พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่ 470 หนีออกมาได้สำเร็จ
บทที่ 470 หนีออกมาได้สำเร็จ
“เชี่ย!”
เมื่อลู่เฉินเห็นเหตุการณ์ก็สบถอย่างรุนแรง
ตลอดที่ผ่านมาเขาเป็นคนที่ใช้คำสบถน้อยมาก แต่ตอนนี้มันอดไม่ได้จริงๆ
เพราะเขารู้ดีว่าสัตว์ประหลาดชนิดนี้น่ากลัวขนาดไหน ถ้ามีไม่กี่ตัว พวกเขายังพอรับมือได้
แต่นี่มาตั้งหลายสิบตัวจึงทำให้รับมือได้ยาก
“ขีปนาวุธยังมีอีกเท่าไหร่?” ลู่เฉินถาม
“ก่อนหน้านี้ผมนับดูแล้วยังมีอีกหนึ่งร้อยกว่านัดที่ใช้ได้” สื่อจิ้นพูด
“อืม งั้นก็ฆ่ามันซะ” ลู่เฉินพูด
“ครับ” สื่อจิ้นพยักหน้าและให้ทหารของเขาที่เหลืออีก 15 คนสุดท้ายถือขีปนาวุธ
ทหาร 15 คนนี้ล้วนเก่งไม่ต่างจากนักศิลปะการต่อสู้ ดังนั้นพวกเขาจึงรอดจนถึงตอนท้าย
การใช้ขีปนาวุธเป็นความรับผิดชอบของกองทัพจักรวรรดิ เนื่องจากในสถานการณ์นี้ พวกเขานับว่ามีฝีมือในการใช้ขีปนาวุธที่เก่งกาจ
กระสุนปืนใหญ่ของขีปนาวุธมีจำนวนจำกัดและยังเป็นอาวุธสำคัญที่ใช้ในการสังหารสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ชนิดนี้อีกด้วย การใช้แต่ละนัดจะสิ้นเปลืองไม่ได้
“ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!”
เหล่ากองทัพจักรวรรดิทยอยกันยิงกระสุนปืนใหญ่ตามคำสั่งของสื่อจิ้น
กระสุนปืนใหญ่แต่ละนัดยิงไปทางสัตว์ประหลาดหลายสิบตัวด้วยเสียงอันโหยหวน
สัตว์ประหลาดเหล่านั้นคิดจะหลบหนีอย่างเห็นได้ชัด ทว่าบางทีพวกมันอาจจะโง่เขลาเกินไป เพราะก่อนที่พวกมันจะตอบสนอง กระสุนปืนใหญ่ก็ระเบิดไปที่ส่วนเหง้าของพวกมัน
แต่เนื่องจากเหง้าพวกมันใหญ่เกินไป กระสุนปืนใหญ่เพียงลูกเดียวไม่เพียงพอที่จะระเบิดพวกมันได้
อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าสัตว์ประหลาดทั้ง 15 ตัวที่โดนยิงเคลื่อนไหวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างที่สูงตระหง่านของพวกมันโงนเงนจะล้มมิลมแหล่
“ยิงมัน ยิงมันให้ตาย ยิงไปที่จุดเดียวกัน!” สื่อจิ้นตะโกนเสียงดัง
ทหารทั้ง 15 คนรีบบรรจุกระสุนปืนใหญ่อีกครั้ง จากนั้นก็ยิงโดยกล้องเทเลสโคปอัตโนมัติ ในไม่ช้าก็พบเป้าหมายนั้นที่พวกเขาเพิ่งยิงออกไป
“ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!”
กระสุน 15 นัดยิงออกมาอีกครั้ง ในชั่วพริบตาก็เห็นเหง้าของสัตว์ประหลาด 15 ตัวถูกระเบิดด้วยกระสุนปืนใหญ่ตัวละสองลูก ร่างขนาดใหญ่ของพวกมันล้มลงกับพื้น
แม้ว่าจะอยู่ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตร แต่ทุกคนก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าของเหลวสีเขียวที่ระเบิดออกมากัดกร่อนทรายและหินก้อนใหญ่จนเป็นหลุมขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว
“ไม่รู้ว่าของเหลวสีเขียวนั้นเป็นสารอะไรถึงได้มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงขนาดนี้!” เสี่ยวจิงถึงกับช็อก
“น่าจะเป็นประเภทเดียวกับน้ำกรด แต่น่ากลัวกว่าน้ำกรดมาก น่าเสียดายที่ไม่มีภาชนะ เพราะไม่อย่างงั้นฉันจะเก็บเอากลับไปวิจัยที่ยานอวกาศซี-หวั้งเสียหน่อย” ลู่เฉินพูด
“ของที่น่ากลัวขนาดนั้นไม่มีภาชนะที่บรรจุได้หรอก ผมว่ามันกัดกร่อนได้ทุกอย่าง” เสี่ยวจิงพูด
“อืม” ลู่เฉินพยักหน้า แต่ในใจก็แอบเสียดายเล็กน้อย เพราะถ้าเขานำของเหลวชนิดนี้ไปทำวิจัย ภาคเคมีจะต้องก้าวหน้าไปมากแน่ๆ
“อันที่จริงเราจับสัตว์ประหลาดตัวนี้ไปวิจัยก็ได้นะ เพราะในตัวพวกมันก็มีของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงชนิดนั้นอยู่ด้วย”
ลู่เฉินตาเป็นประกายเนื่องจากเขาคิดไม่ถึงจริงๆ
เขาก็สงสัยมากเช่นกันว่าของเหลวแบบนั้นมาอยู่ในตัวสัตว์ประหลาดชนิดนี้ได้อย่างไร
“ปล่อยเจ้าตัวเล็กมานี่” ลู่เฉินบอก
จากนั้นกลุ่มคนข้างๆก็ตั้งใจปล่อยให้สัตว์ประหลาดตัวน้อยวิ่งเข้ามา
เมื่อสัตว์ประหลาดตัวน้อยเห็นว่ามันอยู่ไม่ไกลจากลู่เฉิน ก็ไม่รู้ว่ามันฮึกเหิมอะไรนักหนา จู่ๆถึงได้ชนก้อนหินแล้วมีสภาพมึนงงเล็กน้อย
เมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้นก็ยิงปืนไปที่หลอดเส้นเล็กๆนั้นติดต่อกันหลายนัด
แม้ว่าหลอดโลหะบนตัวสัตว์ประหลาดตัวน้อยจะเล็กและละเอียดมาก แต่ด้วยระยะใกล้ จึงง่ายมากที่จะโดนยิงด้วยgauss rifle
หลอดโลหะถูกตัดขาด บนตัวสัตว์ประหลาดตัวน้อยไม่มีอาวุธคุกคามแล้วนอกจากจะมีของเหลวสีเขียว
ไม่กี่นาทีต่อมา หลินตงก็หยิบกล่องเหล็กออกมาจากในกระสวยอวกาศ จากนั้นก็ใช้คีมคีบสัตว์ประหลาดตัวน้อยที่ไม่มีหลอดโยนเข้าไปในกล่องเหล็ก
“เอามาให้ฉันดูหน่อย” ลู่เฉินพูดกับหลินตง
“ครับ” หลินตงตอบรับแล้วเช็คกล่องเหล็กด้วยตัวเอง
หลังจากผ่านไปกว่าสิบนาที ในที่สุดกองทัพจักรวรรดิทั้งสิบห้าคนก็ฆ่าสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ตัวสุดท้ายที่วิ่งเข้ามาในระยะหลายร้อยเมตรได้หมดอย่างราบคาบ ทุกคนต่างก็โล่งอกไปตามๆกัน
“ติงต้าเฉิงปืนเก๊าส์ใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะมาถึงดาวอังคาร?” ลู่เฉินปรับไปที่ช่องของติงต้าเฉิงและถามเขา
ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงของติงต้าเฉิงก็ดังเข้ามา “5 นาที เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด คราวนี้เราได้นำปืนเก๊าส์ที่เพิ่งวิจัยและพัฒนาออกมาทั้งหมดยิงไปที่ขั้วโลกใต้ของดาวอังคาร ซึ่งจะทำให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆบนดาวอังคาร ตัวอย่างเช่น ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหวเก้าริกเตอร์ ดังนั้นพวกคุณจะต้องเข้าไปในกระสวยอวกาศก่อนหนึ่งนาทีสุดท้าย พอระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงกลับมาใช้งานได้แล้วก็รีบออกจากดาวอังคารโดยเร็ว มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายได้”
“ให้ตายเถอะ นายมันโหดร้ายจริงๆ” ลู่เฉินช็อก
อานุภาพของปืนเก๊าส์เรียกได้ว่าเป็นอาวุธนิวเคลียร์ แต่ไม่มีมลพิษนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นการใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่สร้างความเสียหายมหาศาล
ก่อนหน้านี้แผนกอาวุธได้พัฒนาค้นคว้าปืนเก๊าส์ห้ากระบอกแต่ยังไม่ได้ทดสอบ ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ใช้มันระเบิดดาวอังคาร
“ผมก็กลัวว่าจะเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดเหมือนกัน ผมจึงใช้มันทั้งหมดและกำลังจะบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี” ติงต้าเฉิงกล่าว
ลู่เฉินดูเวลาเสร็จก็วางสายติงต้าเฉิง จากนั้นก็ตะโกนให้ทุกคนได้ยิน “ทุกท่าน อดทนต่อไปอีก 4 นาที พวกเราจะได้นั่งกระสวยอวกาศกลับกันแล้ว ทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้!”
แม้ว่าสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ชนิดนั้นจะดูน่ากลัว แต่พวกสัตว์ประหลาดร่างบางที่มีหลอดเหล่านั้นยังเป็นภัยคุกคามมากที่สุด
เนื่องจากพวกมันมีจำนวนมากเกินไป ซึ่งแม้แต่นักศิลปะการต่อสู้ต่อสู้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็หมดแรงไปได้ง่ายๆ
แต่หลังจากได้ยินคำพูดของลู่เฉิน ทุกคนต่างก็มีกำลังวังชาขึ้นมาอีกครั้ง
หลายคนแทบอยากจะยอมแพ้เมื่อมองสัตว์ประหลาดพวกนั้นที่น่ากลัวที่พยายามฆ่าเท่าไหร่ก็ฆ่าไม่ตาย
ลู่เฉินปรับไปที่ช่องลับส่วนตัวแล้วเตือนคนที่อยู่เขตเหมืองอีกสองแห่ง “เหลือเวลาอีก 4 นาที พวกคุณก็จะได้เข้ากระสวยอวกาศแล้ว พอถึงตอนนั้นกระสวยอวกาศจะกลับมาใช้งานได้ ทุกคนเตรียมตัวขึ้นกระสวยอวกาศกลับกันได้แล้ว”
เมื่อได้ยินที่ลู่เฉินพูด คนที่อยู่เขตเหมืองอีกสองแห่งก็ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
เพราะสถานการณ์ฝั่งพวกเขาแย่กว่าฝั่งลู่เฉิน
เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับสัตว์ประหลาดระดับซูเปอร์ที่เหมือนดอกไม้ตูมได้อย่างไร จึงทำให้บาดเจ็บล้มตายอย่างหนักและยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของทุกคน
4 นาทีต่อมาลู่เฉินก็สั่งให้ทุกคนกลับไปที่กระสวยอวกาศ จากนั้นก็คุ้มกันพร้อมกับเข้าไปในกระสวยอวกาศ
เมื่อทุกคนเข้าไปในกระสวยอวกาศก็ปิดประตู นั่งประจำที่พร้อมกับรัดเข็มขัดนิรภัย ทันใดนั้นก็พบว่าระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงในกระสวยอวกาศกลับมาใช้ได้แล้ว
หลังจากนั้นก็รู้สึกได้ว่ากระสวยอวกาศกำลังสั่นเล็กน้อย
ลู่เฉินรู้ดีว่ามันเป็นการสั่นสะเทือนของดาวอังคารที่เกิดจากการระเบิดของปืนเก๊าส์ที่ขั้วโลกใต้ของดาวอังคาร
เนื่องจากคลื่นสั่นสะเทือนเดินทางเร็วกว่าคลื่นเสียงมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ยินเสียงระเบิดตามมา
“ทุกคนเตรียมกลับไปที่ยานอวกาศซี-หวั้ง!”
ลู่เฉินออกคำสั่งสุดท้ายบนดาวอังคาร จากนั้นก็เปิดใช้งานระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วง
กระสวยอวกาศที่ถูกล้อมรอบไปด้วยสัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วนก็ค่อยๆลอยตัวขึ้นและออกจากดาวอังคาร