มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 141
กระบวนท่าแรกของคัมภีร์กระบี่ฉิงหยุนทะยานสู่เวหา!
กระบี่ของจวินจื่อหลิงเปล่งประกายดั่งแสงฟ้า ทะลุเวหาจนคล้ายกลืนกินอากาศรอบตัวไปจนหมดพลังกระบี่สีฟ้าดั่งเมฆครามห่อหุ้มท้องนภา ก่อนจะพุ่งลงมาอย่างรุนแรง!
“หึ กล้าดีนัก!”
แววตาของหยางซาฉายแสงเยียบเย็นอย่างฉับพลัน เขาไม่คิดเลยว่าจะมีผู้ใดกล้าบุกโจมตีตนถึงนครเฟิงหลาง!
ตูม!
หอกฟางเทียนฮวาจี ในมือของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แผ่จิตสังหารคมกริบออกมาจนทั่วทั้งเวหา พลังของมันรุนแรงดั่งจะผ่าเขาแยกฟ้าจากนั้นเขาก็สะบัดหอกพุ่งเข้าปะทะกับแสงกระบี่ของจวินจื่อหลิงอย่างรุนแรง!
พลังกระบี่กับแสงหอกปะทะกันกลางอากาศท้องฟ้าเกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ปานประหนึ่งฟ้าคำรามดินสะเทือน
แม้พลังของจวินจื่อหลิงจะเฉียบคมดั่งกระบี่ลับแต่ก็ยังไม่อาจต้านรับอานุภาพของหอกฟางเทียนฮวาจีได้ถูกทำลายลงในพริบตา!
แรงปะทะมหาศาลส่งร่างของจวินจื่อหลิงลอยกระเด็นออกไปไกลนับร้อยจั้ง เลือดในร่างพลุ่งพล่านจนแทบกระอัก ก่อนจะฝืนยืนทรงตัวได้อีกครั้ง
“แข็งแกร่ง…ยิ่งนัก!”
ดวงตาของจวินจื่อหลิงฉายแววเคร่งเครียด
แต่ในขณะที่นางบาดเจ็บหนักเช่นนี้ หยางซาที่อยู่เบื้องหน้า ยังคงนั่งอยู่บนยอดกำแพงนครเฟิงหลางอย่างมั่นคง ไม่แม้แต่จะขยับแม้แต่ก้าวเดียว!
ในแววตาของเขายังคงเต็มไปด้วย ความเย่อหยิ่งและเย็นชาสุดขั้ว!
จวินจื่อหลิงรู้ในใจอย่างชัดเจนนางมิใช่คู่ต่อสู้ของหยางซาเลยแม้แต่น้อย!
“จับนางมา!”
หยางซาชี้ไปยังจวินจื่อหลิง พร้อมกล่าวเสียงเย็น
ดูเหมือนเขาไม่ได้สนใจแม้แต่ว่าจวินจื่อหลิงคือใคร หรือเหตุใดถึงกล้ามาโจมตีเขาตราบใดที่จับตัวนางได้ ทุกอย่างก็จะกระจ่าง
เขามั่นใจในตนเองอย่างเต็มเปี่ยม!
ฟุ่บ!
ฟุ่บ!
ฟุ่บ!
ทันทีที่หยางซาออกคำสั่ง เหล่านักรบในชุดเกราะดำสายตาดุดันหลายคนก็พุ่งทะยานออกจากด้านหลังเขาแต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือในขอบเขตขุนนางยุทธ์ล้วนเป็นผู้ติดตามที่ร่วมออกศึกกับหยางซามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน!
ต่อให้ศัตรูเป็นเทพเซียนตราบใดที่หยางซาสั่งให้สังหารพวกเขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย!
“ฆ่า!”
จวินจื่อหลิงตะโกนก้อง พร้อมพุ่งทะยานขึ้นกลางเวหา
กระบี่ในมือเปล่งแสงเจิดจ้าเฉียบคมภายในชั่วพริบตาแสงกระบี่นับไม่ถ้วนก็กลายเป็นคลื่นพลังเหนือศีรษะ
“ค่ายกลกระบี่หมื่นสังหาร!”
นางชี้ปลายนิ้วขึ้นฟ้าพลันแสงกระบี่นับไม่ถ้วนพวยพุ่งราวกับแม่น้ำที่ไหลย้อนจากนภาแทงทะลวงเข้าใส่เหล่านักรบชุดเกราะดำในแนววิถีประหลาดจนยากจะหลบเลี่ยง!
นี่คือกระบวนท่าที่สองของคัมภีร์กระบี่ฉิงหยุน! ใช้กระบี่ฉิงหยุนอันล้ำเลิศควบแน่นพลังสร้างค่ายกลกระบี่ดุจจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่ ขังทุกสิ่งทำลายทุกสรรพชีวิต!
เฉ้ง!
เฉ้ง!
เฉ้ง!
ประกายกระบี่ฟาดปะทะกับอาวุธ พลังศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งไม่หยุด
เหล่านักรบขุนนางยุทธ์แม้จะทรงพลังแต่เมื่อสัมผัสได้ถึง จิตสังหารที่พวยพุ่งจากแสงกระบี่เหล่านั้น ก็เข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่วิชาธรรมดา! จึงเร่งสำแดงเคล็ดวิชายุทธ์ ใช้อาวุธต้านรับอย่างเต็มกำลัง!
ทว่า…สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องตะลึงก็คือแสงกระบี่ราวกับไร้ที่สิ้นสุด! และพลังของมันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งสุดท้าย มันทะลวงแม้กระทั่งการป้องกันของพวกเขา!
ฉัวะ!
สายลมเต็มไปด้วยกลิ่นโลหิตศีรษะของหนึ่งในนักรบขุนนางยุทธ์ถูกฟันกระเด็นขึ้นกลางอากาศ!
กระบี่สายแล้วสายเล่าร่วงลงจากฟ้าเหล่านักรบไม่อาจต้านทานกระบี่ที่มาจากทุกทิศทุกทางได้เลยบางคนถูกฟันคิ้วทะลุ สมองทะลักบางคนถูกแทงทะลุหัวใจ หรือไม่ก็หัวหลุดร่วงล้วนสิ้นชีพด้วยน้ำมือของจวินจื่อหลิง!
“หยางซา! เจ้าอ๋องจ้านเป่ยแห่งต้าหลิน! เจ้าคงทำได้แต่หดหัวอยู่ในกระดองสินะถึงไม่กล้าออกมาเผชิญหน้ากับข้าด้วยตนเอง?!?! ส่งเศษสวะพวกนี้มาตายแทนงั้นรึ? ต่อให้มากี่คน ข้าก็ฆ่าหมด!”
จวินจื่อหลิงจ้องหยางซาเขม็ง พลางแสยะยิ้มเยาะ
“กล้าดีนัก! ข้ารู้ว่าเจ้าจงใจยั่วยุข้า…แต่ก็ช่างเถอะ เจ้าทำสำเร็จแล้ว!”
ดวงตาของหยางซาวาวโรจน์ด้วยความเยียบเย็น
ตูม!
ฝ่าเท้าของเขากระแทกพื้นอย่างรุนแรงแผ่นดินของนครเฟิงหลางสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวแม้แต่ห้วงอากาศก็สั่นสะเทือนจนเกิดเสียงคำรามขึ้น!
จากนั้น เขายก หอกฟางเทียนฮวาจี ขึ้น แสงทองเจิดจ้าราวเทพเจ้าร่างพุ่งทะยานลงจากยอดกำแพงเข้าใส่จวินจื่อหลิงด้วยความเร็วเหนือสายตา!
หอกนี้…มีพลังสะท้านฟ้าทลายดิน!
ฟุ่บ!
จวินจื่อหลิงเหยียบบนกระบี่บิน ใช้เคล็ดวิชาควบคุมกระบี่ถอยร่นอย่างฉับไวแววตาเต็มไปด้วยความตึงเครียดถึงขีดสุด
เพียงแค่พลังของหอกที่แผ่ออกมาก็ทำให้นางรู้สึกถึงภัยร้ายแรงถึงชีวิต! พลังสังหารนั้นบ้าคลั่ง รุนแรง เฉียบคมสุดขีดแค่หอกเดียวแม้แต่ราชายุทธ์ยังอาจสิ้นชีพ!
ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว! นางต้องฝืนปะทะอีกครั้งด้วยกระบวนท่าฉิงหยุนอีกหนึ่งระลอก!
เปรี้ยง!
แสงกระบี่ระเบิดกลางฟ้า แต่หอกฟางเทียนฮวาจีแทงทะลุทุกสิ่งแหวกพลังทะยานของกระบี่ฉิงหยุนราวกับฉีกกระดาษส่งร่างของจวินจื่อหลิงปลิวกระเด็นอีกครั้ง!
“อึก...!”
ร่างของจวินจื่อหลิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรงโลหิตพุ่งออกจากปากทันที ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ
นางได้รับบาดเจ็บสาหัส!
แม้จะได้รับสืบทอดเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งขอบเขตนักบุญยุทธ์แม้จะครอบครองคัมภีร์กระบี่ฉิงหยุนแต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังโจมตีอันรุนแรงของหยางซาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!
ทว่าการปะทะครั้งนี้ กลับส่งให้นาง ร่วงลงสู่เขตค่ายกล ที่จ้าวซวี่วางไว้ในป่าทึบ!
“ไปช่วยพวกเขาให้เร็วที่สุด! ปล่อยเจ้านี่ไว้ให้ข้า!”
เสียงของจ้าวซวี่ดังขึ้นในโสตประสาทของนาง
โครมมม!
ผืนดินสั่นสะเทือน พลังศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ่านหมอกดำพวยพุ่งขึ้นราวกับสัตว์อสูรชั่วร้ายกำลังตื่นจากนิทราพลังอาฆาตหนาแน่นสาดกระเซ็นออกมา พุ่งเข้าใส่หยางซาอย่างรุนแรง!
“ระวังตัวด้วย!”
จวินจื่อหลิงเอ่ยเพียงคำสั้น ๆ ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นเวหาอีกครั้ง มุ่งตรงไปยังนครเฟิงหลาง
นางต้องรีบช่วยหลิวหันเยียนกับซูหลิงเอ๋อร์ให้เร็วที่สุด!
“ค่ายกลงั้นรึ? คิดจะลวงข้าด้วยกลมารพรรค์นี้? หึ เจ้า…หาเรื่องตาย!”
หยางซาชะงักไปชั่วขณะ แต่แล้วแววตาก็แปรเปลี่ยนเป็นเดือดดาลในทันที
ตูม!
หอกฟางเทียนฮวาจีในมือสะบัดออกอย่างรุนแรงพลังของมันราวกับจักรกลทำลายล้าง ฟันสัตว์อสูรเงามืดจากพลังอาฆาตกระจุยกระจายไร้ซึ่งสิ่งใดขวางขวางได้!
แต่บัดนี้ บรรยากาศโดยรอบกลับเปลี่ยนไปจิตสังหารในอากาศยิ่งเข้มข้นขึ้นราวกับจะรวมทุกสรรพสิ่งเข้ามา กลืนกินร่างของหยางซาให้จมสู่ความตาย!
“นี่คือ…ค่ายกลพันอสูรผนึกเทพ ไม่ใช่ค่ายกลสังหาร แต่เป็นค่ายกลสะกัดกั้น! ข้าขอดูหน่อยเถิดว่าเจ้าจะหลุดออกมาได้หรือไม่!”
จ้าวซวี่แค่นยิ้มในใจ สายตาฉายแววภูมิใจลึก ๆ
แม้หยางซาจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่ภายในค่ายกลนี้…ต่อให้เป็นราชายุทธ์ ก็ใช่ว่าจะหลุดออกไปได้โดยง่าย!
“พลังมนุษย์ใดเล่า จะต้านพลังแห่งฟ้าดินได้!”
ฉัวะ!
แต่ในขณะนั้นเอง แสงทองเจิดจ้าสุดขั้วก็พุ่งขึ้นจากร่างของหยางซาแหวกหมอกอาฆาตออกเป็นทางราวกับแทงทะลุเวหา!
“คิดจะขังข้าด้วยค่ายกลงี่เง่านี้รึ? ตายเสียเถอะ!”
หยางซากวาดสายตาเยียบเย็น กักจ้าวซวี่ไว้ในเป้าสายตาโดยทันทีจากนั้นก็สะบัดหอกฟางเทียนฮวาจี ฟาดลงกลางอากาศราวสายฟ้าฟาด!
สีหน้าของจ้าวซวี่แข็งค้างในทันใด!
เป็นไปได้อย่างไร?! หยางซาหลุดออกจาก “ค่ายกลพันอสูรผนึกเทพ” ได้รวดเร็วเช่นนี้?!
และในขณะนั้นเอง จ้าวซวี่ก็ราวกับปลาไหลที่พุ่งหลบเข้าในกลิ่นอายแห่งความตายเสียงร้องอันเจ็บปวดพลันดังขึ้น…
“ท่าน...ช่วยข้าด้วย…!”