พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ! - บทที่ 21(Rewrite)
อี๋หนิงตื่น เพราะเสียงฝน วันนี้นางรู้สึกอ่อนเพลีย
มากจริง ๆ ดังนั้นจึงเข้านอนแต่หัววัน เสียง
อสนีบาตด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวน่ากลัว นาง
เลิกม่านเตียงขึ้นก็เห็นสาวใช้ที่นอนเฝั้ายามในช่วง
กลางคืนนอนอยู่ตรงปลายเท้าห่อตัวในผ้านวม
กำลังหลับสบาย ไม่ได้ถูกปลุกจากเสียงรบกวน
ท่ามกลางเสียงพิรุณคลับคล้ายมีเสียงไอระคนอยู่
เบา ๆ อี๋หนิงตั้งใจฟังดูเหมือนเป็นท่านย่าที่อยู่
ห้องด้านข้างกำลังไอ
ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมีอาการไอเรื้อรัง มักจะกำเริบไม่
เป็นเวลา คิดจะกำเริบก็กำเริบ เพียงแต่หาก
อาการไอกำเริบตอนกลางคืนก็จะไม่อาจนอนได้
อีก ช่วงกลางวันทั้งร่างจะไร้เรี่ยวแรง หลัวเฉิงจาง
และนายท่านใหญ่หลัวเชิญท่านหมอจากทั่วทุก
สารทิศมารักษา ทว่าอาการกลับไม่ดีขึ้นเลย
อี๋หนิงมุดตัวอยู่ในผ้านวม เสียงไอยังคงดังต่อเนื่อง
และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่สาวใช้ที่นอน
เฝั้ายามยังถูกรบกวนจนตื่น แสงเทียนเล็ดลอด
เข้ามา นํ้าเสียงแผ่วเบาของเหล่าสาวใช้ดังขึ้น
สวีมามาเอ่ยเสียงเบา “เบาหน่อย เจี่ยเอ๋อร์กำลัง
หลับ อย่าทำให้นางตื่น…”
อี๋หนิงถอนหายใจ พลิกตัวกลับไป สุขภาพ
ร่างกายของท่านย่ายํ่าแย่ลงทุกวัน ชาติที่แล้วนาง
เคยเห็นพี่สะใภ้ใช้นํ้าแกงชวนเปั้ยผีผา[1] บรรเทา
อาการไอ ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ พรุ่งนี้จะลองสั่ง
ให้ห้องครัวต้มให้ท่านย่าดื่มสักถ้วย
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อตื่นนอน อี๋หนิงก็เรียกบ่าวหญิง
ชราที่ดูแลห้องครัวเล็กมา
เมื่อบ่าวหญิงชราเข้ามาเห็นอี๋หนิงกำลังนั่งคุกเข่า
คัดลอกลวดลายอยู่บนตั่งไม้ก็ยิ้มพลางยอบกายลง
“บ่าวอยู่นี่แล้วเจ้าค่ะ คุณหนูเจ็ดมีสิ่งใดจะสั่งการ
หรือเจ้าคะ”
“ข้าอยากได้ใบผีผาจำนวนหนึ่ง” อี๋หนิงคัดลอก
ลวดลายพลางเอ่ย“ยังมีชวนเปั้ย ทว่าชวนเปั้ย
ต้องมีขนาดยิ่งเล็กยิ่งดี อยากได้แบบที่เป็น‘หวย
จงเปั้าเยว่’ เท่านั้น หมัวมัวหาได้หรือไม่”
เมื่อบ่าวหญิงชราเห็นนางเปียมไปด้วยท่าทางเล่น
สนุกของเด็กก็คิดว่านางเพียงอยากเอามาเล่น
เท่านั้น จึงพูดกับนางด้วยนํ้าเสียงอบอุ่น “ไม่มี
ปัญหาเจ้าค่ะ เพียงแต่ไม่ทราบว่า ‘หวยจงเปั้า
เยว่’ นั้นหมายถึงสิ่งใด คุณหนูเจ็ดอยากได้ของ
เหล่านี้ไปทำอะไรหรือเจ้าคะ”
อี๋หนิงยกพู่กันขึ้นแตะกับริมฝีปาก กำลังคิดว่าจะ
อธิบายกับบ่าวหญิงชราอย่างไรดีว่าสิ่งใด
คือ ‘หวยจงเปั้าเยว่’ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง
ราบเรียบดังขึ้นจากด้านนอก “หวยจงเปั้าเยว่ก็
คือชวนเปั้ยที่เยี่ยมยอดที่สุด มีเพียงดินแดนสู่ตี้
เท่านั้นที่สามารถเพาะปลูกได้”
ทันทีที่อี๋หนิงได้ยินเสียงนี้ก็ประหลาดใจอย่างยิ่ง
รีบลงจากตั่งไม้เสวี่ยจือเข้าไปประคองนาง อี๋หนิง
กระโดดลงมา วิ่งเข้าไปหาเขา ยิ้มพลางตะโกน
เรียก “พี่ชายสาม ท่านกลับมาได้อย่างไร!”
หลัวเซิ่นหย่วนประคองร่างของเด็กน้อยให้ยืน
อย่างมั่นคง มุมปากปรากฏรอยยิ้มจาง “เป็น
อย่างไรบ้าง เจ้าดูมีชีวิตชีวาขึ้นไม่น้อย”
เมื่ออี๋หนิงเห็นเขาก็ประหลาดใจ บนร่างเขามีกลิ่น
อันแสนคุ้นเคยอยู่จาง ๆ เป็นกลิ่นตอนที่เขา
ช่วยชีวิตนาง เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและ
ปลอดภัยที่สุด อี๋หนิงกางแขนเขาออกก็เห็นในมือ
เขามีถุงเล็ก ๆ ใบหนึ่งจึงรีบคว้ามา
นางเปิดออกดู ที่แท้ก็เป็นขนมเคี่ยวนํ้าตาลผสม
ถั่ว
ขนมอันเล็ก ๆ ปลายแหลม สีนํ้าตาลวาว ด้านใน
เป็นถั่ว กลิ่นหอมหวานของนํ้าตาลลอยฟุั้งตลบ
อบอวล
หลัวเซิ่นหย่วนเอ่ยเสียงตํ่า “เอามาฝากเจ้า”
อี๋หนิงติดอยู่ในปินมายี่สิบกว่าปี ไม่ได้ดื่มกิน
กอปรกับเสี่ยวอี๋หนิงมีนิสัยรักการกิน เมื่อเห็นของ
อร่อยจึงพอใจอย่างยิ่ง นางไม่ได้กินนํ้าตาลเคี่ยว
ผสมถั่วมานานแล้ว อี๋หนิงกินไปเม็ดหนึ่ง ที่เหลือ
ก็ส่งให้เสวี่ยจือเก็บไว้ในกล่องสะสม นางยิ้มตาหยี
กล่าวขอบคุณหลัวเซิ่นหย่วน
เปิดกล่องสะสมของอี๋หนิงออก ด้านในมีถึงห้าหก
ชั้น แต่ละชั้นมีขนมและอาหารที่แตกต่างกันไป
ทั้งผลไม้แห้ง ผลไม้เชื่อม ขนมลูกกวาดต่าง ๆ
หรือแม้กระทั่งเนื้อแห้ง
หลัวเซิ่นหย่วนเห็นนางถือนํ้าตาลก้อน ดวงหน้า
เล็กดุจซาลาเปาพองเป็นก้อนกลม แม้ไม่ได้แสดง
สีหน้าอันใด ทว่าในใจกลับรู้สึกขบขัน
เขานั่งลงถามนาง “เจ้าจะเอาสิ่งเหล่านั้นไปทำ
อะไร”
อี๋หนิงปันเรื่องตอบอย่างขอไปที “เป็นตำรับยาที่
ข้าดูมาจากในหนังสือกล่าวว่าสามารถระงับ
อาการไอได้ จะต้มให้ท่านย่าดื่ม”
“คุณหนูเจ็ดกตัญูยิ่งนัก หากฮูหยินผู้เฒ่าทราบ
จะต้องดีใจมากแน่เจ้าค่ะ” บ่าวหญิงชรายิ้มพลาง
เอ่ย “บ่าวจะให้คนไปเตรียมเดี๋ยวนี้ จะทำตามที่
คุณหนูเจ็ดสั่งการอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
เวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเพิ่งกลับมาจากห้องพระ
เล็ก หลัวเซิ่นหย่วนลุกขึ้นคารวะ เขาออกเดินทาง
กลับบ้านตั้งแต่รุ่งเช้าจึงมาถึงก่อนผู้อื่น ดังนั้นจึง
เข้ามาคารวะฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเป็นคนแรก
หลังจากนั้นหลัวหวยหย่วนและหลัวซานหย่วนจึง
ตามมา ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถามถึงการเรียนของพวก
เขาอย่างละเอียดว่าเป็นอย่างไร อาจารย์ซ่งสอน
เป็นอย่างไรบ้าง
“อีกสองเดือนก็จะถึงการสอบชิวเหวยแล้ว พวก
เราตระกูลหลัวเป็นตระกูลบัณฑิต ที่ผ่านมา
ลูกหลานล้วนมีผลการเรียนดี ครั้งนี้พวกเจ้าสาม
คนไปสอบพร้อมกัน อย่าได้ล่าช้าอีก” ฮูหยินผู้
เฒ่าหลัวกำชับ “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกวันต้อง
อ่านหนังสือไม่น้อยกว่าเจ็ดชั่วยาม หวยหย่วน
สามปีก่อนเจ้าเคยไปสอบมาแล้วครั้งหนึ่ง ครานี้มี
โอกาสสูงที่จะผ่านการคัดเลือก เจ้าต้องเป็น
แบบอย่างที่ดีให้เหล่าน้องชาย”
หลัวหวยหย่วนลุกขึ้นรับคำ
ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวปิดปากไอสองสามครั้ง นางให้
หลัวหวยหย่วนกับหลัวซานหย่วนกลับไปก่อน
การเดินทางย่อมเหน็ดเหนื่อย พวกเขาควร
พักผ่อนให้เต็มที่ถึงจะถูกต้อง
นางสนทนากับหลัวเซิ่นหย่วนเป็นการส่วนตัว
อี๋หนิงนั่งลอกลวดลายอยู่ในห้องกั้นด้านข้าง สิ่งที่
พวกเขาพูดคุยกันนางได้ยินอย่างชัดเจน นางได้
ยินฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถามเขาเสียงตํ่าเบา “ครานี้
เจ้ามั่นใจหรือไม่”
หลัวเซิ่นหย่วนเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ย “ท่านย่าพูด
ถึงเรื่องใดหรือขอรับข้าฟังไม่เข้าใจ”
“บทความของเจ้าเมื่อสามปีที่แล้ว เมื่อเอาให้ใต้
เท้าเฉาท่านนั้นดู เขาก็กล่าวว่าสามารถผ่านการ
คัดเลือกได้อย่างไร้ข้อกังขา” นํ้าเสียงของฮูหยินผู้
เฒ่าหลัวเยียบเย็น “บัดนี้ข้าถามเจ้า ครั้งนี้เจ้าจะ
ผ่านการคัดเลือกได้หรือไม่เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้ไม่
เหมือนแต่ก่อนแล้ว เจ้าเองก็โตแล้ว ข้าจะไม่
ปฏิบัติต่อเจ้าเช่นนั้นอีก”
หลัวเซิ่นหย่วนกลับกล่าวว่า “แต่ไหนแต่ไรท่าน
ย่าก็ปฏิบัติต่อข้าอย่างเพิกเฉย คาดไม่ถึงว่าลับ
หลังจะลอบให้ความสนใจข้า” เขาคล้ายหัวเราะ
เย้ยหยันตนเองเสียงหนึ่ง “ทว่าข้าเองก็รู้ว่าท่าน
ไม่ได้จริงใจ ก็แค่…”
หลังจากนั้นนํ้าเสียงของเขาก็เบาลง อี๋หนิงแทบ
อยากจะปีนขึ้นไปบนฉากบังลมเพื่อฟังให้ชัดว่า
พวกเขาพูดอะไรกัน ทว่าเมื่อมีเสวี่ยจือนั่งเฝั้านาง
อยู่ด้านข้าง นางจึงไม่สามารถลอบฟังอย่าง
โจ่งแจ้งได้ อี๋หนิงทำได้เพียงสำรวมกายใจ ลอก
ลวดลายต่อไป ไม่นานห้องกั้นด้านข้างก็ไร้เสียง
สวีมามาประคองฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเข้ามา กำชับให้
นางตั้งใจลอกลวดลายให้ดี พรุ่งนี้จะทำการเย็บ
ปักตามลวดลายที่ลอกไว้เหล่านี้
อี๋หนิงรับคำ เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเดินเข้าไป
พักผ่อนที่ห้องด้านในในใจก็คิดว่าหลัวเซิ่นหย่วน
จากไปเช่นนี้น่ะหรือ
นางลงจากตั่งไม้ สวมรองเท้า ก่อนจะชะโงก
ศีรษะออกไปหลังฉากบังลม จากนั้นก็พบว่า
หลัวเซิ่นหย่วนยังคงนั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้กลม เมื่อ
เห็นนางโผล่ศีรษะออกมา เขาก็ดื่มชาต่อโดยไม่
เงยหน้า “อี๋หนิง ก่อนไปข้าสั่งให้เจ้าคัดอักษรไว้
แบบคัดอักษรของเจ้าเล่า”
ที่แท้ก็อยู่ต่อเพื่อตรวจการบ้านของนาง
นางไม่รู้ว่าหลัวเซิ่นหย่วนจะกลับมาเร็วเช่นนี้
แบบอักษรนั้นจึงยังฝึกได้ไม่ถึงครึ่ง
อี๋หนิงคิดแล้วก็ยิ้มพลางถามเขา “พี่ชายสาม ท่าน
อยากกินข้าวเหนียวไก่หรือไม่ วันนี้กลางวันมีข้าว
เหนียวไก่ ท่านสามารถอยู่กินอาหารกลางวันที่นี่
ได้”
หลัวเซิ่นหย่วนเงยหน้ามองนาง นํ้าเสียงไร้ซึ่งการ
เปลี่ยนแปลง “ไปเอาแบบอักษรมา”
อี๋หนิงรู้สึกไม่พอใจ อย่างไรภายในนางก็เป็น
ผู้ใหญ่ แต่กลับถูกหลัวเซิ่นหย่วนควบคุมเช่นนี้
นางปีนขึ้นไปบนตั่งไม้ หยิบสมุดคัดอักษรจากตู้
ข้างเตียงส่งให้หลัวเซิ่นหย่วน หลังจากเขารับมาก็
เปิดดูทีละหน้า หัวคิ้วก็ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน
อี๋หนิงยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ดังนั้นจึงสามารถเห็น
รอยย่นตรงหว่างคิ้วของเขาได้อย่างชัดเจน ใต้คิ้ว
ดกดำคือแพขนตาที่หลุบตํ่า ส่วนโค้งตั้งแต่สัน
จมูกจนถึงปลายคางล้วนน่าชม คมชัดหล่อเหลา
อันที่จริงหากกล่าวถึงรูปลักษณ์ภายนอก เฉิง
หลางจึงจะนับว่าหล่อเหลาน่ามองมากที่สุด ทว่า
อี๋หนิงเห็นหลัวเซิ่นหย่วนมาเนิ่นนาน กลับรู้สึกว่า
เขามีความน่ามองอันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญคือ
ยิ่งมองก็ยิ่งน่าชม
พี่ชายสามของนางคนนี้ ไม่รู้ว่าภายภาคหน้าจะ
หาภรรยาแบบใด อี๋หนิงลอบคิดกับตนเอง ดู
เหมือนว่านางจะจำไม่ได้ว่าภรรยาของหลัวเซิ่น
หย่วนเป็นผู้ใด แน่นอน เพราะนางอาศัยอยู่แต่ใน
เรือน การพบเห็นสิ่งต่าง ๆ จึงถูกจำกัด ไม่รู้ว่าคน
ที่คู่ควรกับพี่ชายสามจะต้องเป็นคนมี
ความสามารถเยี่ยมยอดโดดเด่นเพียงใด…
“ข้าได้ยินมาว่าท่านพ่อปรักปรำเจ้า ว่าเจ้าเป็นคน
ทำกำไลปีสี่หล่นเสียหาย เจ้าจึงร้องไห้อยู่นาน”
นางได้ยินเสียงของหลัวเซิ่นหย่วนดังขึ้นโดยไม่ทัน
ตั้งตัว
อี๋หนิงเงยหน้ามองเขา ไม่ใช่เขาอยู่ข้างนอกหรือ
เหตุใดจึงรู้เรื่องนี้
หลัวเซิ่นหย่วนชะงัก ก่อนพูดต่อ “อี๋หนิง เรื่อง
เหล่านี้ล้วนไม่มีความหมาย คนที่ห่วงใยเจ้าย่อม
ห่วงใย หากเป็นคนที่ไม่ห่วงใย อย่างไรก็ไม่มีทาง
เปลี่ยนแปลง อักษรนี้เขียนได้ไม่ดี พรุ่งนี้ข้าจะ
เขียนให้เจ้าใหม่อีกเล่ม” เขาลุกขึ้นลูบศีรษะนาง
จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินออกไป
อี๋หนิงนิ่งอึ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเขาลูบศีรษะอย่าง
กะทันหัน รอจนได้สติหลัวเซิ่นหย่วนก็เดินลับไป
แล้ว
อันที่จริงอี๋หนิงไม่ได้เสียใจเพราะถูกคนปรักปรำ
ที่เสียใจจริง ๆ น่าจะเป็นเสี่ยวอี๋หนิงเสียมากกว่า
ส่วนนางแค่เก็บกดมานาน แต่ดูเหมือนพี่ชายสาม
จะใกล้ชิดกับนางมากกว่าแต่ก่อนแล้ว คาดไม่ถึง
ว่าเขาจะลูบศีรษะนาง
นอกจากฮูหยินผู้เฒ่าหลัว อี๋หนิงก็ไม่เคยถูกผู้ใด
ลูบศีรษะมาหลายปีแล้ว อาจมีแม่นมที่เลี้ยงดู
นางในร่างก่อนถึงปรนนิบัติต่อนางด้วยความรัก
ใคร่เช่นนี้กระมัง! อี๋หนิงคิดถึงตรงนี้ก็ทอดถอนใจ
หลังจากนางตาย ไม่นานแม่นมที่เลี้ยงดูนางท่าน
นั้นก็จากโลกนี้ไป
นางกำลังคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ผู้ดูแลห้องครัวเล็กก็
มาบอกว่านํ้าแกงชวนเปั้ยผีผาต้มเสร็จแล้ว
——————–
[1] ชวนเปั้ยเป็นสมุนไพรจีน รูปทรงค่อนข้าง
เป็นรูปกรวยหรือค่อนข้างกลม ผิวสีขาว มีใบ
เกล็ดด้านนอก 2 ใบ ขนาดแตกต่างกัน ใบใหญ่
จะหุ้มใบเล็ก ส่วนที่ไม่ถูกหุ้มมีรูปร่างคล้าย
พระจันทร์เสี้ยว เรียกว่า ‘หวยจงเปั้าเยว่’ มีฤทธิ์
เย็น แก้ร้อนใน ให้ความชุ่มชื้นกับปอด