มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 210 สังหารหวังเซิง
หวังเซิงไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าเขาถูกเปิดโปงได้อย่างไร
ตัวตนของเขาถูกปิดเป็นความลับอย่างยิ่ง แม้แต่แผนการสังหารซูเฉินก็เพิ่งได้รับมาไม่นาน ซูเฉินไม่มีทางรู้ได้แน่นอน
แล้วเหตุใดซูเฉินจึงโจมตีเขากะทันหันเช่นนี้?
สิ่งที่ทำให้หวังเซิงยิ่งหวาดกลัวยิ่งกว่า คือการที่โจวเฉินกับซูเฉินร่วมมือกันอย่างสมบูรณ์แบบ และควบคุมองครักษ์รอบค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติได้ทันที
หรือว่านิกายได้สงสัยเขามานานแล้ว?
“หวังเซิง เจ้าช่างปากแข็งนัก! เจ้าลอบดัดแปลงค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ ข้าคิดว่าเมื่อข้ากับพี่โจวเฉินเหยียบเข้าไป เจ้าก็คงจุดระเบิดให้พวกเราถูกกลืนหายไปในกระแสปั่นป่วนของมิติใช่หรือไม่? คงเป็นคำสั่งจากนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าสินะ?”
ซูเฉินแค่นเสียงเยาะเย้ย
ตูม!
โลหิตและพลังในร่างของเขาปะทุขึ้น ก้าวพุ่งเข้าหาหวังเซิงประดุจพยัคฆ์และมังกร พลังอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้สีหน้าหวังเซิงเปลี่ยนไปทันที
“เจ้า…เจ้ารู้ได้อย่างไร?!”
ในดวงตาของหวังเซิงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เผลออุทานออกมา
ซูเฉินถึงกับมองเห็นจุดบกพร่องในค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติได้อย่างนั้นหรือ?
เป็นไปได้อย่างไร?
แม้แต่นักบุญค่ายกลเองยังบอกว่า แม้แต่ผู้บ่มเพาะในขอบเขตนักบุญยุทธ์ก็ยังไม่อาจพบความผิดปกตินี้ได้
“พี่หวังเซิง เจ้ากล้าทรยศนิกายได้เช่นไร?”
โจวเฉินเองก็ตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมซูเฉินถึงโจมตีหวังเซิงอย่างฉับพลัน
หากซูเฉินไม่ระมัดระวังและจับความผิดปกติได้ก่อน พวกเขาคงก้าวขึ้นค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติและถูกหวังเซิงจุดระเบิดจนร่างแหลกไม่มีที่ฝังไปแล้ว
“ทรยศนิกายงั้นหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า… นิกายเทียนเต๋าไม่เมตตาต่อข้า เหตุใดข้าต้องภักดีต่อมัน? วันนี้พวกเจ้ารอดก็จริง แต่ซูเฉิน เจ้าได้ล่วงเกินนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า เจ้าต้องตายแน่! ต่อให้เป็ยนิกายเทียนเต๋าไม่อาจคุ้มครองเจ้าได้!”
หวังเซิงหัวเราะลั่น สีหน้าเหี้ยมเกรียมถึงขีดสุด
เขาจ้องมองซูเฉินแน่น แล้วพุ่งทะยานขึ้นฟ้าหมายจะหลบหนี
พลังของซูเฉินทำให้เขาหวาดกลัวอย่างแท้จริง ในเมื่อแผนการถูกเปิดโปงแล้ว หากยังอยู่ที่นี่ต่อไปคงตายแน่นอน เขาต้องหนีให้เร็วที่สุด
“คิดจะหนีหรือ? เจ้าจงตายอยู่ที่นี่เสียเถอะ!”
ซูเฉินแค่นเสียงเย็นชา
ซวี่ง!
แสงกระบี่อันคมกล้าพุ่งออกมา กระบี่จวินหลินปรากฏเบื้องหน้าซูเฉิน แล้วแปรเปลี่ยนเป็นรุ้งยาวฟาดฟันลงมายังหวังเซิงกลางอากาศ
เจ็ดกระบี่ฟาดฟ้า กระบี่ชะตาชีวิต!
กระบี่รวดเร็วถึงขีดสุด หวังเซิงไม่มีเวลาแม้แต่จะต่อต้าน
ตูม!
กระบี่จวินหลินทำลายพลังป้องกันทั่วร่างหวังเซิงในพริบตา แล้วฟันขาทั้งสองข้างจนขาดกระเด็น ร่างร่วงหล่นจากเวหา
“อ๊าก... ข้า…ขาข้า…!”
ในดวงตาของหวังเซิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
เขาไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดเขาผู้มีพลังบ่มเพาะถึงขั้นสูงสุดของราชายุทธ์ ถึงไม่อาจต้านทานซูเฉินผู้ยังอยู่ในขอบเขตขุนนางยุทธ์ได้เลย กลับถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสอย่างง่ายดายเช่นนี้
ซูเฉินช่างแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ตูม!
ใบหน้าของซูเฉินเย็นเยียบ เขาเดินมาหาหวังเซิงแล้วปล่อยหมัดออกไปตรงตันเถียนโดยตรง ทำลายทะเลปราณในทันที พลังบ่มเพาะของหวังเซิงถูกทำลายจนสิ้น
ใบหน้าหวังเซิงซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เขารู้ดีว่าตนเองจบสิ้นแล้ว!
“น้องซูเฉินช่างมีพลังต่อสู้ร้ายกาจนัก! ไม่แปลกใจเลยที่ท่านอาจารย์ลั่วเสวียนจะยอมรับเป็นศิษย์ส่วนตัว!”
ในแววตาของโจวเฉินมีเพียงความตกตะลึง
นอกนครเทียนไห่ ซูเฉินสามารถสังหารราชายุทธ์ของตระกูลเจียงถึงสองคนด้วยหมัดเดียว ตอนนี้แม้แต่หวังเซิงซึ่งมีพลังบ่มเพาะเทียบเท่าเขา ยังไม่อาจต้านทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ถูกกำจัดพร้อมถูกทำลายพลังจนหมดสิ้น
นี่หมายความว่า หากซูเฉินจะฆ่าเขาก็ทำได้โดยง่ายนั่นเอง!
โจวเฉินรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ที่ตอนนั้นตนไม่ลงมือกับซูเฉิน มิฉะนั้นคงกลายเป็นศพไปแล้ว
“ขอบคุณน้องซูเฉินที่ช่วยชีวิตข้าไว้! ไม่คาดว่าหวังเซิงจะทะเยอทะยานถึงเพียงนี้ กล้าทรยศนิกาย แล้วเราควรทำอย่างไรต่อไปดี?”
โจวเฉินสูดลมหายใจลึก แล้วโค้งคำนับซูเฉิน
“ยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดของหวังเซิงในนครเทียนไห่อีก! ช่างกล้าเสียจริง คิดวางแผนต่อสู้นิกายของพวกเรา!”
แววตาของซูเฉินเย็นยะเยือก
“น้องซูเฉิน เจ้าหมายถึง…จวนเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า?”
โจวเฉินตกใจขึ้นมาในทันใด
หกนิกายศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ต่างก็มีฐานในนครเทียนไห่ ฐานของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าคือ ‘จวนเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า’ มีผู้ควบคุมเป็นถึงจักรพรรดิยุทธ์ พร้อมราชายุทธ์และศิษย์อีกจำนวนมาก
“ใช่แล้ว! หากมิใช่คำสั่งจากนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า หวังเซิงจะกล้าลงมือกับข้าเช่นนี้หรือ? พี่โจวเฉิน รีบนำคนเหล่านี้พร้อมหวังเซิงกลับนิกาย และแจ้งเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด!”
ซูเฉินเอ่ยเสียงเย็น แววตาเด็ดเดี่ยวเฉียบคม
เขาเงยหน้ามองไปยังทิศทางของจวนเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าในนครเทียนไห่
“รับทราบ! แต่…น้องซูเฉิน แล้วเจ้าเล่า?”
โจวเฉินถาม
“ข้าจะไปที่จวนเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าเอง เพื่อให้พวกมันให้คำอธิบายกับข้า! หากปล่อยไว้นาน พวกมันต้องไหวตัวและหลบหนีแน่!”
ซูเฉินแค่นเสียงเยาะ
“น้องซูเฉิน ระวังตัวด้วย! จวนเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้ามีจักรพรรดิยุทธ์คอยคุ้มกัน!”
โจวเฉินเตือนด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วง!”
ซูเฉินโบกมือโดยไม่หันกลับ ก่อนทะยานขึ้นฟ้า มุ่งตรงไปยังทิศทางของจวนเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า!
“เรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นแน่! รีบรายงานกลับนิกายเดี๋ยวนี้ ขอให้น้องซูเฉินปลอดภัยเถิด!”
โจวเฉินเต็มไปด้วยความกังวล เขาจับตัวองครักษ์และหวังเซิงที่ถูกทำลายพลังแล้ว แล้วเดินเข้าสู่ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ
แม้ค่ายนี้เคยถูกดัดแปลง ทว่าหวังเซิงถูกกำจัดแล้ว ใช้งานตามปกติจึงไม่เกิดการระเบิด
ฮึ่มมม!
ความว่างสั่นสะเทือนราวคลื่นน้ำ แสงสว่างเจิดจ้าโอบล้อมร่างของโจวเฉินและคนอื่น ๆ แล้วหายวับไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติทันที!