มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 100 กระบี่จวินหลิน ศิลามรดก
วิชาควบคุมกระบี่ คือเคล็ดวิชาที่ใช้พลังจิตควบคุมอาวุธกระบี่
ซูเฉินคิดว่า เหตุผลที่จวินจื่อหลิงสามารถได้รับสืบทอดวิชาควบคุมกระบี่ในแดนลับเขาอู่หลง ก็เพราะนางฝึกฝนวิชาควบคุมกระบี่มาแล้ว และวิชานี้เองคือกุญแจสำคัญในการไขประตูมรดก
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การจะดึงกระบี่โบราณเล่มนี้ออกมา คงไม่ใช่ใช้แรงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยพลังจิตควบคุมต่างหาก!
ซูเฉินขบคิดได้ก็ลงมือทันที เขาเรียกใช้วิชาควบคุมกระบี่ แสงเรืองรองฉายออกจากหว่างคิ้ว พลังจิตพวยพุ่งออกมาจากวิญญาณยุทธ์ ก่อตัวเป็นมือพลังจิตขนาดยักษ์ที่คว้าจับกระบี่เล่มนั้นไว้
หวืม!
กระบี่โบราณส่งเสียงครืนสะเทือน สั่นสะเทือนจนทั่วทั้งโพรงถ้ำดังก้อง
ต่อมา สนิมบนตัวกระบี่ก็เริ่มร่วงกราว แสงเจิดจ้าสาดกระจาย เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของกระบี่เทพเล่มหนึ่ง
ฟิ้วว!
กระบี่โบราณสะบัดตัวบินขึ้นมา ลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าซูเฉิน รัศมีโบราณแผ่ซ่านน่าเกรงขาม
ประตูทองสัมฤทธิ์เบื้องหน้าก็ค่อย ๆ เปิดออก!
โฮกกก!
จากหลังประตู พลังเจตน์กระบี่อันโบราณรุนแรงพวยพุ่งออกมา โหมกระหน่ำดั่งคลื่นมหาสมุทร ราวกับจะกวาดล้างสรรพสิ่งให้สิ้น
ซูเฉินจ้องมองด้วยสีหน้าขึงขัง เจตน์กระบี่ระดับนี้ ไม่ใช่ของผู้ใดก็ได้ เป็นไปได้ว่าเป็นเจตน์กระบี่ของนักบุญกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต
แม้แต่จวินจื่อหลิงกับจ้าวซวี่ที่พยายามต้านไว้เต็มที่ ใบหน้ายังซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด
หวืม!
กระบี่โบราณที่ลอยอยู่ตรงหน้าซูเฉินสั่นไหวอีกครั้ง เจตน์กระบี่ที่เกรี้ยวกราดพลันไหลรวมเข้าสู่กระบี่เล่มนั้นดั่งแม่น้ำทั้งสายหลั่งไหลกลับคืนสู่ต้นกำเนิด ทุกอย่างจึงกลับคืนสู่ความสงบ
ณ ขณะนั้นเอง ซูเฉินก็เห็นคำสองคำที่ปรากฏอยู่บนกระบี่
“จวิน หลิน”
“นี่มัน…กระบี่จวินหลิน?!”
หัวใจซูเฉินสั่นไหว ความตื่นตระหนกฉายชัดในดวงตา
เขาหันไปมองจวินจื่อหลิงโดยไม่รู้ตัว
ในชาติก่อน จวินจื่อหลิงได้รับสืบทอดวิชากระบี่สูงสุดจากแดนลับเขาอู่หลง และต่อมาได้กลายเป็นจักรพรรดิกระบี่ ครอบครองกระบี่เทพไร้เทียมทานในตำนานเล่มหนึ่ง กระบี่จวินหลิน!
กระบี่นี้สาดประกายเรืองรองในมือของจวินจื่อหลิง แม้แต่วิญญาณอาวุธของจักรพรรดิยังมิอาจเทียบเท่า เป็นหนึ่งในศาสตราศักดิ์สิทธิ์โดยแท้!
และบัดนี้ กระบี่จวินหลินกลับมาตกอยู่ในมือของซูเฉิน
ตั้งแต่ตอนที่เขาใช้วิชาควบคุมกระบี่ กระบี่จวินหลินก็ยอมรับตราประทับของเขาโดยสมบูรณ์ เขาคือเจ้านายคนใหม่ของกระบี่นี้แล้ว!
ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่มีศักยภาพจะเติบโตสู่ระดับเทพ!
“ควบคุมกระบี่ด้วยจิต? ซูเฉิน พลังเจตน์กระบี่ที่นี่รุนแรงนัก หรือว่าจะมีมรดกของยอดฝีมือกระบี่ซ่อนอยู่? เรารีบเข้าไปดูข้างในกันเถอะ!”
จวินจื่อหลิงตื่นเต้นเต็มที่ นางมองประตูทองสัมฤทธิ์ที่เปิดอยู่ด้วยแววตาลุกวาว
“ไปกันเถอะ” ซูเฉินพยักหน้า
ทั้งสองก้าวเข้าสู่ประตูทองสัมฤทธิ์ไปพร้อมกัน
จ้าวซวี่มองทั้งสองด้วยแววตาสลับซับซ้อน แม้เขาจะรอดชีวิตแล้วและมีโอกาสจะหนีไป แต่เมื่อมองประตูตรงหน้า เขาก็รู้สึกเสียดายอยู่ลึก ๆ สุดท้ายจึงกัดฟันเดินตามเข้าไป
ด้านในคือวิหารใต้ดินอันเก่าแก่
คล้ายกับว่าไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามาเป็นเวลานับพันปี บรรยากาศเงียบสงบแฝงกลิ่นอายแห่งกาลเวลาที่ผันผ่าน
แต่ทว่า ซูเฉินและจวินจื่อหลิงกลับรู้สึกถึงแรงกดดันแปลกประหลาดบางอย่าง
เบื้องหน้าคือแท่นบูชาโบราณ
บนแท่นนั้นมีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ในชุดม่วงทอง ใบหน้าเย็นชาทระนง ดวงตาคมวาวราวสายฟ้า มือถือฝักกระบี่ไว้แน่น
แต่…ตรงกลางหน้าผากของเขากลับมีลูกศรสีดำเสียบฝังอยู่ เห็นได้ชัดว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว
“ร่างกายศักดิ์สิทธิ์ไม่เน่าเปลื่อยถึงพันปี สมแล้วที่เป็นนักบุญยุทธ์!”
ซูเฉินกล่าวเสียงเรียบ
ชายผู้นั้นดูเหมือนยังมีชีวิตอยู่ ทว่าไร้ซึ่งลมหายใจ พลังวิญญาณเลือนหาย รูตรงกลางหน้าผากคือหลักฐานว่าแม้แต่วิญญาณยุทธ์ของเขาก็ถูกทำลายจนสิ้น
แต่แรงกดดันอันยิ่งใหญ่จากเส้นทางศักดิ์สิทธิ์ยังคงกดทับทุกผู้คนในที่นี้
ทว่าซูเฉินกลับมีลางสังหรณ์ว่า นักบุญยุทธ์ตรงหน้า…อาจมิใช่นักบุญมังกรเพลิง
“ในแดนลับเขาอู่หลงนี้…นอกจากนักบุญมังกรเพลิง ยังมีนักบุญยุทธ์อีกผู้หนึ่งงั้นหรือ?”
หัวใจซูเฉินสั่นสะท้าน
เดิมเขาคิดว่าจวินจื่อหลิงได้รับสืบทอดวิชากระบี่จากนักบุญมังกรเพลิง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า…เขาเข้าใจผิดแล้ว
เพราะในแดนลับนี้ มีนักบุญยุทธ์อยู่ถึงสองคน!
“นั่นมัน…ศิลามรดก?!”
ในตอนนั้นเอง จ้าวซวี่อุทานขึ้น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความลิงโลด
ซูเฉินกับจวินจื่อหลิงมองตามสายตาเขาไป เห็นว่าสิ่งของสองชิ้นถูกวางอยู่หน้าศพนักบุญยุทธ์
หินสีดำสนิทหนึ่งก้อน เต็มไปด้วยลวดลายประหลาด ดูคล้ายหัวใจ
และ…แผ่นเหล็กดำสนิมกรังหนึ่งแผ่น
ดวงตาจ้าวซวี่จับจ้องหินสีดำด้วยความคลั่งไคล้ นั่นคือศิลามรดกที่นักบุญยุทธ์ทิ้งไว้!
ทว่า ในขณะที่สายตาซูเฉินกวาดผ่านศิลาดำ เขากลับสะดุดกับแผ่นเหล็กดำสนิมนั้น
“หรือว่าจะเป็น…”
ดวงตาซูเฉินส่องประกายเรืองรอง หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นทันใด
คัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้า!
คำสี่คำผุดขึ้นในใจเขาทันที