ภารกิจขโมยใจ ผจญภัยต่างโลก - ตอนที่ 15 เหมยเขียวครองคู่ม้าไม้ไผ่ (15)
พริบตาเดียวก็ใกล้ปิดเทอมแล้ว
เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของผู้คนมากจนเกินไป ตอนสอบปลายภาค ซูหว่านจึงทำคะแนนจากที่โหล่มาอยู่กลางตาราง นี่เป็นคะแนนที่ดีที่สุดในประวัติการเรียนของเธอแล้ว ซึ่งในงานประชุมผู้ปกครองเมื่อสิ้นสุดภาคเรียน เยี่ยคานฮวนยังยิ้มตาหยี ชมเชยซูหว่านกับหลิวลี่ที่มาร่วมงานประชุมผู้ปกครองด้วย
“ซูหว่านก้าวหน้าขึ้นมาก แน่นอนว่าความขยันในแต่ละวันของเธอ ต้องมีการกำกับดูแลของพ่อแม่ ควบคู่ไปด้วยอย่างแยกจากกันไม่ออก!”
ขณะฟังเยี่ยคานฮวนพูดอย่างมั่นใจบนโพเดียม แล้วมองดูท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสของหลิวลี่ ซูเสี่ยวหว่านแค่อยากบอกว่า เธอขยันมากจริงๆ ขยันมากทุกวัน ในการนอน
ปิดภาคเรียนฤดูหนาว เป็นครั้งแรกที่หลิวลี่ไม่ได้ให้ซูหว่านทำงานบ้าน แต่กลับถามเธอพลางยิ้มน้อยๆ ว่า จะลงทะเบียนเรียนพิเศษช่วงปิดเทอมหรือเปล่า
ซูหว่านย่อมสั่นศีรษะปฏิเสธทันควัน ให้ตายเถอะ การบ้านในชั้นเรียนเหล่านั้นก็ทำให้เธอพูดไม่ออกอยู่แล้ว ยังจะทะเยอทะยานเรียนพิเศษไปถึงไหนอีก
ปฏิเสธ ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด!
…..
ตารางเรียนในมัธยมปลายแน่นเอี้ยดเสมอมา หลังจากซูหว่านปิดเทอม เนื่องจากซูรุ่ยยุ่งอยู่กับตารางเรียนมาก จึงมาบ้านสกุลซูสองสามวันครั้ง ที่สุดแล้วปลายปี ซูรุ่ยถึงได้ปิดเทอมฤดูหนาว แต่ตอนนี้ ต่งย่วนย่วนกลับต้องการพาเขากลับบ้านสกุลต่งในเมืองหลวง
เพราะรู้ว่าตนยังต้องอยู่ในโลกใบนี้อีกสิบกว่าปีขึ้นไป ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ย่อมต้องเป็นไปอย่างกลมเกลียว ซูรุ่ยไม่อยากให้พ่อแม่ของเกาอวี่พบว่าลูกชายตัวเองผิดปกติ เขาจึงยังคงเก็บเสื้อผ้า และจองตั๋วเครื่องบินกลับเมืองหลวงอย่างว่านอนสอนง่าย
ก่อนออกจากเมืองซี ซูรุ่ยไปหาซูหว่านอีกครั้ง ครั้งนี้เขาซื้อของฝากมามากมาย แถมยังให้เงินค่าขนมทั้งหมดของตนกับซูหว่านด้วย เขากลัวจริงๆ ว่าหลิวลี่จะทำไม่ดีต่อซูหว่าน
พอได้เงินจากผู้ชายของตน และมองดูใบหน้าที่ไม่เต็มใจนักของซูรุ่ย ซูหว่านก็อดไม่ได้ที่จะจับมือเขาแกว่งไปมา “เดือนหนึ่งผ่านไปไวมาก เราต้องชินกับชีวิตในโลกใบนี้ให้ได้ ปีหน้าคุณก็ขึ้นม.หกแล้ว พอคุณเข้ามหาวิทยาลัย เราอาจต้องแยกกันอยู่ต่างเมือง แต่…เวลาสี่ปีก็ผ่านไปไวมาก จริงๆ นะ”
สี่ปี…
ซูรุ่ยไม่เคยคิดมาก่อนว่า ตนกับซูหว่านต้องแยกจากกัน ในโลกภารกิจเดียวกัน
ปีที่สอง การขึ้นชั้นม.หก ทำให้ซูรุ่ยมาบ้านสกุลซูน้อยลงเรื่อยๆ แต่เขาก็มักซื้อของมาให้ซูกั๋วเลี่ยงกับหลิวลี่ กระทั่งใช้เส้นสายครอบครัวตนเอง ค้นหาหน่วยงานที่ซูกั๋วเลี่ยงสังกัดอยู่ แล้วให้หัวหน้าหน่วยพิจารณาสกุลซูเป็นลำดับแรกในการจัดสรรที่อยู่อาศัยพนักงาน
ซึ่งครอบครัวของซูกั๋วเลี่ยงก็ได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ ในปีที่ซูรุ่ยสอบเข้ามหาวิทยาลัย
พอย้ายออกจากเรือนสี่ประสาน มาอยู่ในอาคารพักอาศัยของครอบครัวพนักงาน หลิวลี่ก็ยิ่งเชิดหน้าชูตา ตอนนี้ทัศนคติของเธอที่มีต่อซู่หว่านได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ชนิดร้อยแปดสิบองศา
ห้องชุดในอาคารพักอาศัยนี้ได้แต่ใดมา ในใจเธอชัดเจนดี ซูรุ่ยรู้สึกต่อซูหว่านอย่างไร ทั้งหมดอยู่ในสายตาเธอ การมีญาติที่มากความสามารถและร่ำรวยแบบนี้ เธอย่อมต้องจับไว้ให้มั่น อย่าว่าแต่ให้ซูหว่านเรียกเธอว่าแม่เลย ขอเพียงมีชีวิตที่มั่งคั่ง คุณให้หลิวลี่เรียกซูหว่านว่าแม่ เธอย่อมไม่อ้ำอึ้งแน่นอน
พอเห็นว่าครอบครัวของซูหว่านอยู่ห่างจากบ้านสกุลเซี่ยแล้ว ซูรุ่ยค่อยทำข้อสอบได้อย่างวางใจในที่สุด เขาเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงต้า ตามความต้องการของต่งย่วนย่วนและเกาเจี้ยน ถ้าวัดกันตามคะแนนสอบที่ผ่านมา เขาก็น่าจะสอบได้
ในงานเลี้ยงฉลองจบการศึกษา ซ่งหยางเอาแต่กอดซูรุ่ยไว้ไม่ปล่อยมือ น้ำหูน้ำตาไหลท่วมตัวซูรุ่ยไปหมด
ดีที่ยุคนี้ เหมือนยังไม่มีสาววาย ดังนั้นกับความรู้สึกอ่อนไหวของซ่งหยาง นักเรียนชายหญิงในชั้นเรียนจึงได้แต่ยิ้มอย่างเข้าใจ
มีเพียงซูรุ่ยที่รู้ว่าในใจของซ่งหยางคิดอะไรอยู่…
เมื่อลูกพี่ผู้สยบทั่วทิศจากไปแล้ว คุณจะให้คุณชายซ่งแสร้งทำเป็นเก่งต่ออย่างไรเล่า
“โตจนป่านนี้แล้ว ยังร้องไห้อยู่ได้ ก็แค่เมืองหลวงไม่ใช่เหรอ ถ้านายสอบไม่ได้ ก็ให้ทางบ้านจ่ายเงินค่าเรียนให้นายสิ! พอมาถึงเมืองหลวงแล้ว ก็คือเขตของพี่ พี่จะพานายไปเบ่งต่อ พานายไปเที่ยวเอง!”
ยากเอาการ กว่าที่ซูรุ่ยจะตบบ่าซ่งหยางด้วยสีหน้าภาคภูมิใจได้
ซ่งหยางนึก ‘จริงด้วย! ทำไมถึงนึกไม่ถึงนะ อืม ตามนี้ก็แล้วกัน!’
และแล้ว คำพูดประโยคนี้ของซูรุ่ย ก็ได้เปลี่ยนชะตากรรมทั้งหมดของตัวประกอบซ่งหยางในโลกใบนี้…
ตอนงานเลี้ยงเลิกรา หลายคนไม่อยากแยกย้าย โดยเฉพาะเพื่อนนักเรียนหญิงนับไม่ถ้วน ที่เดินเข้ามายัดจดหมายรักไว้ในอ้อมใจของซูรุ่ย
ซูรุ่ย…
แม่ทัพซูผู้ซึ่งรู้สึกมาโดยตลอดว่า ตนไม่มีใครตามจีบนั้น วันจบการศึกษากลับเก็บจดหมายรักได้มากมาย จนชักรู้สึกไม่ค่อยดีแล้ว
“เกาอวี่ ฉันชอบนาย!”
ไม่มีใครคิดว่า หญิงสาวผู้ดื่มจนเมามายคนหนึ่ง จะยืมฤทธิ์แอลกอฮอล์ สารภาพรักออกมาดังๆ คนอื่นๆ จึงพากันโห่ร้อง พลางรอดูปฏิกิริยาตอบกลับจากนักเรียนหัวกะทิ
ซึ่งจริงๆ แล้ว เกาอวี่ ชื่อนี้ คือตำนานของโรงเรียนมัธยมสือซาน!
เขาเรียนเก่ง ชาติตระกูลดี หน้าตาหล่อเหลา! นี่คือรูปแบบคลาสสิกของนักเรียนหัวกะทิ หล่อรวยดูดีมีระดับ!
นักเรียนชายทั้งหมดของโรงเรียนมัธยมสือซานรวมกันก็ยังมีออร่าไม่เท่าเกาอวี่คนเดียว และเนื่องจากเขาสูงส่งจนเกินไป สมบูรณ์แบบจนเกินไป จึงไม่มีหญิงสาวสักคนกล้าสารภาพรักต่อหน้าเขา ไม่มีใครกล้าจู่โจมใส่เทพบุตรผู้สูงส่งท่านนี้
ยังดีที่ตอนนี้จบการศึกษาแล้ว สามารถตะโกนความในใจบางอย่างออกมาดังๆ ได้เสียที
ท่ามกลางการรอคอยของทุกคน อีกประกายตาอันวิบวับของหญิงสาวผู้สารภาพรัก ซูรุ่ยก็ได้แต่ยิ้มบางๆ “ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วครับ”
เพล้ง
นี่คือเสียงแตกสลายของหัวใจนับไม่ถ้วน
“ฮึก”
นักเรียนหญิงที่กว่าจะรวบรวมความกล้าสารภาพรักออกมาได้ น้ำตาไหลพรากทันที เธอคิดไปเองว่าตนคือผู้หญิงที่สวยที่สุดในโรงเรียนมัธยมสือซานแล้ว เหตุใดเกาอวี่ถึงไม่ชอบตนล่ะ
ยังมีใครที่ดีกว่าตนอีกหรือ
“ฉันไม่เชื่อ”
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าหาซูรุ่ยพลางจ้องหน้าเขานิ่ง “นายปฏิเสธฉันได้ แต่อย่าใช้คำโกหกแบบนี้มาหลอกฉัน!”
เกาอวี่จะมีแฟนได้อย่างไรกัน ตอนอยู่ในโรงเรียนก็ไม่มีใครเคยเห็นเขาอิงแอบแนบชิดกับผู้หญิงคนไหนเลย คนเดียวที่มักอยู่ด้วยกันกับเขาก็คือซ่งหยาง ซึ่งตัวตลกปากมากอย่างซ่งหยาง ถ้าเกาอวี่มีแฟนแล้วจริงๆ เขาย่อมต้องป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้อย่างแน่นอน
ขณะมองดูแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อของนักเรียนหญิงที่อยู่ตรงหน้า ซูรุ่ยก็เบ้ปาก แล้วว่า “อืม หยาง คุณชื่อหยางหนิงใช่ไหม ถ้าคุณไม่เชื่อ พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปเจอเธอเอง!”
“ได้!”
พอได้ยินซูรุ่ยพูด หยางหนิงก็รับปากทันที เธอกลับอยากเห็นจริงๆ ว่า ดาวโรงเรียนคนไหนกันแน่ที่แย่งชายในดวงใจของเธอไป
“ฉันไปด้วย ฉันไปด้วย”
ซ่งหยางที่อยู่อีกด้านก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นตบบ่าซูรุ่ย “เกาอวี่ นายนี่มันแน่นักหรือไง มีแฟนแล้วกลับปิดซะมิดขนาดนี้ หรือฉันยังจะแย่งนายได้อีก”
……
วันรุ่งขึ้น ซูรุ่ยก็โทรศัพท์หาหยางหนิงอย่างจริงจัง แต่หยางหนิงซึ่งสร่างเมาแล้ว กลับนึกเสียใจไม่หายที่เมื่อวานตนออกตัวแรงไป ตอนรับสายซูรุ่ย เธอจึงอายมาก แต่พอนึกขึ้นได้ว่า จะได้เห็นแฟนของเกาอวี่ เธอก็กัดฟัน สุดท้ายยังคงตอบรับ!
พอหาชุดกระโปรงที่สวยที่สุดของตนเองเจอในห้อง หยางหนิงก็เข้าร้านเสริมสวยที่อยู่ชั้นล่าง เซตผมให้เป็นทรงโดยเฉพาะ ค่อยออกจากห้องด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ต่อให้ไม่สามารถทำให้เกาอวี่ชอบตนได้ อย่างน้อยตนจะขายหน้าต่อหน้าคู่ต่อสู้ไม่ได้เชียว!
เมื่อมาถึงสถานที่นัดหมาย อย่างแรกหยางหนิงก็เห็นร่างของซูรุ่ยกับซ่งหยาง
“เฮ้”
เธอโบกไม้โบกมือให้ทั้งสองคนอย่างเขินๆ พอเห็นหยางหนิงแต่งตัวสวยตามแฟชั่น ซ่งหยางก็ตาเป็นประกาย “ไม่นึกว่าดาวในชั้นเรียนของเราแต่งตัวขึ้นมาจะสวยขนาดนี้! เกาอวี่ นายรู้สึกเสียใจแล้วใช่ไหม”
ซูรุ่ยเหลือบตามองซ่งหยางแทนคำตอบ “ไปกันเถอะ!”
ว่าแล้วซูรุ่ยก็ก้าวไปข้างหน้าเองคนเดียว ไม่นานนักทั้งสามก็มาถึงหน้าประตูโรงเรียนประถมสือซาน ซึ่งตอนนี้ เป็นเวลาเลิกเรียนของเด็กนักเรียนพอดี
หยางหนิงยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียนอย่างงงๆ หรือแฟนของเกาอวี่เป็นครูสอนเด็กประถม