มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 243 วันที่สอง
ยอดเขาเทียนเต๋า
ปรมาจารย์จ้านเหยียนกำลังนั่งขัดสมาธิลอยตัวอยู่กลางห้วงอากาศ พลังแห่งสวรรค์ปฐพีอันกว้างใหญ่พวยพุ่งรอบกาย เงาแผนภาพไท่จี๋ที่อยู่เบื้องหน้าค่อย ๆ หมุนวน เปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
การเปิดแดนลับหยวนหลิง ไม่เพียงต้องใช้ศิลาวิญญาณปริมาณมากและสมบัติล้ำค่าทางธรรมชาติหลากชนิดเท่านั้น หากแต่ยังต้องมีผู้ฝึกตนระดับนักบุญมานั่งควบคุมด้วยตนเอง และใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของตนเพื่อเปิดมิตินั้น
ด้วยเหตุนี้ ทรัพยากรในการเปิดแดนลับหยวนหลิงจึงสูงลิบลิ่ว!
ขณะนั้นเอง ร่างของจ้านเหยียนก็พลันสั่นไหว เลือดไหลซึมจากมุมปาก ดวงตาเผยความตระหนกออกมา
“เกิดอะไรขึ้นกัน?”
ในใจเขารู้สึกสั่นสะท้าน
แดนลับหยวนหลิงดูเหมือนเริ่มสูญเสียการควบคุม แรงกดดันแห่งสวรรค์ปฐพีที่พุ่งออกมารุนแรงขึ้นผิดปกติ
แม้แต่เขาที่เป็นนักบุญยุทธ์ ยังแทบไม่อาจต้านทานได้
ยิ่งไปกว่านั้น พลังต้นกำเนิดภายในแดนลับหยวนหลิงกำลังถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็ว ทำให้แรงกดดันสะท้อนกลับมาถึงเขา กลายเป็นภาระมหาศาล
“ท่านผู้นำเกิดอะไรขึ้น?”
ขณะนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนยอดเขาเทียนเต๋า
ผู้นำยอดเขาตะวัน – หยวนป้า!
เมื่อเห็นเลือดที่มุมปากของจ้านเหยียน แววตาเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจ
“ข้าไม่เป็นไร! หยวนป้า แดนลับหยวนหลิงมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ พลังต้นกำเนิดถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็ว แรงกดดันแห่งสวรรค์ปฐพีก็รุนแรงขึ้น เจ้าและข้าร่วมมือกันกดพลังแดนลับหยวนหลิงไว้!”
จ้านเหยียนเช็ดเลือดที่มุมปาก กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ตกลง!”
หยวนป้าพยักหน้า แล้วลอยตัวขึ้นไปนั่งขัดสมาธิตรงข้ามกับจ้านเหยียน เขายื่นสองฝ่ามือออก ปล่อยพลังระดับนักบุญยุทธ์ออกมาเต็มที่ ทำให้แผนภาพไท่จี๋ที่สั่นไหวค่อย ๆ สงบลง
“พลังต้นกำเนิดถูกดูดเร็วถึงเพียงนี้ แม้แต่จักรพรรดิยุทธ์ก็มิอาจกระทำได้ เด็กน้อยสี่คนนั้นทำอะไรกันอยู่?”
แววตาของหยวนป้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“จักรพรรดิยุทธ์ไม่อาจกระทำได้ แต่บางที…อาจมีผู้ที่ทำได้!”
แววตาของจ้านเหยียนฉายประกายเรืองรอง
“ท่านหมายถึง…”
“ซูเฉิน!”
หยวนป้ากับจ้านเหยียนเอ่ยชื่อพร้อมกัน
ความเป็นไปได้หนึ่งผุดขึ้นในใจพวกเขา ดวงตาแฝงความคาดหวัง
…
ในแดนลับหยวนหลิง
หอระฆังฟ้าดินยังคงดูดกลืนพลังต้นกำเนิดอย่างต่อเนื่อง สายพลังหยางบริสุทธิ์ค่อย ๆ ไหลหลอมรวมเข้าสู่จิตวิญญาณยุทธ์ของซูเฉินอย่างไม่หยุดยั้ง
ซูเฉินตกอยู่ในภาวะรู้แจ้งอันลึกซึ้ง กลิ่นอายทั่วร่างลี้ลับและสงบนิ่งยิ่งขึ้น
ทว่า แรงกดดันแห่งสวรรค์ปฐพีในแดนลับหยวนหลิงก็กดทับหนักขึ้นทุกขณะ
จินรุ่ย ฮั่วหยาง และสุ่ยหว่านเอ๋อร์ ล้วนต้องเร่งใช้พลังฝึกตนอย่างเต็มที่ ดูดซับพลังต้นกำเนิดพลางต่อต้านแรงกดดัน
สามวันต่อมา ฮั่วหยางซึ่งมีพลังฝึกตนอ่อนแอสุดก็ไม่อาจทนต่อแรงกดดัน ต้องออกจากแดนลับหยวนหลิง
ห้าวันต่อมา สุ่ยหว่านเอ๋อร์ก็ออกมาเช่นกัน
จินรุ่ยมีพลังฝึกตนสูงเยี่ยม บรรลุขอบเขตราชายุทธ์ขั้นเจ็ด ในระหว่างฝึกในแดนลับหยวนหลิงไม่เพียงไม่ถอย หากแต่ทะลวงเข้าสู่ขั้นเก้าได้สำเร็จ
แต่แม้จะระเบิดพลังสุดกำลัง เขาก็ยังต้านได้เพียงเจ็ดวันก่อนจะต้องออกมา
“แค่เจ็ดวันหรือ?”
เหนือยอดเขาเทียนเต๋า จินรุ่ยแววตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
แม้พลังฝึกตนจะทะลวงสองขั้น ถือเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ แต่เขาเคยตั้งเป้าไว้จะทำลายสถิติของศิษย์พี่ใหญ่ เสียดายที่ยังทำไม่สำเร็จ
กระนั้นเอง จินรุ่ยก็พบว่า ฮั่วหยางกับสุ่ยหว่านเอ๋อร์อยู่บนยอดเขาเทียนเต๋าแล้ว แต่ไม่เห็นซูเฉิน
ซูเฉินยังไม่ออกมางั้นหรือ?
“เขาทนได้นานถึงเพียงนี้เชียว?”
จินรุ่ยไม่อาจเชื่อสายตาตนเอง
“ศิษย์พี่จิน ข้าว่าซูเฉินอาจทำลายสถิติศิษย์พี่ใหญ่ได้!”
ฮั่วหยางยิ้มเล็กน้อย
“ใช่ ข้าก็คิดว่าซูเฉินมีหวัง! ศิษย์พี่ใหญ่ก็เช่นเดียวกับซูเฉิน เคยเข้าสู่แดนลับหยวนหลิงตอนอยู่ขั้นเก้าของขอบเขตขุนนางยุทธ์ สุดท้ายทนได้ถึงเก้าวัน ควบแน่นจิตวิญญาณยุทธ์ระดับแปดได้สำเร็จ! ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าซูเฉินจะควบแน่นจิตวิญญาณระดับใด?”
ดวงตาของสุ่ยหว่านเอ๋อร์เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
ในสายตาพวกเขาไม่มีความริษยา มีเพียงความตื่นเต้นและความหวัง
“หากเขาทำลายสถิติศิษย์พี่ใหญ่ได้ เขาอาจจะควบแน่นจิตวิญญาณระดับเก้าก็เป็นได้!”
จินรุ่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวช้า ๆ
“จิตวิญญาณยุทธ์ระดับเก้า?”
ฮั่วหยางกับสุ่ยหว่านเอ๋อร์สบตากัน หัวใจกระตุกแรง
บางที…มันอาจเป็นไปได้จริง ๆ!
สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ซูเฉินก็ยังไม่ปรากฏตัว
วันที่สิบ ทุกสายตาบนยอดเขาเทียนเต๋าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ซูเฉินทำลายสถิติของศิษย์พี่ใหญ่แล้วจริง ๆ
แม้แต่ผู้อาวุโสและศิษย์จากทั้งเก้ายอดเขาแห่งนิกายเทียนเต๋าก็พากันตื่นตระหนก
พวกเขาล้วนรวมตัวกันที่ยอดเขาเทียนเต๋า ยืนอยู่บนลานกว้างอันใหญ่โต ต้องการเป็นพยานต่อช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์
เป็นเวลานานเหลือเกินแล้วที่นิกายเทียนเต๋าไม่เคยมีผู้ใดควบแน่นจิตวิญญาณยุทธ์ระดับเก้าได้อีกเลย
ซูเฉิน จะสามารถควบแน่นจิตวิญญาณระดับเก้าได้จริงหรือไม่?
วันที่สิบเอ็ด
วันที่สิบสอง
วันที่สิบสาม
…
จนถึงวันที่ยี่สิบ ซูเฉินก็ยังไม่ออกจากแดนลับหยวนหลิง
ทั้งนิกายเทียนเต๋าตกอยู่ในความตกตะลึง!