พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่461 สูญเสียการติดต่อกับทีมบุกเบิก
บทที่461 สูญเสียการติดต่อกับทีมบุกเบิก
นักวิทยาศาสตร์บนกระสวยอวกาศเพิ่งพบว่าพวกเขาขาดการติดต่อกับยานอวกาศซี-หวั้งแม่ไม่ว่าพวกเขาจะปรับรหัสอย่างไรพวกเขาก็ไม่สามารถติดต่อยานอวกาศได้
ในกรณีนี้มันเหมือนมีพลังลึกลับตัดข้อมูลที่พวกเขาพยายามส่งออกไป
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจคือพวกเขาพบว่ากระสวยอวกาศทั้งหมดไม่ได้เชื่อมต่อกัน
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ไม่ไกลกัน แต่สัญญาณที่ส่งมาก็ถูกตัดขาดไป
“หัวหน้าสื่อครับ เราจะทำอย่างไรดีครับ บนดาวอังคารมีสัญญาณลึกลับคอยตัดสัญญาณที่เราส่งออกไปหมดเลยครับ” นักวิทยาศาสตร์หลายคนที่อยู่บนกระสวยอวกาศมองมาทางสื่อจิ้นพร้อมกัน
สื่อจิ้นเองก็ตื่นตระหนกเหมือนกัน แต่เขาซึ่งเป็นผู้นำทหารในสำนักสังหารมีความเป็นผู้ใหญ่ สุขุมอาการตื่นตระหนกนี้เกิดขึ้นแค่ช่วงสั้น ๆ
เขาแอบถอนหายใจและพูดว่า “ฉันจำได้ว่าเราใช้เทคโนโลยีการสื่อสารควอนตัม เป็นไปได้ไหมที่ดาวอังคารไม่รองรับการส่งสัญญาณควอนตัม”
“เป็นไปไม่ได้ครับ และเครื่องตรวจจับที่มาก่อนก็ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารควอนตัมด้วย มันไม่ได้เกิดกรณีแบบนี้” นักวิทยาศาสตร์ส่ายหัวและปฏิเสธการคาดเดาของสื่อจิ้น
“มีความเป็นไปได้อีกอย่างที่ดาวเทียมควอนตัมที่เปิดก่อนหน้านี้จะเสีย แต่ความเป็นไปได้นี้มีน้อยมาก เนื่องจากคุณภาพของดาวเทียมสื่อสารควอนตัมที่เราพัฒนานั้นดีมากและสามารถใช้งานได้อย่างน้อย ยี่สิบปี” นักวิทยาศาสตร์อีกคนพูดขึ้นมา
สื่อจิ้นขมวดคิ้ว ในสถานการณ์เช่นนี้เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
“ ถ้าอย่างนั้นข้างนอกก็ไม่น่ามีอันตรายเราออกไปกันก่อนเถอะจะได้และตั้งเต็นท์ เพื่อเตรียมไว้สำหรับคนงานที่ลงมาในภายหลังได้พัก เมื่อทางกัปตันพบว่าไม่มีสัญญาณใด ๆ จากพวกเราทางยานอวกาศตัวแม่จะต้องคิดหาวิธีช่วยเหลือแน่นอน พวกเขาไม่มีทางทอดทิ้งพวกเราแน่ๆ “สื่อจิ้นเอ่ยพูด
“จากการวิเคราะห์ข้อมูลก่อนหน้านี้ไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารได้ แต่สิ่งที่เราต้องระวังคือพายุฝุ่น พายุฝุ่นบนดาวอังคารรุนแรงกว่าบนพื้นโลกมาก” นักวิทยาศาสตร์พยักหน้า
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ออกไปดูกันก่อนดีกว่า” สื่อจิ้นพยักหน้าและสั่งให้เปิดกระสวยอวกาศออก
แม้ว่าสัญญาณจะไม่สามารถส่งออกไปได้ แต่ก็ยังสามารถรับสัญญาณไร้สายในระยะสั้นได้
บทสนทนาระหว่างสื่อจิ้นและนักวิทยาศาสตร์หลายคนเป็นสัญญาณที่ส่งผ่านการสื่อสารแบบไร้สายบนชุดอวกาศ
อย่างไรก็ตามพวกเขาพยายามอยู่หลายครั้งแต่ผู้คนบนกระสวยอวกาศอีกลำที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรไม่สามารถรับสัญญาณจากกันและกันได้
พื้นที่เหมืองแร่ที่สื่อจิ้นดูแลเป็นพื้นที่ทำเหมืองเหล็กออกไซด์ทุกคนออกมาจากกระสวยอวกาศและเหยียบบนชั้นทรายของดาวอังคารรู้สึกถึงความรู้สึกแปลก ๆ
ความรู้สึกแปลก ๆ ที่ว่าคือ ทำไมแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารจึงไม่หนักเท่าของโลก
แรงโน้มถ่วงของโลกคือ สองจุดหกเจ็ดเท่าของดาวอังคาร ดังนั้นในเวลานี้ทุกคนที่ยืนอยู่บนพื้นดาวอังคารจะรู้สึกตัวเบามาก ถ้ากระพือปีกพวกเขาคิดว่าคงสามารถกระโดดได้สูงสี่ถึงห้าเมตร
นอกจากนี้ยังมีความรู้สึกพิเศษตอนที่เหยียบทรายบนดาวอังคาร
มันเป็นชั้นทรายสีเหลืองหนาโดยมีนุ่มราวสำลีมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และละเอียดอ่อน แต่ข้างใต้มีความแน่นหนามากและไม่มีความรู้สึกว่าจะถูกดูดลงไปในทราย
จนกระทั่งคนแรกก้าวออกไปคนอื่น ๆ ก็ก้าวออกไปนอกกระสวยอวกาศ พวกเขาจับอาวุธเพื่อป้องกันบริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวัง แต่พวกเขาไม่เห็นวัตถุเคลื่อนไหวใด ๆ ในขณะนี้เป็นเวลากลางวันของดาวเคราะห์ดวงนี้ ดวงอาทิตย์ส่องแสงบนทะเลทราย ดูไปแล้วจะคิดว่าที่นี่เป็นทะเลทรายสักแห่งบนโลกที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมใด ๆ อยู่เลย
“ พวกคุณสิบคนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละห้าคนขับรถไปแจ้งข่าวให้อีกสองทีม เพื่อที่พวกเขาไม่ต้องกังวล ให้พวกเขาทำภารกิจให้เสร็จก่อน แล้วยานอวกาศจะซ่อมอุปกรณ์สื่อสารให้เร็วที่สุด” สื่อจิ้นแบ่งงานทหารสิบที่ยืนอยู่ข้างๆเขา
“ใช่!” ทั้งสิบคนพยักหน้าทีละคน
“ พวกคุณทั้งห้าคนไปยังพื้นที่เหมืองแร่โมนาไซต์นี่คือแผนที่ มันอยู่ห่างจากเราประมาณห้าสิบไมล์ ถ้าคุณไม่หลงทางหรือเจออุปสรรคคุณสามารถไปที่นั่นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน” นักวิทยาศาสตร์หยิบแผนที่ดาวอังคารออกมา แล้วส่งให้ทหารคนหนึ่ง
ทหารคนนั้นรับแผนที่มา แล้วกลับไปที่กระสวยอวกาศพร้อมกับอีกห้าคนเพื่อขับรถออกไปทำงานตาทที่ได้รับคำสั่งมา
“พวกคุณทั้งห้าคนไปที่บริเวณเหมืองแร่บาสต์นาไซต์ซึ่งอยู่ห่างจากเราประมาณสามสิบไมล์ ทางฝั่งพวกคุณคงไม่มีสิ่งกีดขวาง ขอให้พวกคุณโชคดี” นักวิทยาศาสตร์ยื่นแผนที่ดาวอังคารอีกใบให้ทหารอีกคน
ทหารคนนั้นหยิบแผนที่และเดินออกไปพร้อมกับคนที่เหลืออีกห้าคน
ทหารที่ยังอยู่บนรถอีกคันก็ออกมาจากรถและในไม่ช้าพวกเขาก็มารวมตัวกันที่นี่
“ตั้งเต็นท์ให้เสร็จ ก่อนจะมืด ภารกิจทุกอย่างจะต้องทำให้สำเร็จ !” สื่อจิ้นสั่ง
จากนั้นทหารหลายร้อยคนก็เริ่มทำการตั้งเต็นท์
ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่ ท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลง ในความมืด บริเวณเนินทรายก็เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หากมีคนเห็นฉากนี้พวกเขาจะต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามันเหมือนกับนักบำเพ็ญพลังพิเศษที่จะผุดโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินในภาพยนตร์
และทิศทางการเคลื่อนที่ของมันก็คือ เหมืองแร่หลักทั้งสามแห่ง
หลังจากตั้งเต็นท์ชั่วคราวให้คนงานทั้งหมดเสร็จ นักวิทยาศาสตร์ก็อยู่กระสวยอวกาศเพื่อศึกษาปัญหาปัญหาและรอให้ยานอวกาศซ่อมแซมสัญญาณเสร็จ จากนั้นสื่อจิ้นก็สั่งให้ทุกคนเข้าไปในเต็นท์เพื่อพักผ่อน
ในช่วงนี้ พวกเขาทั้งหมดจะต้องนอนในเต็นท์กับคนงานไปก่อน
เต็นท์นี้เป็นเต็นท์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษและมีระบบอากาศขนาดเล็กอยู่ภายในซึ่งสามารถรองรับการหายใจตามปกติของคนได้หลายสิบคน
เนื่องจากมันอยู่บนดาวอังคารและยังอยู่ในช่วงกลางคืนซึ่งมีอากาศค่อนข้างเย็น สื่อจิ้นจึงไม่ได้จัดให้มีคนเฝ้าเวรข้างนอก
ในช่วงกลางดึก ขณะที่ทุกคนนอนหลับสนิท ทันใดนั้น สื่อจิ้นและทหารทุกคนในเต็นท์ก็ลืมตาขึ้นและลุกขึ้นจากผ้าห่มกะทันหัน ทุกคนต่างรู้สึกถึงอันตรายอย่างอธิบายไม่ถูก
“ แกร๊ก แกร๊ก … ”
ทันใดนั้นเสียงเล็ก ๆ ก็ดังขึ้นในช่วงเวลาแห่งความเงียบนี้ ทุกคนก็ได้ยินเสียงนั้นดังมาจากด้านนอกเต็นท์และดูเหมือนว่ามันจะอยู่ไม่ไกลจากเต็นท์
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกตื่นกลัว แม้แต่คนเข้มแข็งอย่างสื่อจิ้นเองก็ยังพูดไม่ออกในเวลานี้
หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเส้นประสาทที่เกร็งแน่นของทุกคนก็ต้องแตกตื่นเพราะเสียงร้อง
สื่อจิ้นคว้าปืนพกที่อยู่ข้างๆขึ้นมาแล้วพูดว่า “ออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นและปลุกพวกเขาทุกคนตื่นด้วย”
เขาลุกขึ้นยืนทันที และในขณะนั้นเอง ฉากที่น่าตกใจก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา