พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 200: จำผิดไป
ติ๊ง, ต้องการเข้าร่วมฐานที่มั่นหลงอันหรือไม่?
หลังจากเข้าร่วมฐานที่มั่นหลงอัน (เขตปลอดภัย) แล้ว ข้อมูลของคุณจะมีป้ายระบุต่อท้าย
เสียงเตือนสั้นๆ ของระบบดังขึ้น ปลุกอวิ๋นเทียนที่กำลังตกตะลึงให้ตื่นขึ้น
เขาไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะได้เจอหลินอันจริงๆ
เพราะอย่างไรเสีย ไม่ว่าตอนนี้ในช่องสนทนาจะประเมินหลินอันดีหรือร้าย ก็ยังคงเป็นบุคคลในตำนาน
“เจ้าหนู ห้ามส่งข้อความออกไปนะ~”
“แกส่งข้อความพวกเราจะเห็น ถ้าถูกจับได้…”
“เฮะๆ แกก็จะกลายเป็นกระป๋อง”
จางเถี่ยเก็บกระป๋องขึ้นมา เตือนเขาด้วยน้ำเสียงดุดัน
“และ…ห้ามทิ้งขว้างอาหาร”
พูดจบ เจ้าหมีโง่ก็เดินจากไปอย่างองอาจ ทิ้งอวิ๋นเทียนที่รีบรับคำไว้ข้างหลัง
“ฐานที่มั่นหลงอันหรือ…?”
อวิ๋นเทียนพึมพำกับตัวเอง ในแววตามีความตื่นเต้นเล็กน้อย
ตอนแรกเขายังคิดว่าตนเองและคนอื่นๆ โชคร้ายเกินไป ถึงกับได้มาเจอกับดาวหายนะดวงนี้ เดิมทียังคิดจะไปรับใช้ในกองทัพ เพราะในช่องสนทนาบอกไว้ว่า ผู้ปลุกพลังเข้าร่วมก็จะได้รับตำแหน่งข้าราชการ ดังนั้นเขาจึงอยากจะยืนยันมาโดยตลอดว่าคนของหลินอันมาจากเขตสงครมหรือไม่ จะกลับไปหรือไม่
ถ้าไม่ใช่ ก็แสร้งทำเป็นตกลง พอใกล้ถึงเขตสงครมแล้วค่อยแอบหนีไป
แต่ตอนนี้?
เขาล้มเลิกความคิดที่จะหนีไปโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ในใจพลันเกิดความอยากรู้อยากเห็นอย่างรุนแรง
ไม่รู้ว่าเขตปลอดภัยที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร…
ในช่องสนทนามีการคาดเดาต่างๆ นานา แต่ก็ไม่มีใครเคยเห็น
…
“เตรียมออกเดินทาง! เป้าหมาย ทิศตะวันออกเฉียงใต้ 420 กิโลเมตร”
ในรถหุ้มเกราะ หลินอันเก็บเอกสารในมือ แล้วก็ออกคำสั่งให้ทั้งทีมออกเดินทาง
เขาตรวจสอบเอกสารที่ทิ้งไว้ที่จุดตั้งค่ายอย่างละเอียด พบว่าเขตสงครมและสถาบันทดลองยุทโธปกรณ์แห่งนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก หากไม่มีอะไรผิดพลาด ที่นั่นน่าจะมีอาวุธหนักเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก
เพียงแต่…ความไม่สบายใจและความหงุดหงิดในใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ตนเองมองข้ามปัญหาอะไรไปหรือ? หรือว่าการเดินทางครั้งนี้มีอันตราย?
เช่นเดียวกับสัญชาตญาณสัตว์ป่าของจางเถี่ย ที่สามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซ่อนเร้น ค่าสถานะพลังจิตของหลินอัน ตอนนี้ก็สามารถทำหน้าที่เป็นสัมผัสที่หกได้
ในความรู้สึก เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง…กำลังตามตนเองอยู่
ตัวรถสั่นสะเทือน เครื่องยนต์คำราม
จางเถี่ยกินเสบียงสำหรับทหารหน่วยรบเดี่ยวไปสามชุดอย่างพอใจ เหลือบมองเห็นโม่หลิงที่ยังคงนอนหลับอยู่:
“หัวหน้าหลิน ยัยเด็กโม่หลิงนี่เป็นอะไรไป?”
“เรียกให้กินข้าวก็ไม่กิน”
หลินอันเงยหน้ามองเจ้าหมีโง่ที่ถือขาไก่ตุ๋นแกว่งไปมาหน้าจมูกของโม่หลิง:
“พอแล้ว อย่าแกล้งเธอเลย”
“น่าจะใช้พลังจิตมากเกินไป”
“ให้เธอพักผ่อนอีกหน่อย”
จางเถี่ยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแหะๆ แล้วก็แทะกินเอง
เวินหย่ามองเจ้าหมีโง่ที่ก่อกวนอย่างขบขัน พลังจิตเชื่อมต่อกับสมาชิกคนอื่นๆ คอยสอดส่องการเคลื่อนไหวของพวกเขา
เพียงแต่…เธอรู้สึกแปลกๆ เมื่อมองไปยังโม่หลิงที่กำลังนอนหลับอยู่
ใช้พลังจิตมากเกินไปเหรอ? วันนี้ตอนที่โม่หลิงใช้ทักษะ เธอก็ได้แบ่งปันพลังจิตไปแล้วนี่นา ตามหลักแล้ว เวลาสั้นๆ ขนาดนี้ แม้จำนวนซอมบี้จะเยอะขึ้นมาก แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว
ความสงสัยในใจของเวินหย่าแวบขึ้นมาแล้วก็หายไป ก็ไม่ได้คิดอะไรมากอีก โม่หลิงชอบนอนหลับเป็นที่รู้กันดี จางเถี่ยแอบล้อเลียนเธอไม่น้อย
…
ท้ายรถบรรทุกของขบวนรถ
อวิ๋นเทียน, หวงไห่เทา และนักเรียนชายในฐานที่มั่นอีกสี่คนนั่งหันหน้าเข้าหากัน
“พี่ชายคนนี้ พอจะเล่าเรื่องฐานที่มั่นของเราให้ผมฟังได้ไหมครับ?”
อวิ๋นเทียนมองไปยังหวงไห่เทาข้างๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น มีคำถามเต็มไปหมดที่อยากจะถาม
“ไม่ต้องเรียกผมว่าพี่ชาย เรียกผมว่าหวงไห่เทาหรือพี่หวงก็ได้”
“นายอยากจะรู้เรื่องอะไรล่ะ?”
หวงไห่เทามีรอยยิ้มที่เป็นมิตรบนใบหน้า เขารู้ว่าเจ้าหนูตรงหน้านี้คือคนที่หัวหน้าหลินชักชวนมา
อวิ๋นเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถามคำถามที่ตนเองอยากจะถามที่สุด:
“พี่หวง พอจะบอกได้ไหมครับว่า ทำไมฐานที่มั่นของเราถึงไม่พูดในช่องสนทนาเลย?”
“แล้วทำไมหัวหน้าหลินถึงไม่ออกมาเลย”
“ผมเห็นในช่องสนทนามีคนดูถูกพวกเราเยอะแยะเลย”
“ยังมีพวกหลอกลวงอีกกลุ่มหนึ่งที่แอบอ้างเป็นหัวหน้าหลิน”
หวงไห่เทาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พูดตามความคิดของตนเอง:
“ที่ไม่พูดก็เพราะไม่อยากจะเปิดเผยตำแหน่งของฐานที่มั่นของเรา”
“ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากจะรับผู้รอดชีวิต แต่เป็นเพราะอีกไม่นานพวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับการบุกของฝูงซอมบี้แล้ว”
“การบุกของฝูงซอมบี้!?”
อวิ๋นเทียนอุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่กลับเห็นหวงไห่เทาเพียงพยักหน้าเป็นสัญญาณแล้วพูดต่อ:
“อันที่จริงการเดินทางครั้งนี้ของพวกเราก็เพื่อค้นหาอาวุธยุทโธปกรณ์”
“นายก็เห็นแล้วว่า บนรถของพวกเราค้นหาอาวุธมาได้ไม่น้อย ยังมีรถหุ้มเกราะสองคันนั้นอีก”
“แต่จำนวนน้อยเกินไป ต่อไปพวกเรายังต้องไปยังเป้าหมายต่อไป”
อวิ๋นเทียนไม่ได้โง่ เขาฟังความหมายอีกนัยหนึ่งในคำพูดของหวงไห่เทาออก:
“งั้น…พี่หวง ฐานที่มั่นของเราไม่ได้อยู่กับเขตสงครมใช่ไหมครับ?”
“กระทั่งไม่มีทหารอยู่ที่นั่นด้วย?”
หากมีทหารหรือเขตปลอดภัยสร้างขึ้นในเขตสงครม คนของฐานที่มั่นหลงอันก็ไม่จำเป็นต้องออกมาหาอาวุธ
หวงไห่เทาสบตากับสายตาที่ตกตะลึงของเขา:
“ใช่ ฐานที่มั่นของเราอันที่จริงก็คือมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง”
“เพียงแต่หลังจากที่ท่านหลินอันมาถึง ก็ได้สร้างเขตปลอดภัยขึ้นที่นั่น แล้วก็ตั้งชื่อว่าหลงอัน”
“ไม่ต้องพูดถึงทหารเลย อันที่จริงผู้ปลุกพลังทั้งหมดของพวกเรารวมกันก็ยังไม่ถึงห้าสิบคน”
“นี่ก็รวมผู้ปลุกพลังที่ท่านหลินอันพามาด้วยแล้ว”
อวิ๋นเทียนได้ยินดังนั้น ความสงสัยในใจไม่เพียงแต่ไม่ลดลง แต่กลับเพิ่มมากขึ้น:
“แต่ภารกิจเขตปลอดภัยไม่ใช่ว่าต้องมีผู้ปลุกพลัง 100 คนรวมทีมกันถึงจะรับได้เหรอครับ?”
“และผมก็ดูเงื่อนไขแล้ว ต้องฆ่าอสูรกลายพันธุ์มากมายขนาดนั้น”
“หัวหน้าหลินเขาพาคนมากี่คน? ไม่มีความช่วยเหลือจากทหารแล้วฆ่าได้มากมายขนาดนั้นได้อย่างไร?”
หวงไห่เทาเอ่ยปากขัดจังหวะคำพูดของเขา:
“ปัญหานี้ไม่ต้องไปคิดมาก”
“การสร้างเขตปลอดภัยทั้งหมดเป็นฝีมือของท่านหลินอันคนเดียว พวกเราก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“แต่มีเรื่องหนึ่งที่นายสามารถรู้ได้”
“นั่นคือความแข็งแกร่งของท่านหลินอันเหนือกว่าจินตนาการของนายมาก ตอนนั้นคนที่ท่านพามามีเพียงผู้ปลุกพลังสี่คน!”
“ที่เหลือล้วนเป็นคนแก่คนป่วยคนพิการ รวมกันยังไม่ถึงร้อยคน”
“และผู้ปลุกพลังที่ท่านพามา อันที่จริงความแข็งแกร่งก็แค่แข็งแกร่ง แต่ก็แข็งแกร่งอย่างจำกัด”
“ดังนั้น พวกเราต่างก็แอบคาดเดากันว่า ท่านหลินอันอาจจะทำภารกิจสังหารมากมายขนาดนั้นด้วยตนเอง คนอื่นๆ อาจจะเป็นแค่ผู้ช่วย”
“กระทั่ง…พวกเราหลายคนคิดว่า…”
“ท่านหลินอันอาจจะเป็นผู้ปลุกพลังขั้นที่สาม!”
คนในฐานที่มั่นสองสามคนที่นิ่งเงียบอยู่ข้างๆ ก็แทรกขึ้นมาทันที ในดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพ
“นายอาจจะไม่รู้ จนถึงตอนนี้ พวกเรายังไม่เคยเห็นท่านหลินอันลงมือเต็มที่เลย!”
“แต่อสูรกลายพันธุ์ใดๆ ที่อยู่ตรงหน้าท่าน ก็จะถูกจัดการภายในไม่กี่วินาที!”
“รวมถึงขั้นที่สองระดับสูงด้วย”
“รอนายกลับฐานที่มั่นนายก็จะรู้เอง ที่นั่นยังมีอสูรที่ท่านหลินอันสยบไว้”
“พูดตามตรง แค่อสูรตัวนั้นก็สามารถสังหารพวกเราทุกคนได้แล้ว”
อวิ๋นเทียนได้ยินดังนั้นก็ค่อนข้างตกตะลึง อดไม่ได้ที่จะถามต่อ…
…
ท้ายรถสั่นสะเทือน อวิ๋นเทียนพูดคุยกับคนบนรถอย่างกระตือรือร้น เพียงแต่หัวข้อส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่กับหลินอัน
“พี่หวัง เมื่อครู่นี้พี่บอกว่า…”
อวิ๋นเทียนยังพูดไม่ทันจบ ทันใดนั้นก็พบว่าตรงข้ามตนเองว่างเปล่า
?
พี่หวังคือใคร?
เมื่อครู่นี้ฉันกำลังพูดกับใครอยู่?
อวิ๋นเทียนลูบหัวตัวเองอย่างสงสัย หันไปมองหวงไห่เทา:
“พี่หวง บนรถของเรามีคนชื่อ…”
เขาพูดไปได้ครึ่งหนึ่ง ก็ราวกับติดขัด
“ชื่ออะไร?”
หวงไห่เทามองเขาด้วยสีหน้าสงสัย ตอบกลับเสียงเบา
อวิ๋นเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็ฝืนยิ้มออกมา:
“ไม่มีอะไรครับ…”
“บางทีผมอาจจะจำผิดไป…”
ท้ายรถว่างเปล่า นอกรถมีฝนปรอยๆ
รอยล้อยาวเหยียด ยืดออกไป…