มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 219 ยอดเขาลั่วเซิน คัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้า
ยอดเขาลั่วเซิน
ขุนเขางดงามเขียวชอุ่ม
ที่นี่มีทั้งน้ำตก อสูรอาคม นกวิเศษ เถาวัลย์โบราณ และสมุนไพรล้ำค่าขึ้นอยู่ทั่วไป ท่ามกลางหมอกวิญญาณและแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยล่อง บรรยากาศช่างลี้ลับสงบราวแดนสวรรค์
ลั่วเสวียนพาซูเฉินมายังป่าไผ่กลางไหล่เขา
เมื่อเดินผ่านป่าไผ่ ก็จะเห็นน้ำตกสายหนึ่งไหลจากยอดเขาสูงลงมาสาดกระเซ็นเป็นละอองขาว
หน้าสายน้ำตกมีเรือนไม้ไผ่หลังหนึ่งตั้งอยู่
เพราะยอดเขาลั่วเซินมีเพียงลั่วเสวียนอาศัยอยู่ผู้เดียว ที่พักทั้งยอดเขาจึงมีเพียงเรือนไม้ไผ่หลังนี้ ด้านหลังพิงน้ำตกกับป่าไผ่ ด้านหน้าเผชิญทะเลเมฆที่กว้างใหญ่ ทัศนียภาพงดงามยิ่งนัก
“ซูเฉิน นิกายเทียนเต๋าของเรายึดหลักไร้การบีบบังคับ จึงรับศิษย์ตามวาสนา และมีจำนวนน้อยที่สุดในบรรดาสถานศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ด! ยอดเขาลั่วเซินของเรามีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้น ตำหนักฝั่งตะวันออกของเรือนไผ่นี้เป็นที่พักของข้า เจ้าก็พักที่ตำหนักฝั่งตะวันตกเถอะ”
ลั่วเสวียนยิ้มบาง ๆ กล่าว
“ขอรับ!”
ซูเฉินพยักหน้า
ในใจเขาอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ เพราะในชาติก่อน เขาเคยพักอยู่ที่ตำหนักตะวันตกแห่งนี้ และใช้ชีวิตอย่างอบอุ่นสงบสุขอยู่หลายปี
“เจ้าบ่มเพาะจนถึงขอบเขตขุนนางยุทธ์ขั้นเก้าใกล้จะทะลวงสู่ขอบเขตราชายุทธ์แล้ว ทว่าก่อนจะควบแน่นวิญญาณยุทธ์ อาจารย์มีเคล็ดวิชาชุดหนึ่งจะมอบให้เจ้า เพื่อปลุกศักยภาพของเจ้าให้ถึงขีดสุด และช่วยให้เจ้าควบแน่นวิญญาณยุทธ์ระดับเจ็ดขึ้นไปได้!”
ลั่วเสวียนกล่าวช้า ๆ
นี่คือเหตุผลที่สถานศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดรับศิษย์ที่ยังไม่ถึงขอบเขตราชายุทธ์เท่านั้น
เพราะเมื่อควบแน่นวิญญาณยุทธ์แล้ว เส้นทางแห่งยุทธ์จะถูกกำหนด หากจะเปลี่ยนเคล็ดวิชาในช่วงเวลานั้นก็ยากยิ่ง
ดังนั้นศิษย์แท้จริงของสถานศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดล้วนฝึกฝนเคล็ดวิชาแท้และเทคนิคลับก่อนเข้าสู่ขอบเขตราชายุทธ์ เพื่อให้สามารถควบแน่นวิญญาณยุทธ์ระดับเจ็ดขึ้นไปได้
หากควบแน่นวิญญาณยุทธ์ระดับเจ็ดได้ ก็มีหวังจะบรรลุถึงขอบเขตนักบุญยุทธ์
หากเป็นระดับแปด ก็มีโอกาสทะลวงถึงครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์
แต่หากเป็นระดับเก้า ก็มีศักยภาพจะกลายเป็นจักรพรรดิยุทธ์
ด้วยเหตุนี้ ศิษย์ที่สามารถควบแน่นวิญญาณยุทธ์ระดับเก้าในสถานศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดจึงถือเป็นอัจฉริยะตัวจริง และได้รับการทุ่มเทเลี้ยงดูจากนิกาย
เพียงแต่วิญญาณยุทธ์ระดับเก้านั้นหาได้ยากยิ่ง แม้แต่ในรอบร้อยปีก็แทบไม่มีผู้ใดทำได้เลย
ฮึ่ม!
แสงหนึ่งสว่างขึ้นในฝ่ามือลั่วเสวียน หีบทองคำเรืองรองปรากฏขึ้นแผ่รัศมีศักดิ์สิทธิ์ระยิบระยับ กลิ่นอายกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมา
“นี่คือ?”
หัวใจซูเฉินพลันสั่นสะท้าน
เขาพอจะเดาออกว่าเป็นสิ่งใด
“ข้าได้หารือกับท่านเจ้าสำนักแล้ว เจ้าร่างกายแข็งแกร่งอย่างยิ่ง อาจมีสายโลหิตมังกรแท้อยู่ หลังจากไตร่ตรองกันอย่างถี่ถ้วนแล้ว เราจึงตัดสินใจว่าเคล็ดวิชานี้เหมาะกับเจ้ามากที่สุด! อย่างไรก็ตาม นี่คือเคล็ดวิชาสวรรค์ขั้นสูงสุดของนิกายเทียนเต๋า นอกจากผู้ก่อตั้งนิกายแล้ว ยังไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใจมันได้เลย!”
ลั่วเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงช้า ๆ
“แต่เจ้า… มีความเป็นไปได้สูงที่จะเข้าใจมันได้! หากเจ้าทำสำเร็จ จะเป็นผลดีต่อทั้งตัวเจ้าและนิกายเทียนเต๋า!”
แววตาลั่วเสวียนที่มองซูเฉินเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
จากนั้นนางสะบัดแขนเสื้อ เปิดหีบทองคำ
โฮกกก!
แสงศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งออกมา พร้อมเสียงคำรามของมังกรลึกลับราวกับมาจากสมัยโบราณ มังกรทองคำตัวหนึ่งดูเหมือนจะปรากฏออกมา แผ่แรงกดดันน่าหวาดหวั่นอันไร้เทียมทาน
แม้แต่ซูเฉินกับลั่วเสวียนก็ยังตกตะลึง สีหน้าเคร่งขรึมยิ่งนัก
“นี่มัน… คัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้า… เคล็ดวิชาสงครามฟ้าดินเก้ามังกรรึ?!”
หัวใจซูเฉินสั่นสะท้าน
เขาไม่คิดเลยว่าลั่วเสวียนจะมอบคัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้าให้โดยตรง
ต้องรู้ว่าในชาติก่อน ขณะที่นิกายเทียนเต๋ากำลังถูกทำลาย ลั่วเสวียนจึงได้มอบสมบัตินี้ให้แก่เขา
คัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้านั้นบันทึกเคล็ดวิชาสวรรค์และเทคนิคลับขั้นสูงสุดเอาไว้
หากข่าวการมีอยู่ของมันแพร่ออกไป อย่าว่าแต่ป่ารกร้างตะวันออกเลย ต่อให้เป็นจักรพรรดิเทพยุทธ์ก็ยังต้องมาแย่งชิงด้วยตนเอง
“นี่คือคัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้างั้นหรือ? ท่านอาจารย์ คัมภีร์นี้คงมิใช่สิ่งที่เข้าใจได้โดยง่ายสินะ?”
ภายในใจซูเฉินครุ่นคิด แต่สีหน้ากลับแสดงความตกตะลึงสุดขีด
“เจ้ารู้จักคัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้าด้วยหรือ?”
ลั่วเสวียนประหลาดใจเล็กน้อย แต่ยังกล่าวต่อว่า “ถูกต้อง คัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้าไม่ใช่สิ่งที่จะเข้าใจได้ง่าย จำเป็นต้องมีทั้งโชควาสนาใหญ่ ฟ้าดินอำนวย พากเพียรสุดใจ และปัญญาสูงส่ง ผู้คนในนิกายเทียนเต๋าพยายามศึกษาเจ้าคัมภีร์นี้มานับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ล้มเหลวทั้งสิ้น! ข้ามอบให้เจ้าก็เพราะเห็นว่าเจ้าอาจมีความหวัง แต่ก็ไม่แน่ใจนัก เจ้าจะลองหรือไม่?”
“ข้ายินดี!”
ซูเฉินพยักหน้า
แววตาเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
ในชาติก่อน เหตุผลที่เขากลายเป็นจักรพรรดิยุทธเก้ามังกรผู้ไร้เทียมทาน ก็เกี่ยวข้องกับคัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้านี้โดยตรง
ซูเฉินได้เข้าใจเคล็ดวิชาสงครามฟ้าดินเก้ามังกรจากในนั้น และผ่านการชำระล้างโดยคัมภีร์ผนึกเมฆาจนเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นผู้มีพรสวรรค์อันล้ำเลิศ
แม้ตอนนี้เขาจะฝึกฝนเคล็ดวิชาสงครามฟ้าดินเก้ามังกรอยู่แล้ว แต่การที่เคยผ่านการชำระล้างจากคัมภีร์นี้ก็นับเป็นพรอันสูงสุด
“ดี! เช่นนั้นเจ้าลองดูเถอะ หากสามารถเข้าใจคัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้าได้ย่อมดีที่สุด หากไม่สำเร็จ ข้าค่อยหาเคล็ดวิชาอื่นให้เจ้าแทนก็ยังทัน!”
ลั่วเสวียนพยักหน้า ยื่นหีบทองคำให้ซูเฉิน
ซูเฉินนำคัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้ากลับไปยังตำหนักตะวันตกของเรือนไผ่ เมื่อมองเห็นภาพในความทรงจำปรากฏขึ้นตรงหน้า ความรู้สึกหลากหลายก็ถาโถมเข้ามาในใจ
เขากดความคิดทั้งหมดลง และเข้าสู่ห้องเงียบสงบทันที เตรียมตัวนั่งสมาธิทำความเข้าใจคัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้า!