มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 288 อัจฉริยะหลี่อวิ๋นเฟย
ผู้นำนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า จงหลิน
เขาดำรงตำแหน่งเจ้านิกายมานับพันปี พลังฝีมือยากจะหยั่งถึง
ผู้คนมากมายกล่าวกันว่าระดับการบ่มเพาะของจงหลินในตอนนี้ ห่างจากขอบเขตจักรพรรดิเทพยุทธ์เพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดรู้พลังที่แท้จริงของเขา
แม้แต่รองเจ้านิกายซุนฉีหยางและผู้อาวุโสอีกหลายคนที่อยู่ในระดับนักบุญยุทธ์ เมื่ออยู่ต่อหน้าเขายังต้องตัวสั่นงันงก ทำตัวราวกับศิษย์ตัวน้อย
และบัดนี้ เขากำลังโกรธเดือดถึงขีดสุด
“นี่คือข่าวที่เพิ่งส่งมา หมอนั่นซูเฉินจากนิกายเทียนเต้า ทำลายสวนโอสถมังกรเพลิงกับภูเขาชิงเหลียน และเมื่อไม่นานมานี้ก็ยังทำลายเหมืองศิลาวิญญาณกู่หยวน ส่วนเซียวฝานก็ทำลายเหมืองศิลาวิญญาณเปลวสุริยัน บอกข้ามา ทุกคน ควรทำเช่นไรดี!”
จงหลินเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในวันเดียว
ในท้องพระโรงเต็มไปด้วยผู้ทรงอำนาจของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า แต่ละคนล้วนอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์เป็นอย่างต่ำ ทุกคนต่างโกรธเกรี้ยวและเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
ตั้งแต่เมื่อไรที่ยังมีผู้กล้ามาท้าทายนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าเช่นนี้?
เดิมที พวกเขาแค่ต้องการสั่งสอนนิกายเทียนเต๋าให้หลาบจำ ไม่ให้โอหังเกินไปนัก
แต่กลับไม่คาดคิดว่า นิกายเทียนเต๋าจะตอบโต้ด้วยการแก้แค้นอย่างไม่ลังเล
“ท่านเจ้านิกาย! เจ้าชั่วซูเฉินสมควรตาย! ถึงแม้พลังของเขาจะแข็งแกร่ง สามารถฆ่าจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงได้ แต่ย่อมมิอาจต้านทานนักบุญยุทธ์ได้แน่นอน! ข้ายินดีออกโรงฆ่ามันด้วยตนเอง!”
ซุนฉีหยางลุกขึ้นกล่าวด้วยโทสะ
เขาเคยถูกลั่วเสวียนฟันแขนขาด ต้องหนีกลับนิกายอย่างน่าอัปยศ โกรธแค้นอยู่เต็มอก
ยามนี้เมื่อได้ยินชื่อของซูเฉิน เขาก็แทบอยากฉีกหมอนั่นเป็นชิ้นๆ
“และเซียวฝาน พลังของเขาควรด้อยกว่าซูเฉิน ส่งจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงไปสองสามคนก็เพียงพอแล้ว! แต่ปัญหาสำคัญคือ นิกายเทียนเต๋าส่งมาแค่สองคน และสองคนนั้นรวดเร็วราวภูตผีไร้ร่องรอย ไม่มีใครรู้เป้าหมายถัดไปของพวกมันเลย!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ทุกคนต่างพยักหน้า
นี่คือปัญหาที่ยากที่สุด
หากนิกายเทียนเต๋าส่งผู้แข็งแกร่งจำนวนมาก การลอบเร้นย่อมเป็นไปไม่ได้ และพวกเขาก็เพียงแค่เตรียมพร้อมรับมืออย่างเปิดเผย
แต่ตอนนี้ มีเพียงซูเฉินและเซียวฝาน ทั้งสองมีพลังต่อสู้แข็งแกร่ง ปล้นสมบัติ ฆ่าคนแล้วหลบหนี อีกทั้งยังชำนาญวิชาลับอำพรางลมหายใจ
จะจับตัวพวกมันให้ได้ ก็ไม่ต่างจากงมเข็มในมหาสมุทร
“ไม่ต้องเสียเวลาให้มากความ! ท่านอาจารย์ นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าของเรามีเหมืองแร่และสวนโอสถมากมาย แต่ในหมู่พวกมันมีสองแห่งสำคัญที่สุด ข้าเชื่อว่า ซูเฉินกับเซียวฝานไม่มีทางพลาดแน่นอน!”
ทันใดนั้น เสียงเย็นชาดังขึ้น
เจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มสวมเกราะแดง ท่าทางองอาจปราดเปรียว ผมยาวสีดำขลับเปล่งประกาย มีแสงศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบ รัศมีที่แผ่ออกมาราวกับมหาสมุทร
การบ่มเพาะของเขาอยู่ในขั้นจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูง และอีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงสู่ขอบเขตนักบุญยุทธ์
แต่เมื่อเขาก้าวเข้ามาในท้องพระโรง แม้แต่ซุนฉีหยางยังเผยแววตาตื่นตะลึง
“หลี่อวิ๋นเฟย?!”
มีคนอุทานออกมา
ผู้มาใหม่คืออัจฉริยะประจำนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า ศิษย์เอกของจงหลิน หลี่อวิ๋นเฟยนั่นเอง!
เล่ากันว่า ตอนเขาเกิด ดวงอาทิตย์ส่องลงบนร่าง ทำให้กระตุ้นร่างศักดิ์สิทธิ์หยางบริสุทธิ์โดยกำเนิด เขาเกิดมาพร้อมวิญญาณหยางแท้ ร่างกายทรงพลังยิ่ง การบ่มเพาะรุดหน้าอย่างรวดเร็วราวฟ้าผ่า
แม้เขาจะยังเยาว์วัย แต่กลับฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดของจักรพรรดิยุทธ์แล้ว
เขาควบแน่นจิตวิญญาณยุทธ์ระดับเก้าขั้น เป็นเป้าบูชาและชื่นชมของศิษย์น้อยใหญ่ทั่วทั้งนิกาย และยังไม่เคยแพ้ใครเลยนับแต่เกิดมา
แม้ในวันนี้จะยังอยู่แค่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูง แต่หลายคนรู้ดี ว่านั่นเพราะเขากำลังสะสมรากฐานเพื่อทะลวงขอบเขตให้สูงยิ่งขึ้น
ตั้งใจจะก้าวข้ามอย่างสง่างามในคราเดียว!
และพลังต่อสู้ของเขา เทียบเท่านักบุญยุทธ์โดยแท้
เขาคืออัจฉริยะผู้ไร้ผู้ใดเทียบ!
“อวิ๋นเฟย เจ้ามาแล้วรึ?”
จงหลินเผยรอยยิ้มเมื่อเห็นหลี่อวิ๋นเฟย
เขารู้สึกพอใจในตัวศิษย์ผู้นี้ยิ่งนัก
ถึงขั้นที่ตั้งใจจะให้หลี่อวิ๋นเฟยรับช่วงต่อตำแหน่งเจ้านิกายหลังจากทะลวงถึงระดับนักบุญยุทธ์ แล้วตนจึงเก็บตัวฝึกฝน หวังทะยานสู่ขอบเขตที่สูงยิ่งขึ้นไป
ด้วยเหตุนี้ หลี่อวิ๋นเฟยจึงได้รับขานนามว่า ทายาทเจ้านิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า
“ท่านอาจารย์ หลังข้าออกจากการปิดด่านก็ได้ยินเรื่องของซูเฉินกับเซียวฝาน พวกมันบังอาจล่วงเกินนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า สมควรตาย! ข้าคิดว่า หากพวกมันต้องการล้างแค้น มีอยู่สองสถานที่ที่พวกมันไม่มีทางพลาด!”
แววตาของหลี่อวิ๋นเฟยเฉียบคม รัศมีรอบกายเจิดจ้า ดั่งอาทิตย์เทพผู้เป็นอมตะ
“สองสถานที่ใด?”
จงหลินถามพร้อมรอยยิ้ม
“แท่นสังหารเทพ และหุบเขาราชันสวรรค์!”
หลี่อวิ๋นเฟยเอ่ยอย่างหนักแน่น
แท่นสังหารเทพเป็นดินแดนสมบัติล้ำค่าที่นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าควบคุมไว้ ตลอดปีถูกปกคลุมด้วยสายฟ้า ราวกับมิติลี้ลับ มีทั้งสมุนไพรและโอสถหายาก อีกทั้งพลังสายฟ้ายังสามารถกลั่นร่างกาย ทำให้ถือกำเนิดใหม่ และเพิ่มพูนพลังการบ่มเพาะอย่างมาก
ส่วนหุบเขาราชันสวรรค์ คือลานเหมืองศิลาวิญญาณที่สำคัญและเป็นความลับที่สุดของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า
เพราะที่แห่งนี้ ผลิตศิลาวิญญาณชั้นเลิศ
ต้องรู้ว่า ทั่วทั้งถิ่นกันดารตะวันออกนั้น แร่ศิลาวิญญาณชั้นเลิศหาได้ยากยิ่ง แค่แหล่งเดียวก็ทำให้เจ็ดดินแดนศักดิ์สิทธิ์เปิดศึกแย่งชิงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
แท่นสังหารเทพและหุบเขาราชันสวรรค์ เรียกได้ว่าเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า เป็นหลักประกันที่ทำให้ศิษย์ของนิกายบ่มเพาะได้ก้าวกระโดด และผู้แข็งแกร่งถือกำเนิดไม่หยุด!