอยู่ในฝูงซอมบี้จึงซ่อนตัวได้ดี หากมีคนนอกเข้ามาในยุ้งฉาง ย่อมต้องถูกรับรู้ได้ น่าเสียดายที่เครื่องมือกลืนกินสามารถควบคุมหุ่นเชิดโลหิตได้สูงสุดเพียง 3 ตัว มิเช่นนั้นหากควบคุมได้มากกว่านี้ แล้วโยนเข้าไปในฝูงซอมบี้นอกฐานที่มั่น ก็ยังสามารถทำหน้าที่เฝ้าระวังได้ ไม่มีใครจะสังเกตเห็นว่าหุ่นเชิดโลหิตในฝูงซอมบี้ กลับเป็น ‘ตา’ ของฐานที่มั่น
…….
หลินอันหลับตานั่งพักอยู่บนที่นั่ง ขณะที่ทุกคนบนรถต่างก็พูดคุยกันอย่างตื่นเต้น เหตุผลไม่มีอะไรอื่น เพราะช่องสนทนากำลังจะเปิดแล้ว หลังจากที่การสื่อสารทั้งหมดถูกตัดขาดในยุคสุดท้าย ช่องสนทนาที่กำลังจะสามารถติดต่อกับทั้งเขตสงครามจีนได้จึงสำคัญสำหรับพวกเขายิ่งนัก เพียงแต่ทุกคนถูกหลินอันสั่งห้ามพูด ใครก็ตามที่มีความคิดที่จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหลินอันและฐานที่มั่น ฆ่าทิ้งทันที!
“พี่หลิน! ท่านว่าคนเกือบสิบล้านคนพูดพร้อมกัน ช่องสนทนานั่นจะไม่วุ่นวายเหมือนจับปูใส่กระด้งหรือครับ? นั่นจะไม่ทำให้หน้าจอเลื่อนเป็นล้านๆ ข้อความในหนึ่งวินาทีหรือครับ! ต่อไปข้างในคงจะคึกคักน่าดู!”
จางเถี่ยใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น สายตาจ้องเขม็งไปยังการนับถอยหลังของช่องสนทนา
หลินอันเหลือบมองหมีดำที่พูดจาไร้สาระอย่างจนปัญญา
ช่องสนทนาสามารถรองรับคนเกือบร้อยล้านคนคุยกันพร้อมกันได้ แต่ปัญหาก็คือยกเว้นตอนแรกที่จะมีข้อมูลจำนวนมาก จำนวนข้อมูลในภายหลังจะไม่มากนัก และคนส่วนใหญ่ก็จะสงวนคำพูดดั่งทองคำ
เหตุผลง่ายมาก การพูดใช้พลังกายพลังจิต หากไม่ใช่เพราะก่อนจะเปิด ระบบได้แจ้งข้อมูลไว้ หลายคนกระทั่งจะตายภายใต้การใช้พลังอย่างกะทันหัน ทุกตัวอักษรจะใช้ความร้อนและพลังกายจำนวนมาก หลายคนในครั้งแรกที่ตื่นเต้นส่งข้อความตามหาญาติ พิมพ์มากเกินไป ผลก็คือถูกใช้พลังจนกลายเป็นศพแห้ง
ก็จนกระทั่งถึงช่วงกลางที่อาหารพลังงานจิตปรากฏขึ้น อำนาจต่างๆ และผู้ปลุกพลังจึงจะผ่านช่องทางนี้เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนข้อมูลบางอย่าง คนธรรมดากินข้าวยังไม่พอ จะมีพลังงานเหลือที่ไหนมาใช้
มีข้อดีข้อเสีย ข้อดีก็คือในช่องสนทนาแทบจะไม่มีข้อมูลขยะ หากไม่ใช่ข่าวสำคัญก็ไม่มีใครยอมเสียพลังงาน ข้อเสียก็คือคนธรรมดาแทบจะไม่มีโอกาสได้พูด ทำได้เพียงมองดูอย่างเงียบๆ
“เปิดแล้ว! เปิดแล้ว!”
ขบวนรถพลันส่งเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้น ทุกคนกลั้นหายใจมองดูการนับถอยหลังที่กลับเป็นศูนย์
ในขณะเดียวกัน ผู้รอดชีวิตกว่าร้อยล้านคนทั่วโลกก็หยุดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทั้งหมดพร้อมกัน ประหม่าและตื่นเต้น
“ติ๊ด, ประกาศทั่วโลก:”
“ช่องสนทนาเปิดใช้งานแล้ว เขตสงครามต่างๆ สามารถส่งข้อความในช่องสื่อสารของเขตสงครามได้”
“โปรดทราบ ทุกครั้งที่ส่งข้อความจะใช้พลังงาน ผู้ใหญ่สามารถส่งข้อความได้สูงสุด 10 ไบต์”
“ปัจจุบันได้เปิดใช้งาน 36 เขตสงครามใหญ่ เขตสงครามใหญ่แบ่งออกเป็น 10 เขตสงครามเล็ก จำนวนเขตสงครามทั้งหมด: 360”
“เขตสงครามจีน: 2,102,198,716 คน (เขตสงครามจีนตะวันออก, เขตสงครามจีนเหนือ, เขตสงครามจีนใต้…)”
“เขตสงครามอินเดีย: 1,789,171,819 คน (เขตสงครามฮาร์ยานา, เขตสงครามจัณฑีครห์..)”
“เขตสงครามอเมริกาเหนือ: 1,019,040,001 คน (เขตสงครามหมู่เกาะกรีน, เขตสงครามแคนาดา, เขตสงครามอเมริกา…)”
……
ณ ห้องประชุมเมืองหลวงเขตสงครามจีน เนี่ยผิงค่อยๆ วางรายงานในมือลงแล้วถอนหายใจ