พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 80: จางเถี่ย...คนดี
คำพูดของอันจิ่งเทียนฟังดูมีเหตุผล แต่คนในที่นั้นกลับไม่มีใครใส่ใจนัก
หวงเจิ้งเหลือบมองหวงไห่เทาที่อยู่ข้างหลัง เมื่อเห็นว่าเขาดูไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง จึงได้แต่พยักหน้าแล้วคิดจะจบการประชุมนี้ ส่วนผู้ปลุกพลังสายอัคคีที่ตายไป ก็ไม่ใช่คนของฝ่ายเขาอยู่แล้ว และกลุ่มนักศึกษาที่เป็นผู้ปลุกพลังก็ย่อมไม่ปล่อยคนกลุ่มนี้ไปง่ายๆ
“ถ้าอย่างนั้น ก่อนอื่นเลย ผมในนามตัวแทนของวิทยาลัย ขอขอบคุณสหายอันจิ่งเทียนสำหรับประเด็นที่หยิบยกขึ้นมา”
“เราจะพิจารณาความเป็นไปได้ของเรื่องนี้อย่างรอบคอบ หลังจากหารือกันแล้วค่อยมาดูกันว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร”
หวงเจิ้งพูดจาเป็นทางการ ถ้อยคำไร้ที่ติ
อย่างไรเสียคำพูดก็พูดไปแล้ว ส่วนเรื่องประชุมหารือ…ไม่รีบ ค่อยๆ คุยกันไปก็ได้
อันจิ่งเทียนมองออกว่าเขาคิดจะจบการประชุม จึงไม่ลังเลที่จะโยนระเบิดลูกใหญ่ลงมา
นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาได้หารือกับจางเถี่ยและเวินหย่าบนรถแล้ว ว่าหากวิทยาลัยไม่ให้ความสำคัญกับการอาละวาดของฝูงซอมบี้จะทำอย่างไร
“ถ้าทุกท่านคิดว่าการอาละวาดของฝูงซอมบี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย…”
“งั้นผมสามารถบอกทุกท่านได้เลย”
“ข้อที่สอง…อีกหนึ่งปีข้างหน้า ทั่วโลกจะเกิดมหันตภัยระดับสากล!”
“ภัยพิบัติทางธรณีวิทยา! ภัยพิบัติทางสภาพอากาศ! จะปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง!”
“สัตว์และพืชทั้งหมดจะกลายพันธุ์ ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ไปจนถึงงูและหนู จะนำมาซึ่งภัยคุกคามอันใหญ่หลวงแก่พวกเรา!”
“ไม่เพียงเท่านั้น ในมหาสมุทรจะถือกำเนิดอสูรกลายพันธุ์ระดับสูงจำนวนมากเข้าโจมตีพื้นที่ชายฝั่ง!”
“จำนวนสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ในฝูงซอมบี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล กระทั่งจะถือกำเนิดราชันย์ขั้นที่สี่ซึ่งมีสติปัญญาพอที่จะบัญชาการฝูงซอมบี้ได้!”
“และผู้ปลุกพลังหลังจากเสียชีวิตแล้ว ก็จะฟื้นคืนชีพเป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ภายใต้อิทธิพลของมหันตภัย พวกมันจะรักษาสติปัญญาไว้บางส่วนและเข้าโจมตีมนุษย์!”
หลินอันที่นั่งอยู่มุมห้องค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ความน่าสะพรึงกลัวของมหันตภัยในความทรงจำ แม้จะมาถึงวันนี้เขาก็ยังคงใจสั่นไม่หาย
ประชากรโลกหลายพันล้านคน ผู้รอดชีวิตที่เดิมทีมีมากกว่าสองพันล้านคนในช่วงแรกของวันสิ้นโลก กลับต้องเสียชีวิตไปกว่าร้อยล้านคนในช่วงมหันตภัย! สองปีต่อมาประชากรยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยล้าน! ประชากรมากกว่า 99.9% สูญสิ้น พร้อมกับการถือกำเนิดของซอมบี้กว่าหลายร้อยล้านตัว! ฝูงซอมบี้ที่แผ่ขยายไปทั่วทุกหนแห่งแทบจะยึดครองพื้นที่บนบกกว่าเก้าส่วน
ซอมบี้นับร้อยล้าน อสูรกลายพันธุ์ยักษ์ระดับภัยพิบัติในมหาสมุทร แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับราชันย์จำนวนมาก กระทั่งอสูรจากต่างมิติที่ปรากฏตัวในปีสุดท้าย! ศัตรูแต่ละตนล้วนเป็นดั่งหายนะที่ไม่สิ้นสุด
หากไม่ใช่เพราะมนุษย์ในยามคับขันได้ถือกำเนิดผู้แข็งแกร่งอย่างยิ่งขึ้นมาไม่น้อย ช่วยกันสร้างเขตปลอดภัยและคุ้มครองดินแดนพยุงไว้ได้อย่างยากลำบาก บวกกับมหันตภัยในปีที่สามที่หยุดลงอย่างประหลาด ทำให้การโจมตีของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ต่างเผ่าพันธุ์ทั้งหมดชะลอตัวลง…อารยธรรมมนุษย์ทั้งมวลเกรงว่าคงจะล่มสลายไปนานแล้ว
เมื่อข่าวนี้ถูกประกาศออกมา กลุ่มคนที่เดิมทีตั้งใจจะลุกขึ้นแยกย้ายก็ชะงักฝีเท้า ต่างมองไปยังอันจิ่งเทียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เป็นไปได้อย่างไร!”
หวงเจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับหวงไห่เทาข้างหลังที่เต็มไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หากการอาละวาดของซอมบี้ในหลินเจียงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในสายตาของพวกเขา ข่าวตรงหน้านี้ก็เรียกได้ว่าคือความสิ้นหวัง
“คุณมีหลักฐานอะไรที่จะพิสูจน์ได้ว่าที่คุณพูดเป็นเรื่องจริง!?”
“แล้วคุณรู้ได้อย่างไร!?”
“ใครจะไปรู้ว่าพวกคุณจงใจกุเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อบรรลุเป้าหมายอะไรบางอย่าง!”
ไม่มีใครยอมรับความจริงจากปากของอันจิ่งเทียน เมื่อคิดว่าหากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ ทุกคนก็พากันต่อต้านจากก้นบึ้งของหัวใจ
ฝูงชนเริ่มตื่นตระหนก
“อธิการบดีอย่าไปฟังพวกเขามั่ว!”
“บ้าเอ๊ย ฆ่าคนของเรา แล้วยังจะมาโกหกขู่ใครอีก?”
“คิดว่ากุเรื่องผีขึ้นมาหน่อยจะทำให้พวกเรากลัว แล้วปล่อยพวกคุณไปเรอะ!?”
ในพริบตา บรรยากาศทั้งห้องประชุมก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
คำถามเดิมๆ…อันจิ่งเทียนได้แต่หัวเราะอย่างขมขื่น
ใช่แล้ว เขายังคงไม่มีวิธีใดที่จะพิสูจน์ได้
วิธีเดียวที่จะพิสูจน์ได้คือการแสดงพลังอันแข็งแกร่ง…ใช้กำปั้นบอกพวกเขา
ข้าสามารถฆ่าพวกเจ้าทั้งหมดได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องหลอกลวง!
ในตอนนี้ เขาก็พอจะเข้าใจความคิดของหลินอันแล้ว
แค่การพิสูจน์ การโต้เถียง และการโน้มน้าวคนกลุ่มนี้ก็จะเสียเวลาไปมากโข แถมยังไม่แน่ว่าจะได้รับการยอมรับจากพวกเขา…
“พิสูจน์!?”
“หลอกลวงพวกคุณ!?”
จางเถี่ยพลันลุกขึ้นยืน สีหน้าเย็นชา
“ข้อพิสูจน์ก็คือข้าสามารถอัดแกให้ตายได้ ไม่จำเป็นต้องหลอกเลย!”
“ปากดีนักนะ!”
ในกลุ่มนักศึกษา ชายที่ชื่อถังเฉียงพลันลุกขึ้นยืน เขารูปร่างสูงใหญ่หน้าตาค่อนข้างหล่อเหลา
“ข้าอยากจะดูเหมือนกันว่าแกมีปัญญาอะไร!”
“ทักษะดาบพลังงาน!”
เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้น สองมือของถังเฉียงพลันมีดาบแสงสีน้ำเงินเข้มสองเล่มปรากฏขึ้นมา ดูน่าเกรงขามและเป็นที่ต้องตาต้องใจอย่างยิ่ง
นักศึกษาหญิงที่เดิมทีเดินไปมาในห้องประชุมเพื่อชงชาปรนนิบัติอดไม่ได้ที่จะมองไปบ่อยๆ
“รุ่นพี่ถังเฉียงมีความสามารถที่เท่จริงๆ!”
นอกประตู นักศึกษาหญิงที่มุงดูอยู่ตลอดเวลาก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงอุทานออกมา
ในฐานะผู้ปลุกพลังกลุ่มแรกของวิทยาลัย พลังของถังเฉียงไม่เลว บวกกับก่อนวันสิ้นโลกเขาก็มีชื่อเสียงในหมู่นักศึกษาอยู่ไม่น้อย พอปลุกพลังแล้วก็กลายเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจคนหนึ่งของกลุ่มนักศึกษา
“พี่ถัง! จัดการมันเลย!”
“บ้าเอ๊ย คิดว่ากุเรื่องผีขึ้นมาหน่อยจะหลอกพวกเราได้เหรอ?”
“ยังจะราชันย์กลายพันธุ์อีก ฉันว่าพวกแกแม้แต่ลิกเกอร์ก็ยังไม่เคยเห็นหรอกมั้ง!”
ฝูงชนพากันดูถูก
อันจิ่งเทียนถอนหายใจเบาๆ สายตาล็อกเป้าไปที่คนอื่นๆ
ดูเหมือนว่าการต่อสู้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว
ช่องสื่อสารภายในกลุ่ม:
“พี่จาง พยายามตีให้พิการ อย่าเพิ่งฆ่าคน”
“เรายังไม่ได้เสนอเรื่องการรวมวิทยาลัย ถ้าฆ่าคนอีกเกรงว่าจะไม่มีความหวังเลย”
จางเถี่ยยิ้มอย่างโหดเหี้ยม พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
บ้าเอ๊ย เดิมทียังคิดจะพูดคุยกับคนกลุ่มนี้ดีๆ ผลคือแต่ละคนหยิ่งผยองเกินทน
หัวหน้าหลินพูดถูก...คนประเภทนี้ต้องตีให้ยอม!
“กลายร่างหมี!”
“พุ่งชนคลั่ง!”
จางเถี่ยคำรามหนึ่งเสียง แสงสีแดงที่โหดร้ายรอบกายแวบผ่านไปแล้วหายไป
ในห้องประชุม ทั้งสองห่างกันไม่ถึงสิบเมตร ในพริบตาก็พุ่งไปอยู่หน้าถังเฉียง
“พี่ถังระวัง!”
ผู้ปลุกพลังสายน้ำแข็งที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเตือน เขารีบสร้างแท่งน้ำแข็งแท่งหนึ่งยิงไปยังหมีดำ พยายามจะขัดขวางสักหน่อย
ถังเฉียงตกใจ เขาเพิ่งจะหันไปมองนักศึกษาหญิงที่กรีดร้อง หันกลับมาก็พบว่าหมีดำตัวหนึ่งพุ่งมาอยู่ตรงหน้าในทันที เขาพยายามต้านทานอย่างร้อนรน ดาบพลังงานในมือแทงออกไป
ปกติแล้วเขาเคยสู้แต่กับซอมบี้ แม้แต่จะเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ก็ยังเป็นการรุมโจมตีเป็นกลุ่ม เมื่อเทียบกับจางเถี่ยที่ฝ่าดงศพออกมา จะไปเทียบกันได้อย่างไร
“พรึ่บ!”
แท่งน้ำแข็งแตกละเอียด ภายใต้ทักษะพุ่งชนคลั่งที่ต้านทานการชะลอความเร็ว มันไม่มีผลแม้แต่น้อย
จางเถี่ยใบหน้าประดับรอยยิ้มอย่างโหดเหี้ยม ด้วยพลังป้องกันของเขาในตอนนี้สามารถเมินเฉยต่อความเสียหายระดับนี้ได้อย่างสิ้นเชิง
อุ้งมือยักษ์ตบลง!
เสียงฝ่ามือแหวกอากาศหวีดหวิว เขาฝืนทนดาบแสงสีน้ำเงินตบไปยังหน้าอกของถังเฉียง
“ฉึก!”
ดาบแสงแทงทะลุอุ้งเท้าหมี แต่กลับไม่สามารถขัดขวางได้แม้แต่น้อย
“ปัง!”
ถังเฉียงร้องโหยหวนหนึ่งเสียง พลังทั้งหมดไม่ได้แสดงออกมาเลยแม้แต่น้อย ภายใต้การโจมตีที่รุนแรงครั้งเดียว ทั้งช่องอกก็ถูกตบจนแหลกละเอียด ทั้งคนลอยกระเด็นออกไป หลังกระแทกกำแพงแล้วก็สลบไป
สังหารในครั้งเดียว!?
กลุ่มคนที่เดิมทียังคงด่าทอราวกับเป็ดที่ถูกบีบคอ มองดูภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ชายหนุ่มที่ยิงแท่งน้ำแข็งก่อนหน้านี้ยิ่งตกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่กะทันหัน อดไม่ได้ที่จะถอยหลัง กลัวว่าเป้าหมายต่อไปจะเป็นตัวเอง
จางเถี่ยกวาดตามองไปรอบๆ ทำให้ทุกคนถอยหลังตามสัญชาตญาณ
ผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสองในกลุ่มนักศึกษาถูกสังหารในพริบตา พวกเขาที่ไม่เคยผ่านการล้างผลาญจากการฆ่าฟันรู้สึกเพียงความหนาวเหน็บไปถึงกระดูก
“ยังมีใครอีก!”
บ้าเอ๊ย…กลุ่มคนขี้ขลาด
คนมากมายขนาดนี้ กลับถูกข้าคนเดียวขู่จนหัวหด
อธิการบดีหวงเจิ้งที่เดิมทีท่าทีสงบก็รีบหลบไปอยู่หลังหลานชายของเขา หวงไห่เทา เขาเป็นเพียงคนธรรมดา หากไม่ใช่เพราะนักศึกษาบางส่วนยังไม่เปลี่ยนความคิด ใครจะไปฟังคำพูดของเขา
“ข้ามาเอง!”
หวงไห่เทาสีหน้าเคร่งขรึม ก้าวออกไปข้างหน้า
ช่างเป็นกลุ่มขยะจริงๆ! ผู้ปลุกพลังมากมายขนาดนี้ต่อให้รุมใช้ทักษะคนละครั้งก็สามารถทุบหมีดำตัวนี้ให้ตายได้!
บ้าเอ๊ย มิน่าล่ะครั้งที่แล้วลิกเกอร์ตัวเดียวถึงสามารถฆ่าคนไปสี่ห้าคนได้!
“ทักษะเจิ้นไห่!”
เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้น ร่างกายของเขาพลันถูกเกราะที่สร้างจากพลังงานสีเขียวเข้มปกคลุม ไอน้ำแผ่ซ่านไปทั่ว
ทั้งห้องประชุมราวกับถูกน้ำทะเลท่วม กระแสน้ำเล็กๆ ไหลเวียนรอบกายเขา
ฝูงชนมีกำลังใจขึ้นมา ต่างจากผู้ปลุกพลังที่ถูกจางเถี่ยสังหารในพริบตาก่อนหน้านี้ หวงไห่เทามีพรสวรรค์ระดับสูงถึง A พรสวรรค์สายน้ำไม่เพียงแต่จะใช้ในการโจมตีได้ พลังป้องกันก็สูงจนน่ากลัว
ครั้งที่แล้วที่วิทยาลัยสังหารลิกเกอร์ ก็คือเขาคนเดียวที่ฝืนทนความเสียหายแล้วจัดการมัน!
“พี่หวง ผมมาช่วยพี่!”
ผู้ปลุกพลังของวิทยาลัยรีบตั้งสติกลับคืนมา ในมือมีทักษะหลากสีสันรวมตัวกันอยากจะช่วยเขาสู้
“ทักษะเงาสังหาร!”
อันจิ่งเทียนเห็นดังนั้นก็ไม่ลังเล กลายเป็นหมอกดำสายหนึ่งหายเข้าไปในกลุ่มคนข้างหลัง พร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ
“ไม่ต้องช่วยข้า!”
หวงไห่เทาเต็มไปด้วยความฮึกเหิม พุ่งเข้าใส่จางเถี่ยโดยตรง
หมีดำเมื่อครู่สังหารถังเฉียงในพริบตาเป็นเพียงการจู่โจมที่ไม่ทันตั้งตัว บวกกับถังเฉียงเป็นผู้ปลุกพลังสายประชิดที่เน้นความว่องไว การถูกสังหารในครั้งเดียวก็ไม่น่าแปลกใจ
หมัดนั้น เมื่อเทียบกับพลังของลิกเกอร์แล้วยังห่างไกลนัก!
“ปัง!”
หนึ่งคนหนึ่งหมีปะทะกันอย่างรุนแรง อาศัยพลังป้องกันของทักษะเจิ้นไห่ เกราะพลังงานรอบกายของหวงไห่เทาเพียงแค่บิดเบี้ยวเล็กน้อย
จางเถี่ยฟาดลงไปหนึ่งหมัด กลับถูกเกราะสะท้อนกลับมาอย่างประหลาด
ผู้ปลุกพลังที่เดิมทีอยากจะช่วยสู้ก็วางใจลงทันที ระวังตัวป้องกันอันจิ่งเทียนที่หายตัวไป
“พี่หวง จัดการพวกมันเลย! ให้พวกมันรู้ว่าใครคือผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง!”
หวงไห่เทาเห็นว่าหมัดสุดกำลังของจางเถี่ยไม่สามารถทะลวงการป้องกันของเขาได้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะหนึ่งเสียง
“ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ! แกคิดว่าลอบโจมตีจัดการถังเฉียงได้แล้วจะเก่งมากนักรึไง!?”
“แม้แต่การป้องกันของข้าก็ยังทะลวงไม่ได้…”
พูดจาไร้สาระจริงๆ…
จางเถี่ยใบหน้าไม่พอใจ คำรามหนึ่งเสียง!
เขาเกลียดที่สุดคือพวกที่ชอบพูดจาไร้สาระ เหมือนกับกำลังร้องงิ้ว!
“ทักษะหมัดหนัก!”
“ถล่มทลาย!”
แขนซ้ายที่จางเถี่ยไม่เคยใช้มาก่อนพลันขยายใหญ่ขึ้น หมัดขวาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างพุ่งเข้าใส่เกราะสีเขียวเข้มด้วยความเร็วที่เหนือกว่าปฏิกิริยาตอบสนองของทุกคน
ลมหมัดรุนแรง เกือบจะฉีกกระชากอากาศ
“แกร๊ก”
เกราะแตกละเอียด ไม่มีอะไรขวางกั้น
ในพริบตาก็ทะลวงการป้องกันที่หวงไห่เทาภาคภูมิใจ
เลือดเนื้อกลายเป็นโคลน...
“แค่ก-แค่ก”
หวงไห่เทาปากอ้าค้างไอออกมาเป็นเลือด สายตามองต่ำไปยังท้องน้อยของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
แขนที่หนาครึ่งตัวคนทะลวงผ่านท้องของเขาโดยสมบูรณ์
“ฉึก”
จางเถี่ยหน้าตาเรียบเฉย ค่อยๆ ดึงแขนซ้ายออกจากท้องของเขา ทิ้งไว้เป็นรูโหว่ขนาดเท่าหัวคน
แขนถูกดึงออกมา เศษอวัยวะภายในที่ไม่รู้ว่าเป็นชิ้นส่วนใดก็ร่วงลงพื้น
“แกควรจะดีใจ…ที่ข้าเป็นคนดี”
บาดเจ็บสาหัส หวงไห่เทาราวกับถูกสูบพลังจนหมดสิ้นค่อยๆ คุกเข่าลงกับพื้น
ทั้งสนาม…เงียบสงัด