พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 235: โลหิตดับสูญ
“คลื่นความถี่สูง…”
หลินอันค่อยๆ จับด้ามกระบี่ที่เย็นเฉียบขึ้นมา พินิจพิจารณาอย่างละเอียด
คาดไม่ถึง…กระบี่ที่บางมากกลับหนักอึ้ง แม้ว่าด้วยพละกำลังของเขาแล้วน้ำหนักเท่านี้จะไม่นับว่าเป็นอะไร แต่น้ำหนักนี้ก็ไม่สมเหตุสมผล
ทำจากโลหะผสมพิเศษหรือ?
“วูบ-!”
เขาแกว่งไปมาสองสามครั้ง คมกระบี่ทะลวงอากาศจนเกิดเสียงลมหวีดหวิว
มองเผินๆ ก็ไม่มีอะไรพิเศษ…อาวุธโลหะผสมที่ทำจากวัสดุพิเศษเล่มหนึ่ง ควรค่าที่จะวางไว้ที่นี่หรือ?
หลินอันสังเกตเห็นรายละเอียดรอบๆ อาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดไม่มีกล่องรหัสผ่านแยกต่างหาก มีเพียงกระบี่เล่มนี้ และไม่มีคำอธิบายใดๆ
ดังนั้น นี่คือ…อาวุธที่ฉู่อันบอกให้ตนเองมาหาอย่างลึกลับงั้นหรือ?
หลินอันนึกขึ้นได้ จึงส่งพลังจิตข้ามกำแพงไปติดต่อกับพันเอกฉู่ในห้องประชุม
“ฉู่อัน ที่คุณให้ผมหาคือกระบี่สีแดงเล่มหนึ่งใช่ไหม?”
“อาวุธไร้ดินขับ…อาวุธสั่นสะเทือนความถี่สูง?”
“เจ้านี่ใช้ทำอะไร? ผมลองดูแล้ว ไม่มีอะไรพิเศษ”
เขาใช้ปลายนิ้วกรีดผ่านคมกระบี่ แต่ก็แค่คมกว่ากระบี่ยาวธรรมดาเล็กน้อย หากไม่ใช้แรง แม้แต่ผิวของเขาก็ยังกรีดไม่เข้า ชื่อเรียกก็แปลกมาก หลินอันไม่เคยได้ยินของแบบนี้มาก่อน
“ใช่แล้ว”
ในห้องประชุม ฉู่อันใช้สองความคิดในเวลาเดียวกัน ข้างหนึ่งประชุมล้างสมองให้ทุกคน อีกข้างหนึ่งตอบคำถามของเขา
“อาวุธสั่นสะเทือนความถี่สูง เป็นหนึ่งในเก้ายุทโธปกรณ์ทดลองระดับ A ของประเทศเรา รักษาความลับระดับสูงสุด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้”
“โครงการนี้เพิ่งจะเริ่มได้ไม่นาน เพราะการวิจัยไม่ราบรื่นถึงได้ส่งมาให้ที่นี่วิจัยต่อ”
“ส่วนกระบี่สีแดงในมือของคุณ ชื่อว่า…โลหิตดับสูญ”
“เดี๋ยวคุณลองกดสวิตช์ลายนิ้วมือที่ท้ายด้ามกระบี่ดู ผมจะอธิบายหลักการของมันให้คุณฟังก่อน”
หลินอันได้ยินดังนั้นก็หันด้ามกระบี่มาโดยสัญชาตญาณ เห็นร่องที่เว้าเข้าไปเล็กน้อยที่ท้ายด้าม เดิมทีเขานึกว่าใช้สำหรับฝังอะไรบางอย่าง ไม่คิดว่าจะเป็นปุ่มกด
อีกฟากหนึ่งของกระแสจิต เสียงของฉู่อันก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“คลื่นความถี่สูง หมายถึงคลื่นสั่นสะเทือนความถี่สูง ความถี่ในการสั่นสะเทือนสูงถึงหมื่นกว่าครั้งต่อวินาที มันใช้เครื่องกำเนิดการสั่นสะเทือนแบบกระตุ้นตัวเอง ซึ่งทำงานโดยหลอดอิเล็กตรอนเรียงกระแสไฟฟ้าแรงสูงเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงขึ้นมา สนามแม่เหล็กไฟฟ้านี้จะทำให้โมเลกุลของวัสดุที่สัมผัสเกิดปรากฏการณ์โพลาไรเซชัน”
“พูดอีกอย่างก็คือ กระบี่เล่มนี้หลังจากเปิดใช้งานแล้วจะสามารถสร้างการสั่นสะเทือนได้หมื่นกว่าครั้งในระดับที่เล็กมาก ปลดปล่อยพลังงานที่สูงอย่างยิ่ง”
“อย่างที่ทราบกันดี…วัตถุทุกชนิดประกอบขึ้นจากโครงสร้างโมเลกุลที่เชื่อมต่อกันอย่างแน่นหนา ยิ่งวัตถุแข็งเท่าไหร่ โครงสร้างโมเลกุลก็ยิ่งหนาแน่น”
“อย่างอาวุธธรรมดาที่ตัดทำลายความสมบูรณ์ของวัตถุ โดยเนื้อแท้แล้วก็คือการตัดการเชื่อมต่อระหว่างโมเลกุลกับโมเลกุล นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมอาวุธที่บางกว่าถึงได้คมกว่า”
“ในตอนนั้น พวกเราพยายามจะใช้วิธีการนี้เป็นหัวใจสำคัญในการวิจัยอาวุธทะลวงเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด”
“แต่อาวุธเมื่อบางเกินไปก็จะถูกจำกัดด้วยคุณสมบัติของวัสดุ ตอนใช้งานง่ายที่จะหักหรือเสียหาย”
“ดังนั้น แนวคิดเรื่องอาวุธความถี่สูงจึงถือกำเนิดขึ้น”
ฉู่อันหยุดไปครู่หนึ่ง ขยับแว่นเบาๆ
“ในเมื่อการทำให้ความคม (ความบาง) ถึงขีดสุดทำไม่ได้ งั้นพวกเราก็เปลี่ยนเป็นจำนวนครั้งในการโจมตี”
“ขอเพียงจำนวนครั้งที่ฟันออกไปมากพอ ก็สามารถตัดโซ่โมเลกุลได้เช่นกัน”
“ส่วนอาวุธความถี่สูง ในแนวคิดแล้วก็เท่ากับอาวุธที่ฟันออกไปหมื่นกว่าครั้งในหนึ่งวินาที!”
“มันในชั่วพริบตาที่สัมผัสกับพื้นผิวของวัตถุ ก็จะสั่นสะเทือนไปมาและตัด ด้วยประสิทธิภาพที่สูงอย่างยิ่งเพื่อทำลายเกราะใดๆ ก็ตาม”
หลินอันได้ฟังก็กำโลหิตดับสูญในมือแน่น เขาเข้าใจความหมายของฉู่อันแล้ว ในใจตกตะลึง
ความหมายของฉู่อันง่ายมาก…กระบี่เล่มนี้ต่อให้เขาไม่ต้องฟัน ขอเพียงวางไว้บนพื้นผิวของวัตถุใดๆ ก็เท่ากับฟันออกไปหมื่นกว่าครั้งในระยะทางที่สั้นมาก
หมื่นกว่าครั้ง…นั่นไม่เท่ากับว่าไม่มีอะไรสามารถต้านทานการตัดของมันได้เลยหรือ?
หลินอันหายใจเข้าลึกๆ กดสวิตช์เปิดใช้งานของโลหิตดับสูญด้วยความคาดหวังเล็กน้อย
“วูม!!”
ในชั่วพริบตาที่เปิดใช้งาน ตัวกระบี่สีเลือดก็สั่นสะเทือนขึ้นมาทันที ความรู้สึกสั่นสะเทือนที่รุนแรงส่งมาจากข้อมือ กล้ามเนื้อแขนที่จับกระบี่สั่นสะเทือน ไม่นานก็ถูกบังคับให้สงบลง หากไม่ใช่เพราะพละกำลังของเขาแข็งแกร่งพอและสมรรถภาพร่างกายสูงพอ หลินอันสงสัยอย่างยิ่งว่าคนธรรมดาในชั่วพริบตาที่เปิดใช้งานก็จะถูกแรงสั่นสะเทือนทำให้แขนแหลกละเอียด กลายเป็นกองเนื้อเละๆ
เสียงหึ่งๆ ความถี่สูงน่าใจหาย ภายใต้ความถี่ในการสั่นสะเทือนที่สูงอย่างยิ่ง ตัวกระบี่สีเลือดเดิมก็ปรากฏภาพซ้อนเล็กน้อย มองแวบเดียวก็เหมือนกับภาพลวงตาทางจิตทำให้มองไม่เห็นวิถีของตัวกระบี่
สายตาของหลินอันขยับเล็กน้อย ลองใช้โลหิตดับสูญกรีดไปที่พื้น
“ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ”
เสียงตัดโลหะที่ต่อเนื่องดังขึ้นในทันที
ให้ตายสิ!?
หลินอันผู้ซึ่งน้อยครั้งจะแสดงอารมณ์ออกมา เมื่อได้เห็นผลลัพธ์ที่โลหิตดับสูญสร้างขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
พื้นดินที่เทียบเท่ากับเกราะโลหะพลันถูกตัดเป็นวงโค้งที่ว่างเปล่าและตั้งตรง เขาไม่ได้ใช้แรงเลยแม้แต่น้อย อาศัยเพียงความคมของตัวกระบี่ก็สามารถ…ไม่สิ ควรจะพูดว่ามันกรีดพื้นโลหะผสมขาดได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีอะไรขวางกั้น
ราวกับมีดร้อนตัดเนย…
หลินอันไม่สงสัยเลยว่าถ้าเขาปล่อยมือ กระบี่เล่มนี้จะสามารถตกลงไปได้ตลอดทาง ไม่มีอะไรสามารถขวางกั้นมันได้แม้แต่น้อย!
ระดับ “ความคม” นี้…มันเกินไปหน่อยแล้ว…
สายตาของหลินอันเต็มไปด้วยความชื่นชมมองดูกระบี่ยาวในมือ พลิกดูไปมา
ช่างเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งจริงๆ
เขาเดิมทียังคิดอยู่ว่า รออีกสักพักทำภารกิจผู้กอบกู้สำเร็จได้ดาบแห่งคาอินมาแล้ว ปกติเขาจะทำอย่างไร มีฝักดาบสะกดวิญญาณอยู่ ไม่บ่มเพาะดาบแห่งคาอินน่าเสียดายเกินไป แต่ถ้าบ่มเพาะแล้ว ปกติเขาก็ต้องใช้อาวุธธรรมดาต่อสู้กับศัตรู เว้นเสียแต่ว่าจะใช้เวลาไปตามหาอสูรกลายพันธุ์ทุกหนทุกแห่ง ดูว่าจะสามารถดรอปอาวุธได้หรือไม่ หรือไม่ก็หาผู้ปลุกพลังที่สร้างยุทโธปกรณ์กลับมา
แต่สองวิธีนี้ล้วนไม่น่าเชื่อถือ อสูรกลายพันธุ์ดรอปยุทโธปกรณ์ก็ไม่แน่นอน และดรอปอาวุธก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกระบี่ ผู้ปลุกพลังที่สร้างยุทโธปกรณ์ยิ่งน้อยน่าสงสาร ในช่องสนทนาปรากฏขึ้นเพียงไม่กี่คน และระยะทางก็ไกลมาก เขาอยากจะจับมาก็ทำไม่ได้
แต่ตอนนี้เมื่อได้โลหิตดับสูญมา ก็ถือว่าชดเชยข้อบกพร่องนี้ได้อย่างสิ้นเชิง
อาวุธนี้ แม้จะไม่ใช่ยุทโธปกรณ์ของระบบ แต่หากพูดถึงความเสียหายเพียงอย่างเดียว หลินอันเชื่อว่าโลหิตดับสูญไม่มีทางด้อยไปกว่ายุทโธปกรณ์สีฟ้าชิ้นหนึ่งอย่างแน่นอน!
พลังทำลายล้างถึงขีดสุด!
เพียงแต่อาวุธที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ทำไมพันเอกฉู่ถึงยังบอกว่ายังวิจัยไม่สำเร็จ?
ด้วยความสงสัย หลินอันก็เชื่อมต่อพลังจิตกับฉู่อันที่กำลังประชุมอยู่อีกครั้ง
“อาวุธนี้มีข้อบกพร่องอะไรหรือเปล่า?”
“ที่คุณก่อนหน้านี้บอกว่าให้จางไห่วิจัยต่อ หมายถึงอาวุธนี้?”
ในห้องประชุม พันเอกฉู่พูดเร็วมากเพื่อจัดสรรภารกิจ อีกด้านหนึ่งก็ใช้จิตสำนึกตอบคำถามของเขา
“ใช่แล้ว อาวุธนี้มีข้อบกพร่องสามอย่าง”
“แต่สำหรับคุณแล้วมีเพียงสองอย่าง”
“อย่างแรกคือปัญหาการสั่นสะเทือน ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลย ต่อให้เป็นแขนกลที่สร้างจากโลหะผสมก็จะถูกแรงสั่นสะเทือนทำให้พังทลาย”
“ผู้ปลุกพลังทั่วไปก็ไม่สามารถใช้อาวุธนี้ได้เช่นกัน”
“การสั่นสะเทือนความถี่สูง ไม่ใช่แค่ทำให้แขนแหลกง่ายๆ ขนาดนั้น”
“คลื่นสั่นสะเทือนแบบนี้จะเกิดเสียงสะท้อนกับอวัยวะภายใน ก็มีแต่ร่างกายของคุณที่สามารถทนใช้ได้”
“แต่ถ้าใช้เป็นเวลานาน คุณอาจจะทนไม่ไหว”
“อย่างที่สองคือปัญหาด้านพลังงาน”
“เครื่องกำเนิดการสั่นสะเทือนแบบกระตุ้นตัวเองของโลหิตดับสูญต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ผมตั้งใจจะให้จางไห่เปลี่ยนเป็นใช้พลังงานจิต”
“คุณมีแกนพลังงานจิตอยู่ไม่ใช่หรือ? อันนั้นก็สามารถใช้เป็นแบตเตอรี่ได้”
หลินอัน: ….
ให้ตายสิ…เจ้าหมอนี่เห็นของในเข็มขัดของเขาได้จริงๆ ด้วย กระทั่งของในแหวนก็ยังเห็นได้
อีกครั้งหนึ่ง หลินอันก็เกิดความคิดที่จะผ่าพิสูจน์พันเอกฉู่ขึ้นมา
พรสวรรค์อะไรกันแน่ถึงได้วิปริตขนาดนี้? รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความลับอะไรต่อหน้าฉู่อันเลย
ไม่น่าแปลกใจที่พันเอกฉู่ก่อนที่จะเปิดเผยความสามารถ จะรีบส่งของวิเศษระดับ S ให้ตนเอง แล้วก็อธิบายมากมายขนาดนั้น หากเป็นปกติ ด้วยนิสัยของหลินอัน ในสถานการณ์ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นมิตรหรือศัตรู เขาจะต้องฟันฉู่อันให้ตายในดาบเดียวอย่างแน่นอน เพราะอย่างไรเสียยุทโธปกรณ์และของวิเศษบนตัวเขามันมากมายเกินไป หากเปิดเผยออกไปจะดึงดูดให้คนนับไม่ถ้วนหมายปองอย่างบ้าคลั่ง
เสียงของฉู่อันในกระแสจิตหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวถึงข้อสุดท้าย
“ข้อบกพร่องสองอย่างนี้ของโลหิตดับสูญจริงๆ แล้วก็ไม่นับว่าเป็นอะไร ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของมันอยู่ที่วัสดุ”
“คุณต่อกรกับศัตรูธรรมดายังพอไหว แต่เมื่อต่อกรกับอสูรกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเสียหายโดยตรง”
“แม้ว่าวัสดุของมันจะเป็นไนโตรเจนอัลลอยด์ระดับสูงสุด แต่ต่อหน้าอสูรกลายพันธุ์ระดับสูงก็ยังไม่พอ”
“ดังนั้น ในความคิดของผมหวังว่าจางไห่จะสามารถใช้วัสดุจากอสูรกลายพันธุ์ สร้างอาวุธทั้งชุดให้คุณใหม่!”
ในห้องประชุม มุมปากของฉู่อันยกขึ้น…ในกระแสจิต น้ำเสียงของเขาเจือความคลั่งไคล้ซึ่งหาฟังได้ยาก
“การควบคุมด้วยพลังจิตของคุณ สามารถควบคุมกระบี่บินจำนวนมากได้ในคราวเดียว…”
“ขอเพียงมีอาวุธความถี่สูงมากพอ ในอนาคตคุณก็จะกลายเป็นอาวุธยุทธศาสตร์!”
“กลายเป็นมหันตภัยแห่งความตายเคลื่อนที่!”