มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 15
ซูไคซานรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าแดงปลั่ง มองแขกเหรื่อมากมายก็รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังซูหยวนเฉิง ซูหยวนจาง ซูเหยา และซูเฟิง ใจของเขาก็เต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม
ทั้งสองบุตรชายล้วนมีอนาคตไกล หลานชายหลานสาวก็มีพรสวรรค์โดดเด่น โดยเฉพาะซูเหยา ผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศถึงขั้นได้รับความสนใจจากนิกายเทพศาสตรา
อีกไม่นานเกินรอ ซูเหยาก็คงจะได้เข้านิกายเทพศาสตราแน่!
นี่คือเกียรติยศของตระกูลซู และเป็นความภาคภูมิใจของซูไคซาน
“ผู้นำตระกูล ข้าน้อยขอเรียนแจ้งว่า ภรรยารอง คุณชายเฉิน และคุณหนูหลิงเอ๋อร์ มาถึงแล้วขอรับ!”
ในขณะนั้นเอง หัวหน้าคนรับใช้เดินเข้ามารายงาน
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูไคซานพลันแข็งค้าง
หากว่าซูเฉินเคยเป็นความภาคภูมิใจของเขา ตอนนี้ก็กลับกลายเป็นขยะและความอับอายของตระกูลซู เป็นสิ่งที่เขารังเกียจที่สุด
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะตันเถียนและทะเลปราณของซูเฉินถูกทำลาย กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ ทำให้ตระกูลซูกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในเมืองอวิ๋นเจียง
แต่หลังจากวันนี้ ตระกูลซูจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง!
ส่วนซูเฉิน ก็เหมาะจะเป็นบันไดเหยียบย่ำให้ซูเหยาก้าวขึ้นไป!
“ไร้มารยาทเสียจริง! ขยะอย่างซูเฉินก็มาได้ด้วย เช่นนั้นก็จัดให้พวกเขาไปนั่งที่โต๊ะคนรับใช้ก็พอ อย่าบอกนะว่าอยากให้ท่านปู่ต้องออกไปต้อนรับด้วยตัวเอง?”
ซูเฟิงเอ่ยต่อหัวหน้าคนรับใช้ด้วยน้ำเสียงดูแคลน
เมื่อเห็นว่าซูไคซานไม่แสดงท่าทีอะไร หัวหน้าคนรับใช้ก็ได้แต่ถอนใจเบา ๆ แล้วพยักหน้า “ขอรับ!”
“เจ้าไปต้อนรับแขกเถิด ข้าจะไปจัดการพวกเขาเอง!”
ซูเฟิงพูดพลางยิ้มเย็น แล้วเดินออกไปด้านนอก
ซูเฉิน หลิวฮั่นเยียน และซูหลิงเอ๋อร์ เพิ่งเดินเข้ามาจากทางประตูด้านหน้า
“ตามข้ามา!”
ซูเฟิงมองทั้งสามคนแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
หลิวฮั่นเยียนมองซูไคซานที่กำลังต้อนรับแขกอยู่ไกล ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความหม่นหมอง แต่ก็ยังฝืนยิ้ม “ขอบใจนะ เสี่ยวเฟิง!”
“ท่านอาหญิงรอง พวกเราไม่สนิทกันถึงเพียงนั้น อย่าเรียกข้าว่าเสี่ยวเฟิงเลย เชิญนั่งตรงนี้เถอะ!”
ซูเฟิงพูดด้วยท่าทีรังเกียจ แล้วพาทั้งสามคนไปยังที่นั่งท้ายสุดของโต๊ะงานเลี้ยงวันเกิด ชี้นิ้วกำหนดตำแหน่งให้อย่างลวก ๆ
ตรงนั้นชัดเจนว่าเป็นที่นั่งของพวกคนรับใช้ มีเพียงข้าวเย็นกับผักดองสองสามจานเท่านั้น
“ซูเฟิง พวกเรามาแสดงความยินดีกับท่านปู่ ทำไมเจ้าถึงต้องดูถูกพวกเราขนาดนี้ด้วย!”
ซูหลิงเอ๋อร์รู้สึกน้อยใจจนดวงตาแดงก่ำ
ซูเฟิงที่อยู่ตรงหน้านาง เมื่อก่อนยังเคยมาประจบประแจงซูเฉินและนางอยู่เลย ใครจะคิดว่าในวันนี้จะหยิ่งยโสได้ถึงเพียงนี้?
“ดูถูก? เจ้าเข้าใจผิดแล้ว! แขกที่นั่งในศาลากลางล้วนเป็นแขกคนสำคัญของตระกูลซู หากพวกเจ้าไปทำให้พวกเขาไม่พอใจ จะทำให้ตระกูลซูเสียหน้า! ตรงนี้คือที่ของพวกเจ้า อย่าทำตัวไม่รู้ที่รู้ทางก็แล้วกัน!”
ซูเฟิงหัวเราะเยาะ จากนั้นจึงหันไปมองซูเฉินแวบหนึ่งก่อนจะจากไป
“เจ้า…!”
ซูหลิงเอ๋อร์โกรธจนกำหมัดแน่น
“ช่างเถอะ หลิงเอ๋อร์ เรานั่งตรงนี้แหละ!”
หลิวฮั่นเยียนฝืนยิ้มแล้วดึงซูหลิงเอ๋อร์ให้นั่งลง
ดวงตาซูเฉินฉายแววเย็นเยียบ แต่เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่นั่งลงเงียบ ๆ
“ท่านเจ้าเมืองเติ้ง แห่งเมืองอวิ๋นเจียง ขอถวายภาพวาด ‘เทพธิดาอวยพรวันเกิด’ แก่ผู้นำตระกูลซู เพื่ออวยพรให้ท่านอายุมั่นขวัญยืน!”
เสียงประกาศดังกังวานขึ้น
“อะไรนะ?!”
ร่างทั้งร่างของซูไคซานสั่นไหว ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและยินดี
เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าเมืองเติ้งแห่งเมืองอวิ๋นเจียงจะมาร่วมงานด้วยตัวเอง!
ต้องรู้ว่าเจ้าเมืองเติ้งเป็นยอดฝีมือขอบเขตแก่นแท้พลังขั้นสูง ผู้แทนของราชอาณาจักรต้าหลี การที่เขามางานนี้ด้วยตนเองนั้น ถือเป็นเกียรติสูงสุด!
“ท่านปู่ เจ้าเมืองเติ้งมาร่วมอวยพรด้วยตนเอง นี่แสดงว่าเขาให้ความสำคัญกับตระกูลซูของพวกเราแค่ไหน!”
ซูเฟิงพูดด้วยความตื่นเต้น
“จริงด้วย! ทุกคน ตามข้าไปต้อนรับท่านแขกคนสำคัญกัน!”
ใบหน้าซูไคซานแดงปลั่งด้วยความตื่นเต้น พูดพลางก้าวออกไปด้านหน้า
นอกคฤหาสน์ซู ชายวัยกลางคนในชุดเขียว หน้าตาสุภาพสง่างาม เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวสวมผ้าคลุมหน้า
“การมาของท่านเจ้าเมืองเติ้ง ถือเป็นเกียรติของตระกูลซูยิ่งนัก!”
ซูไคซานรีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“พี่ซู ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว หากข้าไม่มาร่วมแสดงความยินดีในวันเกิดแปดสิบปีของท่านเอง คงเสียมารยาทเกินไป ภาพ ‘เทพธิดาอวยพรวันเกิด’ นี้เป็นผลงานของปรมาจารย์หลานหลิง โปรดอย่าปฏิเสธ!”
เจ้าเมืองเติ้งยิ้มบาง ๆ พลางโบกมือให้ ภาพวาดโบราณภาพหนึ่งปรากฏออกมาในอุ้งมือ
“เป็นผลงานของปรมาจารย์หลานหลิงจริง ๆ หรือ? ฮึ่ม… สมบัติล้ำค่าที่แม้มีเงินนับสิบล้านตำลึงก็ยังอาจซื้อไม่ได้!”
“นั่นสิ! ปรมาจารย์หลานหลิงมิใช่เพียงยอดฝีมือด้านจิตรกรรม ยังเป็นจ้าวยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ เขาจากโลกนี้ไปกว่า 10 ปีแล้ว ผลงานที่หลงเหลือยิ่งหายากสุด ๆ!”
“ท่านผู้นำตระกูลซูช่างมีบารมีจริง ๆ เจ้าเมืองเติ้งแทบไม่เคยร่วมงานเลี้ยงลักษณะนี้เลย!”
แขกในงานล้วนแสดงความตกตะลึงและอิจฉา
ซูไคซานก็รู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าเจ้าเมืองเติ้งที่ปกติสุภาพเยือกเย็นจะเอ่ยเรียกเขาว่า “พี่ซู” แถมยังนำผลงานของปรมาจารย์หลานหลิงมาให้
เกียรติเช่นนี้ นับว่าหาได้ยากยิ่งในเมืองอวิ๋นเจียง
“ขอบคุณท่านเจ้าเมือง เชิญข้างใน เชิญข้างใน!”
ซูไคซานหน้าแดงปลั่ง รีบเชื้อเชิญให้เดินเข้าไปด้านใน
“พี่ซู ข้าอยากถามหน่อยว่า ท่านซูเฉินอยู่ที่ใด?”
เจ้าเมืองเติ้งเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มระหว่างเดิน
“ซูเฉิน? ท่านเจ้าเมือง เตะขยะอย่างนั้นทำไมถึงคู่ควรให้ท่านถามหา? นี่คือซูเหยา น้องสาวของข้า อัจฉริยะของตระกูลซู!”
เมื่อซูเฟิงได้ยินก็อดไม่ได้จะขัดขึ้น
“ข้ากำลังพูดกับท่านปู่ของเจ้า เจ้าขัดทำไม? แม้คุณหนูซูเหยาจะไม่เลว แต่คนที่ข้าอยากพบที่สุดคือท่านซูเฉินต่างหาก!”
ใบหน้าเจ้าเมืองเติ้งเย็นชา ขมวดคิ้วพูดเสียงต่ำ
ซูเฟิงหน้าถอดสีทันที ใบหน้าแดงสลับซีด แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
แม้แต่ซูเหยาก็เผยความประหลาดใจ เจ้าเมืองเติ้งให้ความสำคัญกับซูเฉินถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
“ท่านเจ้าเมืองเติ้ง จะพบซูเฉินไปทำไม เขานั่งอยู่ตรงนั้นไงขอรับ!”
แม้ซูไคซานจะสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังชี้นิ้วไปยังตำแหน่งของซูเฉิน
เมื่อเห็นซูเฉินนั่งอยู่ท้ายสุดของงานเลี้ยง หญิงสาวคลุมหน้าข้างกายเจ้าเมืองเติ้งก็เอ่ยเสียงเบา “ท่านพ่อ พวกเราไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ!”
“อืม ได้!”
เจ้าเมืองเติ้งพยักหน้าเบา ๆ
เมื่อเห็นตำแหน่งที่ซูเฉินนั่ง เขาก็เข้าใจทันทีว่าสถานะของซูเฉินในตระกูลซูเป็นเช่นไร จึงได้แต่แค่นเสียงในใจ
“ท่านเจ้าเมืองเติ้ง ท่านเป็นแขกสำคัญของตระกูลซู ควรนั่งด้านบนไม่ใช่หรือ? จะนั่งตรงนั้นได้อย่างไร?”
ซูไคซานตกใจ รีบเอ่ยห้าม
“ไม่จำเป็น!”
เจ้าเมืองเติ้งพูดเสียงเรียบ จากนั้นก็พาบุตรสาวเติ้งลั่วถงเดินตรงไปยังที่นั่งของซูเฉิน
ซูไคซานยังคิดจะห้ามอีก แต่ในขณะนั้นเอง เสียงรายงานอีกสายก็ดังขึ้นมา
“ผู้อาวุโสของหอการค้า ‘วันเต๋า’ มาสุขสันต์วันเกิด พร้อมมอบโอสถลมใบไม้ผลิสิบเม็ด ขออวยพรให้ผู้นำตระกูลซูอายุยืนยาว!”
“อะไรนะ?!”
เสียงฮือฮาดังทั่วงานเลี้ยง
“นั่นมัน…ปรมาจารย์กู่หยานจากหอการ้าวันเต๋าไม่ใช่หรือ?! ถึงกับมาร่วมงานวันเกิดของซูไคซานด้วย?!”
“ผู้นำตระกูลซูนี่มีบารมีไม่น้อยเลย คนผู้นี้ยิ่งใหญ่กว่าเจ้าเมืองเติ้งเสียอีก!”
“ต้องรีบออกไปต้อนรับ!”
แขกมากมายต่างตื่นเต้น
ซูไคซานก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาไม่คิดเลยว่าปรมาจารย์กู่หยานจะมาร่วมงานด้วย!
บุคคลเช่นนั้นแม้แต่เจ้าเมืองยังต้องให้ความเคารพ!
“ท่านพ่อ นั่นคือปรมาจารย์กู่หยาน พวกเรารีบออกไปต้อนรับเถอะ!”
ซูหยวนเฉิงและซูหยวนจางเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ดี ดี! ไปต้อนรับปรมาจารย์กู่หยานพร้อมข้า!”
ซูไคซานดีใจจนหน้าแดง รีบพาทุกคนออกไปด้านหน้า!