พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่468 หวาดกลัว
บทที่ 468 หวาดกลัว
จู่ๆลู่เฉินก็เกิดความรู้สึกไม่สู้ดี
ใช่แล้ว นั่นเป็นความรู้สึกที่อยากอ้วก
“ทุกคนหลบไป ระวังใต้เท้าของตัวเองด้วย!”
ทันใดนั้นลู่เฉินก็ร้องตะโกน จากนั้นเขาก็ถอยกลับอย่างแรง
ใต้พื้นที่พวกเขายืนอยู่ในเวลานี้มีฝุ่นทรายขนาดเล็กที่คล้ายพายุทอร์นาโดพุ่งตรงขึ้น และทันใดนั้นมันก็แผ่ปกคลุมคนได้สิบกว่าคน
ในบรรดาสิบกว่าคนมีนักศิลปะการต่อสู้สองคนที่รู้ตัวช้าและยังมีกองทัพจักรวรรดิของสื่อจิ้นอีกสิบคนรวมไปถึงนักวิทยาศาสตร์อีกสามคนที่ออกมาเจอลู่เฉิน
ท่ามกลางสายตาของทุกคน “ดอกไม้” ที่เกิดจากเปลือกหุ้มปล้องและกระดองเป็นองค์ประกอบกระแทกออกจากพื้น
“ดอกไม้” กางออก ส่วนที่เป็นเปลือกหุ้มหรือ“กลีบดอก”หุบลง คนสิบกว่าคนล้วนหายเข้าไปในใจกลาง “ดอกไม้” ราวกับว่า“ดอก”ตูมขนาดใหญ่นี้กลืนแมลงวันเข้าไปแค่ตัวเดียว
จากนั้นใจกลางของ “ดอกไม้” ตูมขนาดใหญ่นี้ก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง คนนับสิบกว่าคนที่ถูกกลืนเข้าไปก็ระเบิดออกมาเป็นชิ้นๆและกลายเป็นอาหารของเจ้าสัตว์ประหลาดตัวใหม่นี้
ทุกคนตะลึงด้วยความตกใจกับฉากนี้
ลางสังหรณ์ที่ลู่เฉินมีอยู่แต่เดิมก็ได้ปะทุออกมาจนถึงขีดสุด เมื่อเกิดพายุทอร์นาโดพื้นราบบนพื้น เขาก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่เป็นวิกฤติขั้นรุนแรงจนถึงขีดสุด
แต่ก็ช้าไปหนึ่งก้าว เพราะเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน มันจะต้องอยู่ใต้พื้นที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเมื่อก่อนหน้านี้แน่ๆ ดังนั้นลู่เฉินจึงไม่ได้ตระหนักถึงความน่ากลัวของมันจนกระทั่งถึงเวลาที่มันโจมตี
ความรู้สึกถึงวิกฤติกาลนี้บริสุทธิ์จนไม่มีอะไรเทียบได้และไม่มีสิ่งเจือปนใดๆเลย เขาจะพบมันได้ก็ต่อเมื่อมันทำการจู่โจม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสัตว์ประหลาดมีความอดทนอดกลั้นและโจมตีได้เร็วเพียงใด
เขามองดูสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวตัวนี้ซึ่งมีกระดูกและกระดองเหมือนดอกไม้
ส่วนล่างเป็นเหง้า ส่วนบนสุดเป็นปากฉีกขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายกลีบดอกไม้ ทั้งตัวตั้งแต่บนลงล่างล้วนประกอบด้วยกระดองที่คล้ายกับกระดูกที่น่ากลัวและดูดุร้าย
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความใหญ่โตของมัน หลังจากที่มันดูดคนทั้งสิบไปแล้ว ตอนนี้ร่างกายของมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและมันก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ
ตอนมันยืนตัวตรงก็เห็นได้ว่ามันสูงอย่างน้อย 100 เมตร ปากที่เหมือนกลีบดอกไม้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 เมตร พอเปิดออกก็ยิ่งใหญ่มโหฬารราวกับปากเปื้อนเลือดขนาดใหญ่ของสัตว์ตัวยักษ์
ไม่แปลกใจที่สามารถกลืนคนเป็นๆได้ถึงสิบคนในคราวเดียวกัน
“เอาขีปนาวุธถล่มรากมัน อย่าให้มันโตได้อีก ส่วนฉันจะระเบิดรากมันเอง!”
ลู่เฉินร้องตะโกนพร้อมกับถือปืนกลมือกราดยิงส่วนเหง้าของสัตว์ประหลาด
รากของมันหนาประมาณสิบคนโอบ ค่อนข้างน่ากลัว
แต่พอโดนกระสุนยิงและเจาะทะลุเข้าไปทีละนัดก็เห็นได้ว่าตัวของสัตว์ประหลาดตัวนี้ก็ไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น ขีปนาวุธจะต้องระเบิดมันได้อย่างแน่นอน
ในเวลานี้ขีปนาวุธไม่ใช่ดินปืนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ได้เพิ่มหลักการระเบิดแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปด้วย อานุภาพของมันรุนแรงยิ่งกว่าขีปนาวุธรุ่นก่อนหลายเท่า การยิงขีปนาวุธหนึ่งลูกเทียบเท่าได้กับHigh-explosive bombsของเมื่อก่อน
ปังปังปัง!
“แม่งเอ๊ย ไปตายซะเถอะมึง ไอ้ลูกหมาสำส่อน!
สื่อจิ้นและคนอื่นๆกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง กระสุนขีปนาวุธแบบติดไหล่ระเบิดใส่เหง้าของสัตว์ประหลาดตัวนั้น
ในบรรดาผู้คนนับสิบที่เพิ่งถูกสัตว์ประหลาดตัวนี้กลืนเข้าไป ส่วนใหญ่ล้วนเป็นกองทัพจักรวรรดิที่ติดตามเขามานานหลายปี แม้พวกเขาจะมีความสัมพันธ์แบบเจ้านายลูกน้อง
แต่ในใจของเขา กองทัพจักรวรรดิเหล่านี้ล้วนเป็นพี่ๆน้องๆของเขามานานแล้ว
จะไม่ให้เขาคลั่งได้อย่างไร!
ขีปนาวุธยิงเข้าไปในเหง้าของมันและระเบิดออกมาทันที เหง้าของสัตว์ประหลาดดอกไม้ขนาดใหญ่ถูกระเบิดเป็นชิ้นๆ แม้แต่การเชื่อมต่อระหว่างกลีบกับเหง้าของมันก็ระเบิดจนขาดวิ่น
ตู้ม!
ในไม่ช้าสัตว์ประหลาดที่เติบโตขึ้นบนท้องฟ้าก็ล้มลงกับพื้นทั้งตัว ทำให้เกิดพายุทรายเป็นชั้นๆ
ผ่านไปได้สักพักทุกคนก็เห็นว่าเหง้าของสัตว์ประหลาดบิดและกระตุกอย่างรุนแรง ของเหลวสีเขียวเริ่มพ่นไปทั่ว ทันใดนั้นก๊าซที่มีฤทธิ์กัดกร่อนก็เริ่มกระจายออกไป พื้นทรายทั้งแผ่นถูกกัดกร่อนจนกลายเป็นหลุม
เมื่อทุกคนเห็นว่าของเหลวสีเขียวที่ไหลออกมาจากร่างกายของสัตว์ประหลาดนั้นน่ากลัวมากเพียงใด พวกเขาก็ถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ทางนี้มีกระสวยอวกาศที่ดัดแปลงใหม่อยู่ 6 ลำ คุณจัดให้พวกเขาขึ้นก่อน” ลู่เฉินพูดกับสื่อจิ้น
สัตว์ประหลาดแห่งดาวอังคารแข็งแกร่งมากเกินไป ทหารธรรมดาเหล่านี้ไม่สามารถรับมือได้ เป็นการดีกว่าที่เขาจะปกป้องพวกเขาด้วยนักศิลปะการต่อสู้หลายร้อยคนเหล่านี้
“อืม” สื่อจิ้นรู้ดีว่าทหารของพวกเขาเหล่านี้รั้งอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ดีไม่ดีอาจจะทำให้บาดเจ็บล้มตายมากขึ้น เขาจึงต้องส่งพวกเขาขึ้นไป
เขตเหมืองแร่นี้มีทหารเหลือประมาณ 300 คนพอดี กระสวยอวกาศดัดแปลงจำนวน 6 ลำสามารถส่งพวกเขาทั้งหมดขึ้นไปพร้อมกันได้
ในขณะที่สื่อจิ้นกำลังเตรียมการ ลู่เฉินก็ให้พวกนักศิลปะการต่อสู้ประจำการอยู่ข้างนอก เขาพาเสี่ยวจิงและหลินตงเข้าไปในกระสวยอวกาศของสื่อจิ้้น
เขากำลังจะตรวจสอบด้วยตัวเองว่าเกิดขึ้นอะไรขึ้นกันแน่
ก่อนหน้านี้พวกเขาอยู่บนยานอวกาศซี-หวั้งและได้ยินนักวิทยาศาสตร์ที่นี่อธิบายถึงปัญหาข้อผิดพลาดระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงของกระสวยอวกาศ พวกเขาไม่ได้เห็นมันด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงยากที่จะวินิจฉัย
ลู่เฉินเป็นคนถอดรหัสระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วง เขาเปิดอินเทอร์เฟซ ป้อนรหัสผ่านและเข้าไปในห้องควบคุมกลางของระบบด้วยความรวดเร็ว
เมื่อเปิดห้องควบคุมกลาง ลู่เฉินเริ่มตรวจสอบทีละโปรแกรมอย่างละเอียด
คำสั่งโปรแกรมของระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงซับซ้อนมาก บ่อยครั้งที่โปรแกรมขนาดเล็กมีฟังก์ชันมากกว่าสิบฟังก์ชัน ปริมาณงานวิศวกรรมค่อนข้างมาก
“ให้ตายเถอะ ที่แท้ตัวต้านทานมีปัญหา!” หลังจากตรวจสอบมาสองชั่วโมงกว่า ในที่สุดลู่เฉินก็พบปัญหาที่เกิดขึ้น
เนื่องจากระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเท่านั้น ระบบก็จะสร้างแรงต้านแรงโน้มถ่วงหรือแรงโน้มถ่วงจำลองที่สอดคล้องกัน
หากในเวลานี้มีเหตุผลเฉพาะในการเพิ่มตัวต้านทานสายส่งวงจรคู่บนกระสวยอวกาศ หรือสนามแม่เหล็กบางประเภทที่มีผลต่อการเกิดแรงดันไฟฟ้า ระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงจะล้มเหลวหรืออ่อนตัวลง
ระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงบนกระสวยอวกาศไม่ได้รับความเสียหาย มันทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถสร้างพลังต่อต้านแรงโน้มถ่วงและทำให้กระสวยอวกาศลอยได้ นี่น่าจะเป็นเหตุผลเดียว
“ดูเหมือนว่าสาเหตุใหญ่ที่สุดก็คือสนามแม่เหล็กไฟฟ้าบนดาวอังคาร โชคดีที่กระสวยอวกาศลงจอดบนดาวอังคารก่อนที่จะไม่แสดงผล เพราะไม่อย่างงั้นเกรงว่าจะมีผู้บาดเจ็บมากกว่านี้” ลู่เฉินพูดกับตัวเอง
“พี่เฉิน สัตว์ประหลาดตัวน้อยเริ่มมากขึ้นมาทุกทีแล้ว นักศิลปะการต่อสู้สละชีพไปหลายคนแล้ว”
ตอนนี้เสี่ยวจิงก็เดินเข้ามาบอกกล่าว
ลู่เฉินขมวดคิ้ว เขาดูเวลาได้สักพักก็พบว่ากระสวยอวกาศน่าจะเพิ่งขึ้นไปถึงยานอวกาศซี-หวั้ง เพราะฉะนั้นจึงยังต้องต่อสู้กันอีกสองชั่วโมงกว่า
นอกเสียจากว่าตอนนี้เขาสามารถแก้ปัญหาการรบกวนของสนามแม่เหล็กดาวอังคารได้