พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่ 440 ยังมีใครไม่ยอม
บทที่ 440 ยังมีใครไม่ยอม
ทุกคนหันไปทางลู่หมิงและเห็นลู่หมิงเดินเข้ามาในสนามด้วยใบหน้าเด็ดเดี่ยว
เขามองไปทางลู่เฉินด้วยแววตาเย็นชา ทั้งยังเจ็บแปลบอยู่ในใจ
แต่เขายิ่งไม่อาจปล่อยให้ตระกูลลู่ทั้งหมดตกอยู่ในการจัดการของลู่เฉิน
ลู่เฉินก็เป็นแค่ไอ้เถื่อนคนหนึ่ง กล้าดียังไงถึงได้มาควบคุมตระกูลลู่ทันทีที่กลับมา?
ลู่เฉินมองไปทางลู่หมิงพลางยิ้มมุมปากอย่างขบขัน
“ลู่หมิง ไหนบอกมาซิว่าทำไมไม่ยอม? แกก็อยากจะลองมือกับลู่เฉินอย่างงั้นเหรอ?” ผู้อาวุโสสองมองลู่หมิง ลู่หมิงกล้าที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของเขาทำให้เขาโกรธมาก
“ปู่สอง ศิลปะการต่อสู้ของมันเป็นอันดับหนึ่งนั้นไม่ผิด แต่ตอนนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ศิลปะการต่อสู้เป็นอันดับหนึ่งแล้วยังไง หรือมันสู้กับคนทั้งกองทัพได้?” ลู่หมิงพูดไปตามทำนองคลองธรรม
ทุกคนเงียบ
ไม่มีใครกล้าตอบรับคำพูดลู่หมิง
ตระกูลลู่ได้รับการสืบทอดศิลปะการต่อสู้มาจากต้นตระกูล ความตั้งใจเดิมนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลาหลายพันปี การที่ลู่หมิงพูดแบบนี้ก็เท่ากับเป็นการต่อต้าน
“แปะแปะแปะ…”
ในขณะนี้เสียงปรบมือดังขึ้นในสนาม ทุกคนต่างหันไปมองด้วยสายตาประหลาดใจ แต่กลับเห็นลู่เฉินกำลังปรบมือให้ลู่หมิงด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
ทุกคนงุนงงกับการกระทำของลู่เฉิน
ลู่หมิงกำลังโจมตีเขา แต่ไม่คิดว่าเขาจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ลู่หมิงพูด
นี่มันอะไรกัน?
แม้แต่ลู่หลิงเซียวและคนอื่นๆต่างก็มีสีหน้ากลัดกลุ้มเล็กน้อย
“พูดได้ดี สังคมยุคใหม่ก้าวหน้าไปมาก แน่นอนตระกูลลู่ของเราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับพัฒนาการทางสังคมถึงจะถูก
อย่างที่พูดไปไม่ว่าศิลปะการต่อสู้จะสูงแค่ไหนก็กลัวมีดหั่นผัก
เมื่อก่อนเป็นยุคแห่งอาวุธเย็น ศิลปะการต่อสู้ยิ่งน้อย คนที่มีพลังวิเศษสูงก็ยิ่งสามารถคว้าอันดับหนึ่งในกองทัพได้
แต่ตอนนี้เป็นยุคแห่งอาวุธร้อน ห่างออกไปหลายพันลี้ ผมสามารถระเบิดบ้านคุณได้ด้วยขีปนาวุธข้ามทวีป การที่มีศิลปะการต่อสู้สูงส่งจะมีประโยชน์อะไร?
หรือว่าคุณยังสามารถต่อสู้กับอาวุธนิวเคลียร์ได้ล่ะ?
ลองเอาตระกูลลู่ของเราเป็นตัวอย่าง ไม่ต้องการพูดถึงพลังวิเศษอะไรนั่น ไม่ต้องพูดถึงพลังศิลปะการต่อสู้ของเพื่อนๆผม ขอแค่ผมขายเทคโนโลยีชั้นยอดเพียงนิดๆหน่อยๆให้กับประเทศMหรือประเทศมหาอำนาจในยุโรปไม่กี่ประเทศพวกนั้น ปล่อยให้พวกเขาทำลายล้างประเทศพรูลันเซียทั้งหมด พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะยิงอาวุธนิวเคลียร์มาแน่นอน
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของตระกูลลู่ของเรา ด้วยระบบสกัดกั้นของประเทศพรูลันเซีย ตอนนี้พวกคุณคิดว่ายังจะสามารถหยุดขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงของประเทศM หรือประเทศมหาอำนาจของยุโรปได้อีกเหรอ?”
ลู่เฉินมองทุกคนด้วยรอยยิ้ม
ในเวลานี้ทุกคนก็เพิ่งจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง ทำไมลู่เฉินถึงปรบมือให้ลู่หมิง ก็เพราะว่านี่เขากำลังตบหน้าลู่หมิงอยู่ยังไงล่ะ
“พี่ใหญ่ลู่หมิง คุณคิดว่าอำนาจทางการทหารที่ควบคุมโดยตระกูลลู่ของเราสามารถเทียบได้กับประเทศมหาอำนาจอย่างประเทศMได้อีกหรือไม่? ไม่ว่าอย่างไรคุณก็อย่าตั้งข้อสงสัยกับความมุ่งมั่นของประเทศMเลย ความทะเยอทะยานของพวกเขาที่มีต่อเทคโนโลยีชั้นยอดมันเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาไปมาก และคุณก็ไม่ต้องตั้งข้อสงสัยกับศักยภาพของบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีด้วยเช่นกัน การที่ทำให้ประเทศมหาอำนาจอย่างประเทศMหลีกทางให้ คุณยังคิดว่าเทคโนโลยีชั้นยอดแต่ละอย่างที่ผมยื่นข้อเสนอให้หัวเซี่ยเป็นแค่เครื่องเรือนอยู่อีกเหรอ” ลู่เฉินมองลู่หมิงอย่างขบขัน
ในตอนนี้สีหน้าลู่หมิงย่ำแย่สุดขีด เดิมทีเขาต้องการพูดเพื่อโน้มน้าวให้พวกผู้อาวุโสในตระกูลเปลี่ยนความคิดโดยไม่ให้ลู่เฉินเข้ามาปกครองตระกูลได้
แต่ไม่คิดว่าลู่เฉินไม่เพียงแต่สยบทั้งตระกูลด้วยพลังศิลปะการต่อสู้เท่านั้น เขายังใช้พลังอำนาจอื่นๆสยบตระกูลลู่ทั้งหมดอีกด้วย
จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครสงสัยในคำพูดลู่เฉินอีก
หากบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีไม่มีศักยภาพเช่นนี้ พวกเขายังจะคิดครอบครองบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีอีกหรือไม่?
ลู่เฉินพูดถูกต้อง ถ้าเขายินยอมก็จะมีหลายประเทศในโลกที่ยินดีทำงานถวายชีวิตให้เขาเพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีชั้นยอด
แม้พวกเขาไม่มีปัญญาเอาบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีมาได้ แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีชั้นยอดแล้วการเป็นเพชฌฆาตให้บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีเป็นครั้งคราวล่ะ?
ตอนนี้แม้แต่ผู้อาวุโสสองและคนอื่นๆก็ไม่อยากจะเชื่อ ก่อนหน้านี้พวกเขาดูถูกลู่เฉินเกินไป
แม้ว่าพลังวิเศษของลู่เฉินจะไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น แต่เขาก็ยังมีต้นทุนที่ไม่ต้องเกรงกลัวตระกูลลู่
หากคุณทำให้เขาโกรธ ทำให้เขาหงุดหงิด เขาก็มุทะลุโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
ประเทศพรูลันเซียนั้นเล็กมาก มีเพียง9000กว่าตารางกิโลเมตร ระเบิดไฮโดรเจนสามารถเปลี่ยนเกาะทั้งหมดให้กลายเป็นซากปรักหักพังทั้งผืนแผ่น ไม่เหลือใครมีชีวิตรอดอยู่บนเกาะแห่งนี้
แม้จะเป็นเรื่องไร้มนุษยธรรมที่แต่ละประเทศในยุโรปไม่กล้าทำ
แต่ประเทศMที่ถูกกองทัพอากาศหัวเซี่ยปราบปรามอยู่นั้น จะต้องเต็มใจช่วยลู่เฉินอย่างแน่นอน
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง พี่ใหญ่ลู่หมิง คุณคิดว่าตระกูลลู่มีอำนาจควบคุมกองทัพทหารของประเทศพรูลันเซียไว้ในมือแล้วผมจะทำอะไรไม่ได้งั้นเหรอ? หรือว่าคุณยังไม่เคยตรวจสอบผมมาก่อน ผมมีกลุ่มสังหารกลุ่มหนึ่งอยู่ที่ประเทศเหมี่ยน ตราบใดที่ผมตกลง ประเทศเหมี่ยนทั้งประเทศก็จะตกอยู่ในมือของผมภายในหนึ่งเดือน คุณคงยังไม่รู้ล่ะสิว่าตู้เฟยคนที่เอาชนะผู้อาวุโสห้าด้วยฝ่ามือเดียว เขาเป็นเพื่อนของผม เขาก็คือลูกพี่ใหญ่อันดับหนึ่งแห่งกองทัพประเทศประเทศเจียซือ? บรรดากษัตริย์น้อยของประเทศเจียซือล้วนต้องคารวะและเคารพผมโดยเรียกผมว่าราชครู และคุณก็คงยังไม่รู้อีกล่ะสิว่าทรัพยากรทั้งหมดในประเทศเจียซืออยู่ในมือผม และในหนึ่งปีกว่านี้ผมได้พัฒนาแสนยานุภาพทางทหารของประเทศเจียซืออีกด้วย? คุณคิดว่าผมจะเห็นประเทศพลูลันเซียอยู่ในสายตาอย่างงั้นเหรอ?”
ลู่เฉินมองลู่หมิงอย่างขบขันและเพิ่มน้ำเสียงขึ้นหลายส่วน
“สิ่งที่เรียกว่าทรงพลังในสายตาของคุณก็ไม่ต่างจากกองขี้ในสายตาของผม คุณมีสิทธิ์อะไรมาเอะอะใส่ผม?” หลังจากลู่เฉินพูดจบก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เห็นได้ถึงความรังเกียจและดูถูกผ่านแววตาของเขา
ลู่หมิงหน้าซีดเผือดโดยไม่ตอบโต้สักประโยค
ตอนนี้เขาเข้าใจช่องว่างระหว่างเขากับลู่เฉินแล้ว
ในขณะที่เขาทำตัวโอ้อวดภายใต้การคุ้มครองของตระกูลลู่ ลู่เฉินซึ่งอายุน้อยกว่าเขาเพียงไม่กี่ปีก็ได้ควบคุมกองกำลังที่น่ากลัวเช่นนี้แล้ว
และยิ่งไปกว่านั้นพลังวิเศษศิลปะการต่อสู้ที่น่าภาคภูมิใจของเขายังเป็นเรื่องตลกสำหรับลู่เฉิน
“ใครที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์ฉันลู่เฉิน ก็ค่อยๆแหวกมือออกมา”
ลู่เฉินไม่สนใจลู่หมิงอีกต่อไป เขากวาดตามองไปยังคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องสายรองอย่างลู่ไห่ ลู่เว๋ยเว๋ยและคนอื่นๆ หรือทั้งสายหลักอย่างลู่เห้าและคนอื่นๆ คนที่โดนลู่เฉินกวาดตามองต่างก็ก้มหน้าโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าสบตากับลู่เฉิน
แม้แต่ลู่หมิงคนที่พวกเขาคิดมาตลอดว่าที่เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลก็ยังถูกสยบเมื่ออยู่ต่อหน้าลู่เฉิน พวกเขาไหนล่ะจะกล้าสงสัยในตัวลู่เฉิน?
หรือยังจะกล้าเป็นศัตรูกับลู่เฉิน!
ตอนนี้แม้แต่ลู่จือสิง ลู่หานและพวกคนรุ่นอาคนอื่นๆก็อยู่ภายใต้รัศมีอันทรงพลังของลู่เฉินโดยไม่มีใครกล้าสบตากับเขา
เมื่อเทียบกับลู่เฉินแล้ว พวกเขายังถือว่าด้อยกว่ามาก
ลู่หลิงเซียวและผู้อาวุโสคนอื่นๆต่างก็พยักหน้ามาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ความแข็งแกร่งของลู่เฉินทำให้คนทั้งตระกูลรู้สึกถึงน่ากลัวและหวาดผวา
แต่กลับทำให้พวกเขาปลื้มใจ
การมีคนหนุ่มที่มีพรสวรรค์อย่างลู่เฉินอยู่ในตระกูล นับว่าเป็นโชคดีของตระกูล
“นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ฉันจะถอนตัวออกจากตำแหน่งผู้นำครอบครัว ลู่เฉินถึงจะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในตำแหน่งผู้นำครอบครัว”
ในตอนนี้ลู่เทียนสิงยืนขึ้น เขาเหลือบมองไปยังลู่เฉิน จากนั้นก็มองไปที่พวกผู้อาวุโส