พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 5: ลิกเกอร์
“โครม!”
เสียงของหนักตกกระทบพื้น หลินอันกระโดดลงมาจากดาดฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
พายุพลังจิตผ่านพ้นไปแล้ว นอกจากจะรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตอนนี้เกมวันสิ้นโลกได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าชีวิตของอันจิ่งเทียนกำลังนับถอยหลัง
เวลามีจำกัด หลังจากออกจากใจกลางเมืองแล้ว เขาต้องหารถสักคันเพื่อใช้เดินทาง มิฉะนั้น แค่สองขาของเขา ไม่มีทางไปถึงที่หมายได้ทันเวลาแน่ ตอนนี้ในเมืองมีซอมบี้อยู่อย่างน้อยหลายล้านตัว แม้ว่าเขาจะกลายเป็นผู้ปลุกพลังแล้ว แต่หากถูกซอมบี้จำนวนมหาศาลล้อมไว้ ก็มีแต่ตายสถานเดียว
ชานเมืองหลินเจียง
รถบรรทุกหนักยี่ห้อตงเฟิงสีแดงคันหนึ่งแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว บดขยี้ซอมบี้ตามรายทางอย่างไม่ปรานี
“ปัง!”
ในห้องคนขับรถบรรทุก หลินอันเตะประตูรถออก แล้วกระโดดออกมาทันทีโดยไม่สนใจว่ารถยังคงวิ่งด้วยความเร็วสูง หลังจากกลิ้งตัวสองสามครั้งเพื่อลดแรงกระแทก เขาก็ยืนขึ้นได้อย่างมั่นคง หลังจากกลายเป็นผู้ปลุกพลัง ค่าสถานะร่างกายที่สูงถึง 12 จุดก็เพียงพอที่จะทำให้เขาทนต่อแรงกระแทกส่วนใหญ่ได้
รถบรรทุกหนักตงเฟิงที่ไร้คนควบคุมพุ่งเข้าชนกำแพงของชุมชน เลือดสกปรกเปรอะเปื้อนไปทั่วตัวรถ เศษเนื้อไม่ทราบที่มาติดอยู่ตามซอกหลืบ บนกันชนหน้ารถ ซอมบี้ที่มีเพียงครึ่งท่อนบนยังคงกัดกินแผ่นเหล็กอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
พร้อมกับเสียงดังสนั่น รถบรรทุกคันนี้ที่วิ่งฝ่าออกมาจากเมืองก็ได้ทำภารกิจสุดท้ายของมันสำเร็จลงแล้ว ที่ประตูชุมชน ฝูงซอมบี้ที่กำลังรวมตัวกันกัดกินซากศพถูกรถบรรทุกที่เสียการควบคุมบดขยี้จนกลายเป็นกองเลือด ควันดำลอยออกมาจากหัวรถที่บิดเบี้ยว รอยยางสีดำปนเปื้อนไปด้วยสีแดง
ท้องฟ้ามืดครึ้ม
หลังจากฝ่าออกมาจากใจกลางเมือง หลินอันก็ขับรถด้วยความเร็วสูงมาตลอดทาง จนมาถึงพื้นที่ที่อันจิ่งเทียนอยู่ ระยะทางที่ปกติใช้เวลาสามชั่วโมง ถูกย่นลงไปกว่าครึ่ง เขาไม่มีเวลาพักผ่อน
หลินอันรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา มองดูหน้าจอที่สว่างวาบ
เหลืออีกยี่สิบสามนาที…
หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายพลันคลายลง โชคดี…ยังทันเวลา
ชุมชนที่อันจิ่งเทียนอยู่นั้นอยู่ลึกที่สุดในบริเวณนี้ ที่นี่เคยเป็นย่านเมืองเก่า ถนนหนทางซับซ้อนซ่อนเงื่อน ทำได้เพียงเดินเท้าเข้าไป แต่ถึงแม้จะเป็นการเดินเท้า ด้วยร่างกายที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งและความเร็วของเขา อย่างมากที่สุดก็ใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีก็จะไปถึง
สหายข้า…ต้องอดทนไว้!
หลินอันชกทะลวงซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาข้างหน้า แล้ววิ่งไปตามแนวกำแพงด้านในของชุมชน อาคารที่พักอาศัยที่เคยเงียบสงบและอบอุ่น บัดนี้ได้กลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ไปแล้ว หน้าต่างกันขโมยที่แน่นหนา กลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการหลบหนี มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากในอาคารเป็นระยะๆ ในหน้าต่างที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง เงาของซอมบี้ปรากฏขึ้นแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
โชคดีในโชคร้าย ก่อนที่วันสิ้นโลกจะอุบัติขึ้น ผู้อยู่อาศัยในชุมชนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ข้างนอก ยังไม่กลับบ้าน มิฉะนั้น ด้วยความหนาแน่นของประชากรในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ คงทำให้เขาก้าวเดินไปได้ยากลำบาก
ร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ด้วยค่าความว่องไวที่สูง ทำให้หลินอันหลบหลีกฝูงซอมบี้กลุ่มเล็กๆ ที่ล้อมเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เขาวิ่งด้วยความเร็วสูง เมื่อใช้พลังทั้งหมดก็มาถึงประตูชุมชนแล้ว ซอมบี้ตามรายทางถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง ถ้าไม่ได้ก็ชกทะลวงหัวมันให้สิ้นซาก
ที่ประตูชุมชน ใต้หน้าต่างกันขโมยของบ้านสไตล์ยุโรปบนชั้น 6 ชายที่แต่งตัวเหมือนนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ท่อนบนเปลือยเปล่า กำลังเกาะอยู่ใต้รั้วกันขโมยอย่างทุลักทุเล ไม่รู้ว่าคนอ้วนขนาดนี้ปีนออกมานอกกำแพงได้อย่างไร
“ช่วยด้วย!”
“ได้โปรดเถอะ!”
ชายร่างเตี้ยอ้วนตะโกนเรียกหลินอันเสียงดัง ใบหน้าบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มที่น่าเกลียด เหงื่อเม็ดเท่าถั่วเหลืองหยดลงมาจากปลายจมูก เขาปีนออกมานอกหน้าต่างได้สักพักแล้ว เมื่อเห็นหลินอันที่ราวกับเทพสังหารพุ่งออกมาจากในชุมชน การช่วยเขา ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากไม่ใช่หรือ?
หลินอันไม่ไหวติง เขาเตะซอมบี้ที่อยู่ข้างหน้าจนแหลกละเอียด แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
“ฉันให้เงิน! ได้โปรด!”
“หนึ่งแสน!”
“ช่วยฉันที!”
นักธุรกิจร้อนใจ เมื่อเห็นว่าหลินอันกำลังจะออกจากประตูใหญ่ไปแล้ว และหน้าต่างกันขโมยตรงหน้าเขาก็ค่อยๆ บิดเบี้ยว เหล็กเส้นที่แข็งแรงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดอยู่ใต้คมเขี้ยวของผู้หญิงที่กลายเป็นซอมบี้
“หนึ่งล้าน! ฉันให้แกหนึ่งล้าน!”
นักธุรกิจมีสีหน้าตื่นตระหนก เรี่ยวแรงของเขากำลังจะหมดลง กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากปากของผู้หญิงคนนั้นเป็นระลอกๆ จนทำให้เขามึนหัวไปหมด นั่นคือริมฝีปากเชอร์รี่ที่เขารักที่สุด ครั้งหนึ่งเคยหอมกรุ่นดั่งกล้วยไม้
“ห้าล้าน! ฉันเป็นเจ้าของกลุ่มบริษัทก่อสร้างหลินเจียง! ขอแค่แกช่วยฉัน! แกอยากได้อะไรฉันให้หมด!”
เมื่อเห็นว่าหลินอันกำลังจะไปไกลขึ้นเรื่อยๆ นักธุรกิจหน้าซีดเผือด ไม่สนใจเรื่องเงินทองอีกต่อไป ตะโกนสุดเสียง กลุ่มบริษัทก่อสร้างมีชื่อเสียงอย่างมากในนครหลินเจียง เขาเชื่อว่าใครๆ ก็ต้องใจอ่อน
หลินอันขี้เกียจจะสนใจ ธนบัตรในวันสิ้นโลกเอาไว้เช็ดก้นได้อย่างเดียว
เมื่อเห็นเงาของหลินอันหายไป นักธุรกิจก็ตกตะลึง
นั่นมันห้าล้านนะ! ทำไมถึงมีคนไม่ใจอ่อน! อยากได้อะไรให้หมด! เขาคิดว่าตัวเองให้มากพอแล้ว!
ไอ้โง่เอ๊ย! ไอ้โง่จริงๆ!
นักธุรกิจที่สิ้นหวังและโกรธจัดก็เริ่มสบถด่าทอหลินอันอย่างบ้าคลั่ง เพื่อระบายความกลัวในใจออกมา
หลังจากข้ามผ่านถนนใหญ่ที่โชคดีไม่มีซอมบี้ขวางทาง หลินอันก็หยุดฝีเท้าลงทันที สีหน้าเคร่งขรึม ไม่ใช่ว่าเขาใจอ่อนกับเงินที่นักธุรกิจคนนั้นสัญญาไว้ จนเกิดความคิดที่จะกลับไป แต่ในระยะไกล สัตว์ประหลาดขนาดใหญ่สูงสามเมตร ร่างกายสีแดงฉานราวกับกบที่ถูกถลกหนัง ยืนขวางอยู่กลางถนน
นั่นมัน… ลิกเกอร์!
ในฐานะซอมบี้กลายพันธุ์ ลิกเกอร์มีพลังต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ในชาติที่แล้ว ลิกเกอร์เพียงตัวเดียวสามารถทำลายเขตปลอดภัยขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะไม่มีเกราะป้องกัน แต่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่งอกใหม่ได้เรื่อยๆ ก็สามารถต้านทานปืนขนาดเล็กส่วนใหญ่ได้
ความเร็วสูง…พละกำลังน่าสะพรึงกลัว…และการฟื้นฟูเลือดเนื้อ…
เหล็กกล้าที่แข็งแกร่งในกรงเล็บของมันก็ไม่ต่างอะไรกับแป้งโด เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในฝันร้ายของผู้รอดชีวิต
ไม่รู้ว่าจะอ้อมไปได้หรือเปล่า…
หลินอันซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง หลบอยู่หลังรถบรรทุกคันหนึ่ง แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ปลุกพลังแล้ว แต่ก็เป็นเพียงระดับ 0 ถึงแม้พละกำลังจะเกินขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว แต่เมื่อเทียบกับสัตว์ประหลาดชนิดนี้ก็ยังมีความแตกต่างกันมาก
ต้องอ้อมไปงั้นรึ?
หลินอันกลั้นหายใจอย่างระมัดระวัง ในมือถือกระจกมองหลังที่หักอยู่สำรวจอย่างละเอียด
ลิกเกอร์ที่ยืนขวางอยู่กลางถนน ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวก็ราวกับแผ่นดินไหว กรงเล็บหน้าที่ยาวกว่าสองเมตรและแหลมคมสามารถเจาะทะลวงแผ่นเหล็กได้อย่างง่ายดาย กรงเล็บทั้งสองข้างราวกับภาพซ้อน พุ่งออกไปอย่างต่อเนื่อง ควักมนุษย์ที่หลบอยู่ในรถออกมาไม่หยุด ราวกับกำลังลิ้มรสของหวาน เมื่อกินจนติดลม แม้แต่ซอมบี้ก็ไม่เว้น
หลินอันนิ่งเงียบ ไม่น่าแปลกใจที่บนถนนเส้นนี้ไม่มีซอมบี้ ที่แท้ก็ถูกเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้กินจนเกลี้ยง
สิบกว่าวินาทีต่อมา ลิกเกอร์คาบขาท่อนหนึ่งเคี้ยวอยู่ในปาก ดวงตาทั้งสองข้างกวาดมองไปรอบๆ อย่างตะกละตะกลาม มันกินทุกอย่างบนถนนจนเกลี้ยงแล้ว
“วื้ด~”
เสียงสั่นเบาๆ ของโทรศัพท์มือถือ
เป็นข้อความเสียงจากอันจิ่งเทียน…
แววตาของหลินอันพลันคมกริบ เขาลดเสียงลงให้เบาที่สุดอย่างระมัดระวัง
“ซ่า…พี่หลิน…หนูอันเซี่ย น้องสาวของพี่จิ่งเทียนเองค่ะ…พี่ชาย…เขา…เขาเหมือนจะไม่ไหวแล้ว…!”
“เขาอ้วก…ซ่า…เป็นเลือดเยอะมาก”
“หนูไม่รู้ว่าทำไม…สายตาที่พี่ชายมองหนู”
“เหมือนกับ…”
“ซ่า…”
“…อยากจะกินหนู”
สัญญาณรบกวนทำให้ข้อความสั้นๆ ขาดๆ หายๆ ข้อความถูกส่งมาเมื่อห้านาทีก่อน การสื่อสารทั่วโลกถูกขัดขวางอย่างรุนแรงหลังจากวันสิ้นโลกเริ่มต้นขึ้น และจะค่อยๆ ถูกตัดขาดภายในสามชั่วโมง
หลินอันกำโทรศัพท์มือถือแน่น มือทั้งสองข้างที่เคยนิ่งสงบแม้จะฝ่าดงศพและทะเลเลือดมา บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อย
อาการของจิ่งเทียนทรุดลงเร็วกว่าที่เขาคาดไว้ บางทีในวินาทีถัดไป เขาอาจจะกลายเป็นซอมบี้โดยสมบูรณ์
จะช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว!
หลินอันที่เดิมทีตั้งใจจะอ้อมไป พลันยืดตัวตรงในทันที ไม่สนใจความเสี่ยงที่จะเปิดเผยตัวเองต่อสายตาของลิกเกอร์อีกต่อไป เขาวิ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง!
“ตึง!”
“ตึง!”
พื้นดินสั่นสะเทือน
ในระยะไกล ลิกเกอร์ร่างยักษ์ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง บนใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัว รูสองรูที่คล้ายจมูกกำลังสูดดมกลิ่นอย่างละเอียด
“ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!”
ทันใดนั้น ร่างกายมหึมาของลิกเกอร์ก็เริ่มพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง รถยนต์ตามรายทางถูกชนกระเด็นไปราวกับถูกรถไฟชน ความเร็วสูงอย่างยิ่ง…มันได้กลิ่นของสิ่งมีชีวิต!
ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงอย่างรวดเร็ว