มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 13
“ซูเฉิน เจ้าช่างอวดดีนัก!”
เสียงตะโกนอันเดือดดาลดังขึ้น
ซูหยวนจางนำผู้ติดตามกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามาในลานอย่างโกรธเกรี้ยว
“ท่านอา! ช่วยข้าด้วย! ฆ่าซูเฉิน ฆ่าขยะคนนี้ซะ…”
เมื่อซูเม่ยเห็นซูหยวนจางมาถึง ก็ราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต นางตะโกนขึ้นด้วยแววตาเคียดแค้นเต็มเปี่ยม
“ซูเฉิน เจ้ากล้าทำร้ายคนในตระกูลงั้นหรือ? เช่นนี้แล้ว ต่อให้ข้าไม่ลงมือ เจ้าก็ไม่รอดแน่!”
ใบหน้าซูหยวนจางมืดมน แววตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
เขารู้ดีว่าตนได้ส่งสัญญาณให้สวี่กังจากหมู่บ้านเมฆาดำไปจัดการซูเฉินที่เขาโบราณจันทร์แล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าซูเฉินจะกลับมารอดปลอดภัย
หรือว่าสวี่กังผู้บ่มเพาะขอบเขตชำระลมปราณขั้นเก้าจะแพ้ซูเฉิน?
ซูหยวนจางรู้สึกหวาดหวั่นในใจ เจตนาฆ่าในแววตายิ่งรุนแรงขึ้น
“ทำร้ายคนในตระกูล? หรือเจ้าเป็นคนสั่งซูเม่ยให้ทำ? ใครกล้าแตะต้องน้องสาวข้า ข้าจะฆ่ามัน! รวมถึงเจ้าด้วย ซูหยวนจาง!”
ซูเฉินหัวเราะเยาะ
ครืน!
ทันใดนั้นเขาเตะเข้าท้องของซูเม่ยอย่างรุนแรง ส่งนางลอยปลิวไปกระแทกอยู่ตรงหน้าซูหยวนจาง
ซูเม่ยกรีดร้อง เลือดพุ่งจากปาก ก่อนจะหมดสติไป
“ซูเฉิน เจ้าหาที่ตายเอง! พวกเจ้า จับซูเฉินไว้ ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย!”
ซูหยวนจางคำรามสั่งทันที
บรรดาผู้ติดตามต่างเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตชำระลมปราณระดับสูง ล้วนเป็นยอดฝีมือตระกูลซู เมื่อเห็นซูเฉินแข็งกร้าวนัก ต่างมุ่งหวังจะฆ่าเขาให้สิ้น
“ดีมาก เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าฆ่าคนไม่เลือก!”
ในแววตาซูเฉินเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอันเลือดเย็น
เขาไม่เห็นพวกยอดฝีมือตระกูลซูเหล่านี้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย รวมถึงซูหยวนจางด้วย
เมื่อเห็นความไร้ยางอายของตระกูลซู ซูเฉินก็มิอาจอดทนได้อีกต่อไป
ครืน!
เสียงอันทรงพลังกระแทกเข้าใส่พวกองครักษ์ของซูหยวนจาง ลอยปลิวไปคนละทิศ
ร่างชายชราผู้หนึ่งในชุดดำ รูปร่างผอมบางปรากฏขึ้นในลาน
“อาอิง? ท่านมาขัดข้าเพื่ออะไร? ซูเฉินฆ่าคนในตระกูล สมควรตาย!”
ใบหน้าซูหยวนจางเปลี่ยนสีทันทีเมื่อเห็นผู้มา
ชายชรา ‘อาอิง’ คือผู้ติดตามของซูไคซาน หัวหน้าตระกูลซู เขาเป็นผู้ภักดีและแข็งแกร่งอย่างลึกล้ำ เป็นที่คาดกันว่าอาจอยู่ในระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตแก่นแท้พลัง!
นับว่าเป็นตัวแทนของซูไคซานโดยปริยาย เหล่าผู้อาวุโสต่างเกรงใจเขานัก
“ท่านผู้นำตระกูลมีคำสั่ง พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบ 80 ปีของท่าน ห้ามทุกคนก่อความวุ่นวาย! เรื่องของซูเฉิน จะจัดการหลังวันเกิด”
อาอิงกล่าวเสียงเรียบ
“เข้าใจแล้ว!”
แม้ซูหยวนจางไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องพยักหน้ารับคำ
“ซูเฉิน ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าอีกไม่กี่วันเท่านั้น!”
เขาเหลือบมองซูเฉินอย่างเคียดแค้น ก่อนหันหลังกลับ
“ครึ่งก้าวสู่ขอบเขตแก่นแท้พลัง? เช่นนั้นปู่เลี้ยงของข้าคงทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนั้นแล้ว!”
ซูเฉินมองอาอิงด้วยรอยยิ้ม
ในชาติที่แล้ว ปู่ของเขา ซูไคซาน ปรากฏตัวในช่วงเวลาเดียวกัน และในวันเกิด 80 ปี ก็ประกาศบรรลุขอบเขตแก่นแท้พลัง เสริมบารมีตระกูลซูให้สูงส่ง
“ซูเฉิน ท่านผู้นำตระกูลให้เจ้าสงบสติอารมณ์เสียบ้าง แม้เจ้าจะกลายเป็นคนไร้พลัง แต่เขายังสามารถคุ้มครองชีวิตเจ้าได้ หากดื้อดึงอีก ผลลัพธ์เจ้าคงไม่อยากเจอ!”
อาอิงกล่าวเตือนด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะหายวับไป
“พี่ใหญ่! ท่านปู่กลับจากการปิดด่านแล้ว! เขารักพี่ที่สุด พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของท่าน ข้าซื้อพระหยกองค์นี้ให้เขา ฝากพี่มอบให้ และขอให้เขารักษาอาการบาดเจ็บให้พี่ เขาต้องยินดีแน่นอน!”
ซูหลิงเอ๋อร์พูดด้วยความหวังและตื่นเต้น
ซูเฉินรู้สึกอบอุ่นใจนัก
“อืม ขอบใจหลิงเอ๋อร์มาก พระหยกนี้งดงามยิ่ง! พรุ่งนี้วันเกิดปู่ ข้าจะมอบของขว้าอันพิเศษให้เขา…”
ในใจเขาเปล่งประกายเจตนาบางอย่าง
ซูไคซาน ปู่ของเขา เคยไล่เขา มารดา และน้องสาวออกจากตระกูล เพียงเพราะบิดาของเขาไม่ใช่บุตรแท้ แต่เป็นบุตรบุญธรรม
เมื่อครั้งเขายังมีพรสวรรค์ ก็ได้รับความรักจากอีกฝ่าย แต่เมื่อกลายเป็นคนไร้พลัง น้ำใจนั้นก็หมดสิ้น
วันเกิดปีนี้ เขาจะมอบของขว้าชิ้นพิเศษให้ซูไคซาน!
“พี่ใหญ่ ข้าจะไปบอกท่านแม่ก่อน นางต้องดีใจแน่นอน!”
ซูหลิงเอ๋อร์ยิ้มแจ่มใสวิ่งจากไป
ซูเฉินนำพระหยกกลับห้อง
“หวังว่าจะเป็นอย่างที่คิด…”
เขากล่าวเบา ๆ ก่อนปล่อยพลังปราณจากฝ่ามือ ฟันลงบนพระหยกทันที
แกร๊ก!
พระหยกแตกร้าว แสงห้าสีเจิดจ้าเปล่งออกมาอย่างรุนแรง พุ่งสว่างไปทั่วห้อง!