พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่465 ลู่เฉินนำทีมด้วนตัวเอง
บทที่465 ลู่เฉินนำทีมด้วนตัวเอง
นักวิทยาศาสตร์หลายคนที่ลู่เฉินเรียกในครั้งนี้ พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่เคยศึกษาเกี่ยวกับดาวเคราะห์ กระสวยอวกาศ สิ่งมีชีวิตและสภาพอากาศเกือบทุกคน
พูดตามตรงระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงนี้เป็นเทคโนโลยีทางกายภาพและมีหลายคนที่ไม่ค่อยถนัด
สาเหตุที่ลู่เฉินทำแบบนี้ เพราะเขาเริ่มร้อนใจแล้ว
ใช่เขาเองก็คิดเรื่องนี้มาตลอดทั้งคืน แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าปัญหาของระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงอยู่ที่ไหน จากข้อมูลของ สื่อจิ้น ทุกอย่างล้วนทำงานเป็นปกติ
นอกจากในห้องประชุมขนาดใหญ่นี้แล้ว ในห้องประชุมอีกห้องหนึ่งมีช่างผู้ชำนาญหลายพันคนคอยฟังทุกสิ่งที่ลู่เฉินพูดผ่านวิดีโออย่างตั้งใจ
ถึงแม้ติงต้าเฉิงและคนอื่น ๆ จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่พวกเขาก็พูดแต่พวกทฤษฎีเท่านั้น การปฏิบัติงานจริงคือกลุ่มคนที่มีทักษะเหล่านี้ หรือก็คือเหล่านักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาหรือนักศึกษาปริญญาเอกที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา
หากต้องการเข้ากลุ่มวิจัยจริงต้องผ่านการฝึกงานหลายปีก่อนจึงจะมีสิทธิ์
ติงต้าเฉิงนิ่งคิด ก่อนจะยืนขึ้นและพูดว่า “ผมจะพูดสั้น ๆ เกี่ยวกับสามประเด็นของปัญหานี้ ประเด็นแรกทำไมระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงไม่มีปัญหาตอนที่ส่งเครื่องตรวจจับไร้คนขับลงไป ประเด็นที่สองสาเหตุของระบบแรงโน้มถ่วงที่ใช้การไม่ได้คืออะไร และประเด็นที่สามมีวิธีแก้ไหม ”
“อืมคุณสามารถลงไปคุยประเด็นเหล่านี้อย่างช้าๆ ตอนนี้ผมต้องการให้คุณแก้ระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงภายในห้าชั่วโมงมีปัญหาอะไรหรือไม่” ลู่เฉินโบกมือเพื่อขัดคำพูดของติงต้าเฉิงไว้ก่อน
ติงต้าเฉิงแบมือออกทั้งสองข้าง เขาเองก็ไม่กล้ารับรองเหมือนกัน
“คุณรับรองไม่ได้ใช่ไหม งั้นคุณต้องบอกกับผมได้ว่าคุณจะใช้เวลานานแค่ไหนในการแปลงกระสวยอวกาศกลับมาใช้เทคโนโลยีฟิวชั่นนิวเคลียร์ที่ควบคุมได้แทนที่” ลู่เฉินถามอีกครั้ง
“ประมาณห้าชั่วโมงครับ” ติงต้าเฉิงคิดอยู่สักพักถึงจะตอบ
ลู่เฉินมองไปที่ ตู้เฟย และเอ่ยถามว่า “ตอนนี้ทหารของนายมีกระสวยอวกาศกี่ลำ”
“ประมาณยี่สิบลำครับ”ตู้เฟยตอบกลับ
ลู่เฉินพยักหน้าและหันไปหา ติงต้าเฉิง “ ผมไม่สนใจว่าคุณจะจัดการยังไง ภายในห้าชั่วโมงนี้คุณต้องทำการเปลี่ยนทั้งยี่สิบลำนี้ให้เป็นระบบพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ผมไม่สนว่าคุณจะลงมือทำเอง หรือว่าให้พวกเขาลงมือทำแล้วคุณคอยควบคุมอยู่ด้านข้างผมก็ไม่ว่า ”
“โอเคครับ ไม่มีปัญหา” ติงต้าเฉิงพยักหน้ารับ
ลู่เฉินมองเวลาในนาฬิกาเขาแล้วพูดขึ้นมาว่า: “พวกคุณลงไปกันก่อน ซือถูเจี้ยน คุณไปให้คนย้ายกระสวยอวกาศทุกลำมาที่ห้องประชุม”
“ได้ครับ!” ซือถูเจี้ยนลุกขึ้นและแสดงความเคารพ จากนั้นเดินตามติงต้าเฉิงและนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆออกจากห้องประชุมไป
ลู่เฉินมองไปตู้เฟยและคนอื่น ๆ
“มีพี่น้องของเราอยู่ด้านล่าง ไม่ว่าทำยังไงก็ตาม พวกเขาได้ทิ้งแผ่นดินเกิดแล้วยอมเดินทางมาเสี่ยงอันตรายพร้อมกับพวกเรา พวกเขายังเป็นความหวังของเราเป็นความหวังของมนุษยชาติในอนาคต ดังนั้นในครั้งนี้ฉันจะลงไปช่วยพวกเขาด้วยตัวเอง” ลู่เฉินมองไปยังคนที่เหลืออีกสองสามคนก่อนจะพูด
คนที่อยู่ตอนนี้คือ ตู้เฟย อวู๋กวางเจิ้ง และ เซียวจ้าน นอกจากนี้ยังมี ลู่เทียนสิง ซึ่งรับผิดชอบการฝึกนักยุทธภพ รวมทั้ง หลันหลิง เสี่ยวจิง หลินตง ซ่งไห่ หลิวจื่อซิวและ เฉินจือหรานผู้ช่วยของเขา
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที และตู้เฟยเป็นคนแรกที่ยืนขึ้นและพูดว่า “คุณชายลงไปไม่ได้นะครับ คุณต้องนั่งควบคุมสถานการณ์บนยานอวกาศ ถ้าทุกคนรู้ว่าคุณกำลังจะไปดาวอังคาร พวกเขาจะพากันหวาดหวั่นใจนะครับ”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้คุณเป็นที่พึ่งพิงทางด้านจิตใจของคนทุกคน เป็นความหวังของมนุษยชาติเราที่จะหาดาวเคราะห์ที่เหมาะสมต่อการย้ายถิ่นฐานใหม่ คุณจะเกิดอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ อย่าลงไปดาวอังคารเองเลยนะคะ” เฉินจือหรานรีบพูดยับยั้ง
ทุกคนพยักหน้าไม่เห็นด้วยที่จะให้ไม่ยอมให้ลู่เฉินลงไปเสี่ยงอันตราย
“คุณเคยได้ยินจากสื่อจิ้นแล้วว่าสัตว์ประหลาดบนดาวอังคารนั้นน่ากลัวแค่ไหน พลังของผมแข็งแกร่งที่สุด และผมก็เชื่อว่าการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของผมก็แข็งแกร่งที่สุดเช่นกัน ดังนั้นผมถึงต้องเป็นผู้นำทีมด้วยตัวเอง ดังนั้น ตู้เฟยอยู่ดูแลความหวังของมนุษยชาติไว้ “ลู่เฉินพูดอย่างหนักแน่นและเด็ดขาด
“ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าผมเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติ ผมจะกลับไปขึ้นยานอวกาศให้เร็วที่สุด” ลู่เฉินพูดเสริม
“แต่ว่า……”
“ไม่มีแต่ มีแต่ต้องให้ผมไปด้วยตัวเอง ผมถึงวางใจ การต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่เราไม่รู้ความเป็นมา ผมรับมือได้ดีกว่าพวกคุณ” ลู่เฉินโบกมือเพื่อหยุดคำพูดเกลี้ยกล่อมของตู้เฟยไว้
“ไม่ครับ ผมคิดว่าลุงเทียนสิงจัดการทักอย่างได้ดีกว่าผม ผมยังอยากต่อสู้ไปพร้อมกับพี่น้องของผมมากกว่า” ตู้เฟยยิ้มแหย
“ไม่ไม่ไม่ คราวนี้พลังวิเศษของพ่อจะเป็นกำลังหลักแน่นอน พ่อจะต้องลงไปสู้ด้วย” ลู่เทียนสิง รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
ลู่เฉินพยักหน้าแล้วเอ่ยพูด “พ่อของฉันพูดถูกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อเสียงของเขายังไม่น่าเกรงขามเท่านาย เพราะนอกจากฉันแล้ว นายก็เป็นที่นับถือมากที่สุดในกองทัพแล้ว มีแค่นายที่สามารถระงับความวุ่นวายไว้ได้ ”
“ผู้บัญชาการตู้ อย่าคิดจะหนีหน้าที่เลยครับ แม้ว่าเราทุกคนรู้ดีว่าคุณอยากจะไปที่สนามรบเพื่อช่วยเหลือพี่น้องด้วยตัวเอง แต่ในเมื่อกัปตันยืนยันที่จะเป็นผู้นำทีม คุณเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถควบคุมทุกคนที่นี่ได้” อวู๋กวางเจิ้งก็พยักหน้าเห็นด้วยและพูด
เพราะเรื่องนี้เขาก็ชัดเจนในใจของเขาเช่นกัน ตู้เฟยเป็นถึงผู้บัญชาการสำนักสังหาร ทำผลงานมากมายและเป็นพี่ชายที่ลู่เฉินนับถือ ทุกคนต่างก็เชื่อใจเขามาก
นอกจากนี้ตอนนี้เขายังเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดเป็นอันดับสองของยานอวกาศซี-หวั้งรองลงมาจากลู่เฉินด้วย ถ้าลู่เฉินเป็นอะไรขึ้นมา ยานอวกาศลำนี้จะต้องให้เขาควบคุมและออกคำสั่งแทนทั้งหมด
ตู้เฟยขมวดคิ้ว ใบหน้าของเขาไม่เต็มใจเอามากๆ แต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่ยอมผงกศีรษะยอมรับแล้วพูด “ก็ได้ครับ ผมจะอยู่ที่นี่รอข่าวดีจากคุณชาย ผมขอให้คุณชายประสบความสำเร็จกลับมาอย่างปลอดภัยนะครับ จัดการกับเจ้าสัตว์ประหลาดบนดาวอังคารที่น่าเกลียดพวกนั้นให้สิ้นซากไปซะ”
หลังจากแบ่งหน้าที่ให้ทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เริ่มเตรียมตัวทันที
ปัจจุบันมีกระสวยอวกาศอยู่เพียงยี่สิบลำ และอย่างมากที่สุดก็สามารถพาคนไปด้วยได้เพียงหนึ่งพันคน ลู่เฉินจึงตั้งใจจะพานักยุทธภพทั้งหมดที่ ลู่เทียนสิงฝึกฝนออกมาในช่วงเวลานี้ไปกับเขาด้วย
ในปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าทหารธรรมดาแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย
ที่สำคัญคือตอนนี้พวกเขาอยู่เหนือชั้นบรรยากาศของดาวอังคารที่ระดับความสูงมากกว่าหนึ่งพันกิโลเมตรจากดาวอังคารและเครื่องบินรบรุ่นที่หกไม่สามารถบินลงจอดบนดาวอังคารได้
เครื่องบินรบเอ็มไอหนึ่งร้อยรุ่นที่หก ตอนที่ออกแบบได้รับการออกแบบตามแรงโน้ถ่วงของโลกเท่านั้นและแน่นอนว่าไม่สามารถนำมาใช้กับสงครามระหว่างดวงดาวอย่างนี้ได้
อย่างไรก็ตามหลังจากจบจากเรื่องนี้ไป ลู่เฉินก็วางแผนไว้เหมือนกัน ว่าขั้นตอนต่อไปคือ พวกเขาจะต้องการพัฒนาอาวุธและการต่อสู้กลางอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการต่อสู้ให้กับมนุษยชาติมากขึ้น
ไม่นานผู้คนกว่าหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นคนบนยานอวกาศก็รู้ข่าวที่มีสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวอยู่บนดาวอังคาร และทีมบุกเบิกได้เจอกับปัญหาแล้ว
แต่สมาชิกในทีมบุกเบิกที่รอดชีวิตมาได้ ตอนนี้กำลังรอคอยความช่วยเหลืออยู่
ตอนนี้พวกเขาไม่มีเสบียงอาหารเหลือแล้ว แต่พวกเขายังต้องรออย่างน้อยสิบชั่วโมง ทางยานอวกาศซี-หวั้งถึงจะมาช่วยเหลือได้
ทุกคนต่างก็ภาวนาพวกเขาได้ถูกช่วยขึ้นยานอวกาศซี-หวั้งทั้งหมด