พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 243: การเคลื่อนพลของเขตสงคราม
ภายในกระโจมทหาร อุณหภูมิที่นี่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าข้างนอกเท่าไหร่นัก
บนม้านั่งที่เรียบง่าย ถังเทียนกับหยางโป๋เฉิงนั่งอยู่ตรงข้ามกัน
ทหารสี่คนที่ถือปืนไรเฟิลกระจายตัวยืนอยู่ห่างจากค่ายทหารสามสิบเมตร แล้วจึงขับไล่ฝูงชนโดยรอบออกไป เรื่องของหลินอันสำคัญเกินไป หากเป็นเรื่องจริง ก็จะปล่อยให้รั่วไหลออกไปง่ายๆ ไม่ได้เด็ดขาด
นายทหารหน้าเหลี่ยมถอดหมวกทหารออก สายตาเคร่งขรึม
“คุณเป็นใคร? ทำไมถึงรู้ข่าวของหลินอัน”
“คุณแน่ใจนะว่ารู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน?”
หากคนผู้นี้ไม่ใช่คนที่ผู้ปลุกพลังคนนั้นพามา บวกกับถังเทียนกล้าเอาหัวเป็นประกัน หยางโป๋เฉิงก็ไม่คิดจะใส่ใจเขาเลย ช่วงเวลานี้มักจะปรากฏคนหลอกลวงที่อ้างว่ารู้จักหลินอัน หรือรู้ข่าวของหลินอันอยู่บ่อยครั้ง โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นคนธรรมดา หวังว่าจะใช้ข่าวนี้แลกกับการคุ้มครองของกองทัพ
ร่างกายของถังเทียนสั่นเทา พยักหน้าอย่างร้อนรน
“ผมชื่อถังเทียน เป็นน้องเขยของหลินอัน!”
“ท่านหยาง ผมรู้ข่าวของหลินอันจริงๆ ครับ!”
ร่างกายของเขาสั่นเทา ครึ่งหนึ่งคือความกลัว อีกครึ่งหนึ่งคือความตื่นเต้น กลัวคือกลัวว่าคนกลุ่มนี้จะไม่เชื่อตนเอง ตื่นเต้นคือตื่นเต้นว่าหลังจากติดต่อกับหลินอันได้แล้ว ตนเองก็จะเป็น “ญาติพระวงศ์” ด้วยระดับความคิดของเขา ไม่มีทางที่จะอ่านความหมายเบื้องหลังประกาศของเขตสงครามเมืองหลวงออก
หยางโป๋เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
น้องเขยของหลินอัน? นั่นไม่เท่ากับว่าคนสองคนที่มากับเขาคือภรรยาและแม่ยายของหลินอันหรอกหรือ? นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร? ใครจะปล่อยให้ญาติของตนเองอยู่ข้างนอก ไม่ได้อยู่กับตนเอง? นี่คือวันสิ้นโลก ไม่ใช่ยุคสงบสุข ต่อให้ตอนที่วันสิ้นโลกอุบัติขึ้นจะพลัดหลงกันไป แต่ตอนนี้ช่องสนทนาก็เปิดแล้ว คนกลุ่มนี้ไม่คิดจะติดต่อกันบ้างเลยหรือ?
ด้วยความไม่ไว้วางใจอย่างยิ่ง หยางโป๋เฉิงกางมือออกข้างหนึ่ง เอ่ยถามเสียงเย็น
“หลักฐาน”
“หากคุณมีความเกี่ยวข้องกับหลินอันจริงๆ ทำไมถึงไม่ไปที่ฐานที่มั่นหลงอัน กลับมาอยู่ที่นี่กับพวกเรา?”
“และจนถึงปัจจุบัน หลินอันและคนอื่นๆ ก็ไม่เคยปรากฏตัวออกมาประกาศตามหาญาติเลย”
ถังเทียนได้ฟังก็ร้อนใจ ข้างหนึ่งค้นหาบนตัวข้างหนึ่งเอ่ยปาก
“ท่านครับ! ผู้น้อยไม่กล้าหลอกลวงท่านอย่างแน่นอน!”
“พี่สาวของผมเป็นคู่หมั้นของหลินอัน พวกเขาสองคนรักกันมาก!”
“เดิมทีจะแต่งงานกันแล้ว แต่ผลคือวันสิ้นโลกอุบัติขึ้น พี่เขยของผมก็พลัดหลงกับพวกเราไป!”
“เขาไม่ได้ส่งข้อความติดต่อพวกเรา…”
สีหน้าของถังเทียนเปลี่ยนไป สองมือลูบคลำบนตัวไม่หยุด
“เขาคงจะไม่ได้เห็นข้อความที่พวกเราส่งไป!”
“แล้วเขาก็คงจะมีเรื่องลำบากอะไรบางอย่าง กลัวคนอื่นจะมารบกวนเขา เขาก็เลยไม่ปรากฏตัวออกมา!”
“พี่เขยของผมก็เป็นคนแบบนั้นแหละครับ เป็นคนที่ไม่ชอบโอ้อวด แต่มีความสามารถเป็นพิเศษ!”
ถังเทียนยืนกรานว่าหลินอันคือพี่เขยของตนเอง ลืมไปโดยสิ้นเชิงว่าก่อนวันสิ้นโลก ตนเองเคยเยาะเย้ยหลินอันว่าเป็นเพียงทหารจนๆ อยู่บ่อยครั้ง และ…เขาก็คาดเดามาโดยตลอดว่าหลินอันไปที่เขตสงครามหลินเจียง นำกองทัพทำภารกิจเขตปลอดภัยสำเร็จ แล้วก็กลายเป็นหัวหน้า นี่ก็คือเหตุผลที่เขากล้าพูดว่ารู้ว่าหลินอันอยู่ที่ไหน ส่วนว่าทำไมถึงไม่เคยปรากฏตัวออกมา เขาก็ไม่รู้
ต่อให้เดาผิดที่ หลินอันไม่ได้สร้างเขตปลอดภัยในเขตสงคราม แต่เชื่อว่าด้วยสถานะของครอบครัวตนเอง ขอเพียงให้เขตสงครามว่างเจียงช่วยส่งข้อความหน่อย หลินอันอย่างไรก็คงจะตอบกลับมาบ้างใช่ไหม?
หยางโป๋เฉิงมีแววตาไม่พอใจ น้ำเสียงไม่เปลี่ยนแปลง
“เอาหลักฐานออกมา!”
“คุณบอกว่าพี่เขยของคุณคือหลินอัน ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นหลินอันคนไหน?”
“คุณต้องพิสูจน์จุดนี้ก่อน”
ถังเทียนครู่หนึ่งก็พูดอะไรไม่ออก เขายิ้มประจบประแจง มองนายทหารอย่างอึดอัด
“เอ่อ…ท่านหยางครับ ผมมีหลักฐานครับ”
“ผมมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่มาจากกระเป๋าสตางค์ของพี่เขยผม บนนั้นเขียนคำว่า ‘หลงอัน’ สองคำ”
“และพี่เขยของผมเดิมทีก็เป็นทหาร ฝีมือเขาดีเป็นพิเศษ!”
“ผมคิดว่าสองจุดนี้น่าจะพิสูจน์ได้!”
หยางโป๋เฉิงได้ฟังก็ถึงกับงงงัน
ทหาร…กระดาษที่เขียนว่าหลงอัน?
เขาไม่ใช่คนโง่ ไม่นานก็เข้าใจความหมายเบื้องหลังนี้ หากคนเบื้องหน้ากำลังโกหก ไม่น่าจะคิดถึงความหมายระหว่างหลงอันกับหลินอันได้ อย่างน้อยพวกหลอกลวงก่อนหน้านี้ พูดแต่ว่าหลินอันหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่มีข้อมูลสำคัญใดๆ เลย
“กระดาษล่ะ? เอามาให้ผมดู”
สายตาของหยางโป๋เฉิงคมกริบ เชื่อคำพูดของถังเทียนไปสองสามส่วนแล้ว ในใจตื่นเต้น
หากเป็นญาติของหลินอันจริงๆ กระทั่งว่ารู้ว่าหลินอันอยู่ที่ไหน นี่รายงานขึ้นไปก็เป็นผลงานชิ้นใหญ่!
มองดูท่าทีของหยางโป๋เฉิง ถังเทียนก็อดไม่ได้ที่จะคอแห้งผาก มีสีหน้าลำบากใจ
จะพูดดีไหม? กระดาษอยู่ที่ถังหลง…ตนเองตื่นเต้นจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท แต่จะขโมยก็ขโมยไม่ได้ พูดไป ถังหลงก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ไม่พูดล่ะ…ไม่มีกระดาษ เกรงว่าจะไม่มีใครเชื่อตนเอง
ถังเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็กัดฟัน
“เอ่อ…ท่านครับ”
“กระดาษเดิมทีอยู่ที่ผม ตอนหลังถูกลูกพี่ลูกน้องของผม ถังหลง เอาไป”
“ก็คือผู้ปลุกพลังบนรถหุ้มเกราะคนนั้น เขาพาพวกเรามา”
“เรื่องนี้เขาก็รู้!”
สายตาของหยางโป๋เฉิงขยับเล็กน้อย ไม่ลังเลหันหลังเดินออกจากกระโจมไปทันที
“หากผมไม่ได้เห็นกระดาษ คุณหลอกลวงกองทัพก็รอรับโทษตามกฎอัยการศึกได้เลย!”
ไม่นานนัก…ภายใต้การคุมตัวของทหารสองนาย หยางโป๋เฉิงก็นำถังหลงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเดินเข้ามา
หยางโป๋เฉิงใช้นิ้วคีบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา ราวกับกำลังดูของล้ำค่าจ้องมองลายมือบนนั้นอย่างละเอียด ขอบกระดาษเริ่มจะเปื่อยแล้ว ลายมือดูแล้วก็ผ่านไปนานจริงๆ
หลงอัน
ลายมือของปากกาลูกลื่นสีดำแข็งแกร่งทรงพลัง แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
หยางโป๋เฉิงหายใจเข้าลึกๆ ฝ่ามือสั่นเล็กน้อย เขาสังเกตเห็นชายที่เข้ามาแล้วก็อยากจะฆ่าถังเทียนให้ตาย
ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจมากนัก คาดเดาเล็กน้อยก็พอจะเดาเรื่องราวภายในได้บางส่วน ก็ไม่พ้นว่าถังหลงไม่ยอมพูดข่าวออกมา เกรงว่าจะมีแผนการอื่น ส่วนถังเทียนก็อยากจะหาพี่เขยของตนเอง แอบหนีมาหาตนเอง
ดูท่าแล้ว…เรื่องของหลินอัน น่าจะเป็นเรื่องจริง
ภายใต้การยืนยันสองอย่าง เขาเชื่อคำพูดของถังเทียนไปแปดส่วนแล้ว
หยางโป๋เฉิงอารมณ์ตื่นเต้น ไม่คิดว่าการปฏิบัติการครั้งนี้แม้จะสูญเสียอย่างหนัก แต่กลับสามารถได้รับข่าวของหลินอันได้ กระทั่งยัง “จับ” ญาติของเขาได้อีกด้วย!
ผลงานชิ้นใหญ่ขนาดนี้ หากรายงานให้ดูใหญ่โตขึ้นอีกหน่อย เขตสงครามเมืองหลวงก็ต้องยกย่องเขาอย่างยิ่งใหญ่ ในขั้นตอนนี้ยังมีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าหลินอันอีกหรือ?
ในกระโจม หยางโป๋เฉิงสอบถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกเรื่องทุกรายละเอียด
ครึ่งชั่วโมงต่อมาเขาหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ เปิดช่องสนทนาส่วนตัวของผู้บัญชาการทหารสูงสุดเขตสงครามว่างเจียง
“หน่วยค้นหาและกู้ภัยโรงไฟฟ้า ร้อยโทหยางโป๋เฉิง ขณะนี้ค้นพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับหลินอัน”
“ความน่าเชื่อถือ 90%!”
“ขอให้เขตสงครามส่งกำลังทหารมาสนับสนุนโดยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน!”
……
ตีหนึ่ง…ในเขตสงครามว่างเจียงที่เงียบสงบ เสียงเตือนภัยที่แหลมบาดหูก็พลันดังขึ้น
คำสั่งเฝ้าระวังระดับ A ถูกประกาศออกมา ทุกคนห้ามเปิดช่องสนทนา
ผู้คนขวักไขว่…ทหารนับพันนายรวมตัวกันอย่างเร่งด่วน รถถัง, รถหุ้มเกราะ, รถบรรทุกทหารหลายสิบคันเตรียมพร้อมออกเดินทาง
เป้าหมาย: ทางด่วนวงแหวน, หน่วยกู้ภัยโรงไฟฟ้า