มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 279 สวนโอสถมังกรเพลิง
ซูเฉินสวมอาภรณ์ธรรมดา ใบหน้าหล่อเหลา เร้นซ่อนกลิ่นอายจนหมดสิ้น ไม่โดดเด่นสะดุดตาแต่อย่างใด
แม้ว่าเขาจะเห็นว่ามีศิษย์ของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าอยู่มากมายในเมืองโบราณเจิ้นหยาง แต่ซูเฉินกลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
หลังออกจากเมืองโบราณเจิ้นหยาง เขาก็เหินร่างทะยานขึ้นสู่เวหา มุ่งหน้าไปยังสวนโอสถมังกรเพลิง
เมืองโบราณเจิ้นหยางอยู่ห่างจากสวนโอสถมังกรเพลิงเพียงไม่กี่พันลี้
ตลอดทางที่บินผ่าน เขาพบศิษย์บางกลุ่มที่สวมอาภรณ์ของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า แต่เขาก็เร้นซ่อนกลิ่นอายตนเอง หลีกเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับใคร
เส้นทางเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่นานนักเขาก็ถึงเทือกเขามังกรเพลิง
“นั่นคือสวนโอสถมังกรเพลิง!”
ซูเฉินยืนอยู่บนยอดเขา มองไปยังบริเวณที่มีม่านหมอกปกคลุมอยู่เบื้องหน้า
ตรงนั้นเป็นหุบเขาแห่งหนึ่ง แต่มองดูในตอนนี้กลับมีหมอกบางปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ พร้อมด้วยแสงประหลาดเจิดจ้า ดุจม่านพลังที่ครอบคลุมทั่วทั้งหุบเขา
นั่นคือม่านค่ายกลที่นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าจัดวางไว้ เพื่อปกป้องสวนโอสถมังกรเพลิง ศิษย์ของนิกายต้องใช้ยันต์ผ่านทางเพื่อเข้าออก
ซูเฉินเปิดใช้เคล็ดวิชาดวงเนตรเทพตัดมายา ในดวงตาของเขาเห็นม่านค่ายกลเจิดจ้าราวกับทะเลแห่งอักขระ รูนหลอมรวมซ้อนทับกัน แฝงไว้ด้วยเจตนาฆ่าลึกล้ำ
เกรงว่าแม้จักรพรรดิยุทธ์จะพลัดตกเข้าไป ก็ยากจะเอาชีวิตรอดได้
“หากต้องการเข้าสวนโอสถมังกรเพลิง เกรงว่าคงต้องใช้ยันต์ผ่านทางของศิษย์นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า!”
ซูเฉินครุ่นคิดอยู่ในใจ
เขาล้มเลิกความคิดที่จะบุกฝ่าเข้าไป
เพราะหากฝ่าค่ายกลเข้าไปได้สำเร็จ ก็คงต้องใช้เวลานาน อีกทั้งยังอาจทำให้ผู้ทรงพลังของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้ารับรู้ ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาตามมา
ฟุ่บ!
ร่างของซูเฉินพลันหายวับ ลงสู่ป่าทึบเบื้องล่างทันที
เขารับรู้ได้ถึงร่างหนึ่งที่เพิ่งออกจากเขตค่ายกลของสวนโอสถมังกรเพลิง ดูท่าจะมุ่งหน้าไปยังนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า
ซูเฉินขยับตัวตามไปทันที
“ใคร?!”
คนผู้นั้นได้ยินเสียงแหวกอากาศ พลันหันหลังกลับมาอย่างตกใจ
ตูม!
แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นหมัดทรงพลังอย่างถึงที่สุด ฟาดเข้าใส่ศีรษะของเขาโดยตรงจนหมดสติทันที
ซูเฉินคว้าร่างของอีกฝ่ายแล้วหายวับไปในพริบตา เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วเด็ดขาด ปราศจากเสียงใดๆ
บุรุษในชุดดำใบหน้าหล่อเหลาผู้นี้มีป้ายหยกสีแดงที่เอว แกะสลักลวดลายมังกร พร้อมเรืองแสงประหลาด
นั่นคือยันต์ผ่านทางเข้าสวนโอสถมังกรเพลิง
ซูเฉินหยิบยันต์ผ่านทางมาโดยไม่ลังเล แล้วพาร่างของบุรุษชุดดำเข้าสู่มิติโกลาหลทันที
ไม่นาน บุรุษในชุดดำก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ
“ที่นี่…ที่ไหนกัน?!”
เขาตกใจสุดขีด พยายามจะลุกขึ้น
ตูม!
แต่ซูเฉินเหยียบอกของเขาลงทันที ทำให้ปราณทั่วร่างพลันสลาย ไร้เรี่ยวแรงต่อต้านโดยสิ้นเชิง
“ข้าจะถาม เจ้าตอบ มิฉะนั้นเจ้าตาย!”
ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าเป็นใคร กล้าจับตัวข้า? ข้าเป็นศิษย์ของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า อาจารย์ของข้าเป็นผู้อาวุโสประจำนิกาย หากเจ้ารู้ดี ก็รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
บุรุษในชุดดำตะโกนลั่น ทั้งตกใจทั้งโมโห แม้เขาจะมีพลังอยู่ในขอบเขตราชายุทธ์ แต่กลับไม่อาจขัดขืนซูเฉินได้เลย
คนผู้นี้เป็นใครกันแน่?
เขาคิดจะทำอะไร?
“ปากแข็งนัก! ข้าคือศิษย์ของนิกายเทียนเต๋า หากเจ้าตอบตามตรง ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า หากไม่…เจ้าตาย!”
ซูเฉินหัวเราะเย็น แล้วก้าวไปข้างหน้า
ตูม!
พลังเทพอันไร้เทียมทานพลันทะลักออกมา ทำให้ร่างของบุรุษในชุดดำสั่นสะท้าน เครื่องในปั่นป่วน พ่นโลหิตออกมาทันที
“อ๊าก... ศิษย์นิกายเทียนเต๋า? ฝันไปเถอะ ข้าจะไม่มีวันทรยศต่อนิกาย!”
ชายชุดดำกัดฟันแน่น พ่นโลหิตออกมาอีกระลอก แม้ภายนอกดูฮึกเหิม แต่แท้จริงในใจกลับหวาดกลัวสุดขีด
“นายท่าน จะเสียเวลาทำไม? ปล่อยให้ข้าสำรวจวิญญาณของเขาเถอะ ข้าจะค้นเอาความลับออกมาให้หมด!”
ขณะนั้น มังกรอสูรปรากฏตัวขึ้น พลางแสยะยิ้ม
“สำรวจวิญญาณงั้นหรือ?”
สีหน้าของบุรุษในชุดดำพลันซีดเผือดทันที
“ดี ข้าจะให้เจ้าเป็นคนจัดการ!”
ซูเฉินพยักหน้า
“ไม่!!! ข้าจะพูดทุกอย่างแล้ว…”
ชายชุดดำแทบทรุด ฮึกเหิมไม่ออก เมื่อเห็นมังกรพุ่งเข้ามา เขาก็สั่นเทิ้มไปทั้งตัว
หากถูกสำรวจวิญญาณ แม้ไม่ถึงตายก็กลายเป็นคนวิกลจริต หากเลวร้ายที่สุด วิญญาณก็จะแตกสลายสิ้น
เขาหวาดกลัวจนสุดจะทนทาน
จากนั้น เขาก็พรั่งพรูข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับสวนโอสถมังกรเพลิงออกมาราวกับเทน้ำจากไห
เขายังมอบแหวนมิติที่บรรจุโอสถนานาชนิดให้อีกด้วย
นั่นคือโอสถที่รองเจ้านิกาย ซุนฉีหยาง ต้องการ และให้เขานำกลับไปโดยด่วน แต่ไม่คาดว่าจะถูกซูเฉินสกัดไว้เสียก่อน
“ซุนฉีหยาง? ดูเหมือนว่าเขาจะบาดเจ็บสาหัสจากท่านอาจารย์ ทำไมถึงต้องโอสถมากมายขนาดนี้?”
ซูเฉินตรวจดูแหวนมิติ พลันแววตาเย็นเยียบขึ้นมา
นอกจากนี้ เขายังได้ฟังข้อมูลสำคัญจากปากของชายชุดดำ
นักบุญยุทธ์ที่ดูแลสวนโอสถมังกรเพลิง ได้ออกจากที่นั่นไปเมื่อวานนี้ รีบเดินทางกลับนิกายเหมือนมีเรื่องสำคัญเร่งด่วน
ตอนนี้ ภายในสวนโอสถมังกรเพลิง ผู้ที่มีพลังสูงสุดเป็นเพียงจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูง ยังไม่มีนักบุญยุทธ์แม้แต่คนเดียว!
“โอกาสทองชัดๆ!”
แววตาของซูเฉินส่องประกายเจิดจ้า