มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 135
หอเฟิงอวี่เป็นชื่อที่คนในแคว้นโดยรอบอาณาจักรต้าหลี่ต่างได้ยินแล้วต้องขนลุก
องค์กรนักฆ่าแห่งนี้มีความลึกลับอย่างยิ่ง ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วสำนักงานใหญ่ของมันอยู่ที่ใด ทำให้ดำรงอยู่เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้
หอเฟิงอวี่รับเงินจากผู้คนเพื่อสะสางปัญหาแทน และธุรกิจของพวกมันก็คือการสังหาร! จะนึกภาพไม่ออกเลยว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกมันสะสมทรัพย์สมบัติมหาศาลเพียงใดในคลังสมบัติ!
ซูเฉินไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ข้อมูลของคลังสมบัตินี้จากปากผู้อาวุโสอ้วนผู้นั้น
“คุณชายซู ข้าน้อยนาม หลิวฟู่กุ้ย เป็นผู้อาวุโสประจำหอเฟิงอวี่ มีหน้าที่ดูแลคลังสมบัติ น้องสาวของข้าเป็นอนุภรรยาของเจ้าหอ! ทรัพย์บางส่วนของหอเฟิงอวี่อยู่กับเจ้าหอ แต่อีกส่วนถูกเก็บไว้ในห้องลับใต้ดินของสำนักงานใหญ่…”
หลิวฟู่กุ้ยนำนำทางซูเฉินลึกเข้าไปยังส่วนกลางของหอเฟิงอวี่ พร้อมกับกล่าวอธิบายอย่างประจบสอพลอ
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงห้องโถงกลาง ที่ใจกลางห้องมีเนินหินเทียมตั้งอยู่ ดูแปลกตา หลิวฟู่กุ้ยเปิดกลไกที่ซ่อนไว้ หินเทียมค่อย ๆ ขยับเปิดเผยทางเดินลับลงใต้ดิน
“ลงไปก่อน!” ซูเฉินเอ่ยเรียบ ๆ
“คุณชายวางใจ ข้าน้อยรู้ตำแหน่งกับดักทั้งหมด ไม่กล้าคิดร้ายแม้แต่น้อย! ขอเชิญท่านตามมา!”
หลิวฟู่กุ้ยยิ้มแหย ๆ ก่อนเดินนำลงไปอย่างไม่รีรอ เพื่อแสดงความภักดี
ซูเฉินเดินตามไปโดยไม่พบกับดักหรือกลไกใด ๆ จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าประตูเหล็กดำบานหนึ่ง
“คุณชายซู ที่นี่คือคลังสมบัติ! เพียงแต่หากข้าเปิดมันขึ้นมา เจ้าหอคงรู้ตัวทันที ท่านควรเร่งมือให้ไว!”
หลิวฟู่กุ้ยพูดด้วยสีหน้าลังเล พลางหยิบกุญแจออกมา
“เจ้าหอจะรู้ตัว? ดีเลย! เปิดเถอะ ตอนนี้เขากำลังไล่ล่าข้าอยู่ คงไม่กลับมาทันเวลาแน่!”
ดวงตาซูเฉินเปล่งประกาย กล่าวอย่างไม่แยแส
คลังสมบัติเป็นพื้นที่สำคัญแน่นอนว่าเจ้าหอต้องลงยันต์หรือวางค่ายกลไว้ หากถูกเปิดต้องมีสัญญาณแจ้งเตือนแน่
แต่ถึงเจ้าหอจะรู้ ซูเฉินก็หาได้หวั่นไม่ ตรงกันข้าม เขาอยากเห็นสีหน้าเจ้าหอในยามที่กลับมาพบว่าหอของตนถูกทำลายย่อยยับ คลังสมบัติก็ถูกกวาดเรียบ!
“ขอรับ!”
หลิวฟู่กุ้ยตอบรับอย่างเคารพ จากนั้นเสียบกุญแจไขประตูเหล็กดำ
โฮ่ก!
พลังวิญญาณอันเข้มข้นแผ่ออกมาแน่นหนาดุจสายหมอก ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นในทุกอณู
ซูเฉินก้าวเข้าสู่ภายในคลังสมบัติ
ภายในเป็นห้องโถงใต้ดินขนาดมหึมา ผนังสองฝั่งวางชั้นหนังสือเรียงราย พื้นด้านล่างเต็มไปด้วยหีบสมบัตินานาชนิด
แต่สิ่งที่สะดุดตาซูเฉินที่สุดคือบ่อน้ำศูนย์กลางห้อง!
สายน้ำสีใสไหลเอื่อยอยู่ในสระโบราณ กลิ่นอายวิญญาณแผ่ซ่านจากสระน้ำทั่วทั้งคลังสมบัติ
“เป็น…บ่อน้ำวิญญาณ? หอเฟิงอวี่โชคดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!”
หัวใจซูเฉินเต้นแรง ดวงตาทอแววตกตะลึง
บ่อน้ำวิญญาณคือตำแหน่งที่พลังฟ้าดินหลอมรวม ต้องใช้เวลานับหมื่นปีจึงจะก่อตัวได้ หนึ่งหยดของน้ำวิญญาณนั้นเทียบเท่าศิลาแก่นวิญญาณชั้นสูง อีกทั้งยังบริสุทธิ์กว่า ช่วยล้างไขกระดูก เปลี่ยนสภาพกายา
น้ำในบ่อเบื้องหน้า…มีไม่น้อยกว่าหลายแสนหยด!
รวยเละ!
ซูเฉินเข้าใจทันทีว่าทำไมตอนเจอเจ้าหอถึงรู้สึกถึงภัยคุกคาม ที่แท้เจ้าหอก็ยึดบ่อนี้ไว้ฝึกฝนจึงทำให้พลังพุ่งทะยานขนาดนั้น
แต่ตอนนี้…สมบัติทั้งหมดตกอยู่ในมือเขาแล้ว!
“คุณชายซู สมบัติในหอนี้คือศิลาวิญญาณที่สะสมมาหลายปี สมุนไพรล้ำค่า วัตถุดิบสร้างอาวุธ ยารักษา และโอสถบ่มพลัง…”
หลิวฟู่กุ้ยพูดพลางแนะนำไปทั่ว เหมือนจดจำคลังนี้ได้ทุกซอกทุกมุม
จากนั้นเขาหันมามองซูเฉินด้วยแววตาหวั่นเกรง “ข้าน้อยนำท่านมาถึงคลังสมบัติแล้ว…ท่านเคยสัญญาจะไว้ชีวิตข้าน้อย…”
“วางใจ ข้าไม่ฆ่าเจ้า!”
ซูเฉินตอบเรียบ ๆ พลันฟาดสันมือใส่ต้นคอหลิวฟู่กุ้ย จนอีกฝ่ายสลบเหมือด
“ข้าไม่ฆ่า แต่จะรอดหรือไม่…ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าเอง!”
ซูเฉินพึมพำ ก่อนจะเปิดพื้นที่เก็บของภายในเตาหลอมฟ้าดินแล้วดูดกลืนสมบัติทั้งหมดเข้าไปอย่างรวดเร็ว
หากเป็นแต่ก่อน เขาคงไม่สามารถขนสมบัติมหาศาลนี้ได้ เพราะแหวนเก็บของมีขีดจำกัด
แต่หลังจากเตาหลอมฟ้าดิน ก็เปิดพื้นที่ว่างปริศนาในภายใน รองรับสิ่งของได้มากมายมหาศาล
แม้แต่บ่อน้ำวิญญาณตรงกลางก็ถูกซูเฉินดูดเข้าไปในเตาหลอมเรียบร้อย
ฮึ่มมมม…
หลังจากเก็บน้ำวิญญาณเสร็จ ซูเฉินก็คว้ากระบี่จวินหลิงขุดพื้นลงไปลึกยิ่งกว่าเดิม สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้า…คือก้อนหินห้าสีที่ส่องแสงระยิบระยับ
“กะ…แก่นแท้วิญญาณ! แถมยังเป็นแบบห้าสีอันหายากยิ่ง!”
แววตาซูเฉินเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
แก่นแท้วิญญาณคือรากฐานของบ่อน้ำวิญญาณ มันดูดซับพลังฟ้าดิน ก่อเกิดเป็นบ่อน้ำวิเศษ ใช้กลั่นโอสถขั้นสูงหรือแม้แต่โอสถจักรพรรดิได้!
นี่แหละคือสมบัติที่ซูเฉินให้ค่ามากที่สุด
“หากมีแก่นแท้วิญญาณนี้ ไม่นานข้าต้องทะลวงสู่ระดับจ้าวยุทธ์ได้แน่นอน!”
ซูเฉินพึมพำด้วยแววตาแน่วแน่
เมื่อเก็บกวาดคลังสมบัติของหอเฟิงอวี่เสร็จเรียบร้อย เขาก็ลอบจากไปภายใต้เงามืดของยามค่ำคืน มุ่งหน้ากลับสู่นครตงไห่อย่างเงียบเชียบ!