พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 230: การถอดรหัสด้วยกำลัง
ภายในลิฟต์ เหยาหมิงหยวนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ในหัวคิดหมุนอย่างรวดเร็ว
ทำอย่างไรดี!
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองกระบี่ยาวในมือของหลินอันอย่างประหม่า เขารู้ว่ากระบี่เล่มนั้นมีความเร็วสูงมาก สามารถลอยมาตัดหัวเขาได้ทุกเมื่อ
ตนเองควรจะถือปืนข่มขู่จางไห่ต่อไป บีบบังคับให้คนกลุ่มนี้ปล่อยให้ตนเองหนีไป…หรือว่าควรจะคุกเข่าขอความเมตตาทันที?
เบื้องหน้า ชายในชุดรบสีดำสะพายกระบี่ยาวเฉียงดูองอาจ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่คล้ายมีคล้ายไม่มี แต่ในสายตาของเขา รอยยิ้มนั้นกลับเย็นเยียบอย่างยิ่ง ราวกับแมวที่กำลังมองหนู
จะหนีรอดหรือไม่? ความเป็นไปได้แทบไม่มี
ต่อให้เขาข่มขู่ทุกคนว่าจะยิงจางไห่ทิ้งเพื่อเปิดใช้คำสั่งปิดตาย ก็จำเป็นต้องให้ทุกคนเข้าไปในลิฟต์ด้วย มิเช่นนั้น เมื่อลิฟต์ขึ้นไปแล้วก็จะถูกล็อก ถึงตอนนั้นก็ตายอยู่ดี
ดังนั้น สถานการณ์นี้จึงไม่มีทางออก
ให้คนของสถาบันวิจัยขึ้นไปกับตนเอง เขาไม่กังวลว่าจะมีใครเก็บความแค้นไว้ในใจแล้วฆ่าเขา กลุ่มคนเหล่านี้ล้วนเป็นนักวิจัย ไม่มีทั้งความกล้าและไม่มีความคิดเช่นนั้น
แต่…หากให้ชายผู้แข็งแกร่งและลึกลับคนนี้เข้าไปในลิฟต์ด้วย เขาก็คงจะตายในพริบตาไม่ใช่หรือ? เขาได้เห็นวิธีการอันรุนแรงของหลินอันแล้ว
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที…
หลังจากคิดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เหยาหมิงหยวนก็โยนปืนพกในมือทิ้งโดยไม่ลังเล
“ตุ้บ”
เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจ เอ่ยอธิบายอย่างรวดเร็ว
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่!”
“ระเบิดนิวเคลียร์ในสถาบันวิจัยกำลังจะระเบิดแล้ว!”
“จากที่นี่ขึ้นลิฟต์ไปใช้เวลาแค่สองนาที!”
“ก่อนหน้านี้ผมแค่หลงผิดไปชั่ววูบ ขอท่านโปรดไว้ชีวิตผมด้วย!”
“พวกท่านเป็นหน่วยกู้ภัยของเขตสงครามใช่ไหมครับ! ผมยินดีที่จะกลับไปยังเขตสงครามแล้วขึ้นศาลทหาร รับการตัดสินจากศาล!”
เสียงแหบแห้ง หัวใจเต้นระรัว
เขาพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ขอเพียงหลินอันและคนอื่นๆ เป็นคนของเขตสงคราม อย่างไรก็คงจะไม่ลงมือฆ่าเขาในตอนนี้ เมื่อถึงเขตสงคราม ด้วยฐานะนักวิจัยของเขา การรักษาชีวิตไว้น่าจะยังพอทำได้
หลินอันได้ฟังก็ใจหายวาบ หางตากวาดมองหน้าจอรอบๆ อย่างรวดเร็ว
“8 นาที 36 วินาที”
เวลานับถอยหลังสีแดงไม่ค่อยเด่นชัดนัก เขาเพิ่งจะพุ่งเข้ามาในห้องควบคุม ไม่คิดว่านี่จะเป็นเวลานับถอยหลังการทำลายตัวเอง
“ให้ตายสิ นี่มันจะระเบิดแล้วนี่หว่า!”
“ใครมันสั่งให้ทำลายตัวเองวะ? พวกแกไม่เห็นหรือไงว่าพวกเราจัดการอสูรกายได้แล้ว!”
จางเถี่ยใจหายวาบ รีบมองไปยังหน้าจอ
จางไห่หัวเราะอย่างขมขื่น ทำได้เพียงแข็งใจเอ่ยอธิบาย
“พวกเรานึกว่า…”
“พวกท่านทำอะไรอสูรกายไม่ได้แล้ว…”
“หากไม่เริ่มการทำลายตัวเอง ใช้ระเบิดนิวเคลียร์กำจัดอสูรกาย รอจนกระทั่งอสูรกายหนีออกไปได้ ผลที่ตามมาจะเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการ”
“ใช่แล้ว!”
กลุ่มคนรีบเอ่ยเสริม
“ตอนนั้น…”
พูดไปได้ครึ่งหนึ่ง ทิศทางของคำพูดก็พลันเปลี่ยนไป พวกเขาไม่กล้าที่จะบอกว่าตนเองเกิดความขัดแย้งภายในกันเอง
ในกลุ่มคนมีคนไม่น้อยที่มองหลินอันผู้เป็นหัวหน้าด้วยความเกรงขามและสงสัย
“พวกท่านมาจากเขตสงครามไหน? เป็นของเขตสงครามที่สี่ว่างเจียงหรือเปล่า?”
“เบื้องบนส่งพวกท่านมาใช่ไหม?”
“ก่อนที่พวกท่านจะมาทำไมไม่บอกพวกเราสักคำ? แล้วทำไมถึงไม่ฟังความเห็นของพวกเรา?”
จางไห่เห็นหลินอันไม่ได้ตอบคำถาม ก็ถอนหายใจในใจ เอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
“สหายท่านนี้ ผมคือผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยุทโธปกรณ์ที่สี่ จางไห่”
“หากพวกท่านเป็นหน่วยค้นหาและกู้ภัยของเขตสงคราม ก็ขอให้รีบอพยพไปจากที่นี่พร้อมกับพวกเราโดยเร็วที่สุด!”
เขาหันไปมองเหยาหมิงหยวนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ในดวงตาฉายแววเย็นชา แต่ก็ยังเอ่ยเกลี้ยกล่อม
“สถาบันวิจัยของเราเกิดปัญหาขึ้นบางอย่างก็จริง แต่ขอให้พวกท่านนำเขากลับไปยังเขตสงครามก่อนแล้วค่อยจัดการ”
หลินอันขมวดคิ้ว ไม่ได้ตอบคำถาม ในใจหงุดหงิดอย่างยิ่ง
เขาเดิมทีคิดจะนำอาวุธยุทโธปกรณ์ที่นี่กลับไปติดอาวุธให้ฐานที่มั่นหลงอัน สำหรับอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ทดลองต่างๆ ที่นี่เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องได้มา แต่หากจะขนอาวุธมากมายขนาดนี้ เวลากลับไม่พอเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้มีแหวนมิติที่สามารถบรรจุอาวุธได้ในคราวเดียว แต่…แปดนาที หักลบเวลาขึ้นไปและหลบหนีออกไป เวลาที่เหลือให้เขาแทบจะไม่พอ
ให้ตายเถอะ ทำไมสองภารกิจนี้ถึงได้ไม่ราบรื่นเช่นนี้? ที่ตั้งของเขตสงครามไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์มากนักก็ช่างเถอะ ยังมาเจอเหตุการณ์ทารกปีศาจอีก มาถึงที่นี่ มีอสูรอมตะสิ่งมีชีวิตพิเศษประเภทนี้ไม่พูดถึง หลังจากจัดการแล้วกลับมาเจอการทำลายตัวเองด้วยระเบิดนิวเคลียร์อีก?
ข่มความหงุดหงิดในใจลง หลินอันก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ตั้งใจว่าจะขนอาวุธไปได้มากเท่าไหร่ก็เอาไปเท่านั้น
ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามว่าคลังเก็บยุทโธปกรณ์อยู่ที่ไหน ฉู่อันที่นิ่งเงียบอยู่ข้างหลังก็พลันเอ่ยขึ้น
“ผมสามารถถอดรหัสกระบวนการทำลายตัวเองได้”
?
หลินอันได้ฟังก็มองไปยังพันเอกฉู่ข้างหลังด้วยความประหลาดใจและคาดหวัง
“คุณแน่ใจนะ!?”
ฉู่อันพยักหน้าเล็กน้อย แต่กลับทำให้จางไห่เกิดความสงสัย
“คุณทหาร”
“พวกเรามีเวลาไม่มากแล้ว ในปัญหาเช่นนี้ขอให้ท่านอย่าพูดจาเหลวไหล”
“กระบวนการทำลายตัวเองของสถาบันวิจัยของเราไม่มีทางที่จะถูกถอดรหัสได้ มันถูกเข้ารหัสด้วยขั้นตอนวิธี AES-1024 ไม่มีทางที่จะถูกถอดรหัสด้วยกำลังได้เลย!”
“ต่อให้ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ถอดรหัสต่อเนื่องหนึ่งหมื่นห้าพันปีก็ยังทำไม่ได้!”
“พูดอย่างเคร่งครัดแล้ว เว้นเสียแต่ว่าจะใช้การเปรียบเทียบข้อมูลชีวภาพระดับสูงสุด ถึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะหยุดยั้งกระบวนการทำลายตัวเอง!”
จางเถี่ยฟังแล้วก็งงเป็นไก่ตาแตก มองไปยังพันเอกฉู่อย่างสงสัย
“ตาแก่นี่พูดอะไรของเขาวะ? พันเอกฉู่ คุณถอดรหัสได้ไหม?”
ฉู่อันราวกับไม่ได้ยินคำห้ามปรามของจางไห่ เดินไปยังแผงควบคุมอย่างไม่รีบร้อน นิ้วมือขยับอย่างรวดเร็ว
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนในห้องควบคุมต่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี
หลินอันมองฉู่อันอย่างประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ปล่อยให้เขาไปถอดรหัส ในความทรงจำของเขา ฉู่อันก็ไม่ต่างจากเครื่องจักร เขาบอกว่าถอดรหัสได้ หลินอันก็เชื่อเขา
เพียงแต่ คนอื่นๆ กลับไม่คิดเช่นนั้น
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาที่ระเบิดจะทำงานแล้ว คนข้างนอกกลุ่มนี้กลับคิดเพ้อฝันพยายามจะถอดรหัสกระบวนการทำลายตัวเอง?
ในกลุ่มนักวิจัย นักวิจัยอาวุโสสองสามคนฝืนข่มความไม่พอใจในใจ
“ไม่มีความหมายหรอก!”
“บนโลกใบนี้ไม่มีทางที่จะมีวิธีการถอดรหัสวิธีการเข้ารหัสระดับสูงสุดได้ มิเช่นนั้นกระบวนการทำลายตัวเองจะมีความหมายอะไร?”
“อยากจะถอดรหัสรหัสผ่านด้วยกำลัง อย่างน้อยต้องทำการคำนวณ 10 ยกกำลัง 1024 ครั้งถึงจะมีความเป็นไปได้!”
“นั่นเป็นตัวเลขระดับดาราศาสตร์! ไม่ต้องพูดถึงว่าในมือพวกเราไม่มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์เลย! ต่อให้รวมพลังการคำนวณทั่วโลกเข้าด้วยกันก็ไม่มีทางถอดรหัสได้!”
พูดตามตรง หลินอันก็รู้ว่าวิธีการเข้ารหัส AES-1024 มันวิปริตขนาดไหน พูดง่ายๆ ก็คือ อยากจะถอดรหัสรหัสผ่านแบบนี้ ก็เหมือนกับการปลดล็อกโทรศัพท์มือถือ คุณทำได้เพียงลองไปทีละตัว รหัสผ่าน 8 หลักมี 1 ร้อยล้านชุด…แล้วรหัสผ่าน 1024 หลักล่ะ?
ดังนั้น ก็ไม่แปลกที่นักวิจัยเหล่านี้จะไม่เชื่อว่าฉู่อันจะถอดรหัสได้ เพราะนี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
จางไห่เมื่อเห็นว่าฉู่อันกำลังป้อนข้อมูลบนแผงควบคุมจริงๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกฉู่อัน แต่เป็นเพราะฉู่อันกำลัง “ดูหมิ่น” สติปัญญาของเขาอย่างสิ้นเชิง
“คุณทหาร! โปรดหยุดการกระทำที่โง่เขลาเช่นนี้ทันที!”
“การถอดรหัสด้วยกำลังคนไม่มีทางทำได้!”
“และหลังจากที่คุณป้อนข้อมูลผิดสามครั้ง กระบวนการทำลายตัวเองก็จะจุดระเบิดนิวเคลียร์ทันที!”
“อยากจะหยุดกระบวนการทำลายตัวเองมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น!”
จางไห่หยุดไปครู่หนึ่ง สายตามองไปยังยศบนบ่าของฉู่อัน ชายเบื้องหน้าเป็นเพียงพันเอกเท่านั้น ยศยังต่ำกว่าเขาอยู่หนึ่งระดับ
เขาหายใจเข้าลึกๆ พูดต่อไป
“วิธีการหยุดยั้งการทำลายตัวเองมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น!”
“นั่นก็คือ…”
“ผู้บัญชาการระดับพลเอกแห่งเขตสงครามเมืองหลวงมายืนยันตัวตนด้วยตนเอง…”
ยังไม่ทันจะพูดจบ เสียงจักรกลที่เย็นเยียบก็พลันดังขึ้น
“ติ๊ด”
“กระบวนการทำลายตัวเองได้ถูกหยุดยั้งแล้ว”
“ผู้หยุดยั้ง: เขตสงครามเมืองหลวง-พลเอกฉู่อัน”
เวลานับถอยหลังการทำลายตัวเองสีแดงบนหน้าจอหยุดลง ภายในห้องควบคุมพลันเงียบสงัดอย่างประหลาด
หัวใจของเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยหยุดเต้นไปชั่วขณะ มองตัวเลขที่หยุดนิ่งอย่างตกตะลึง
ฉู่อันค่อยๆ หันศีรษะไปมองจางไห่ ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เมื่อครู่…คุณว่าอะไรนะ?”
พูดจบ เขาก็เมินเฉยต่อกลุ่มคนที่แทบจะกลายเป็นคนโง่ เดินตรงไปยังเบื้องหน้าหลินอัน โค้งคำนับ
“ท่านครับ กระบวนการได้ถูกหยุดยั้งแล้ว”
“ต้องการให้ผมเปิดสิทธิ์การเข้าถึงสูงสุดของสถาบันวิจัยให้ท่านหรือไม่ครับ?”